www.siamsport.co.th/thaipremireleague
ไปหน้าหลัก
ข่าวไทยพรีเมียร์ลีก
บิ๊กย้อยเรียก4เชิ้ตดำแมตช์ชัยนาท-เทโรฯสอบ
28/05/2012 19:52:06


-

        "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ที่ปรึกษา (มค) รวมถึง ปธ.คปบ. เรียกสอบ 4 เชิ้ตดำทำฟาวล์เกมไทยลีก ชัยนาท-เทโรฯ เพื่อหาเบาะแสมีเอี่ยวล็อกผล พร้อมเผยเตรียมใช้เครื่องจับเท็จประกอบการสอบสวน เริ่มต้นที่ มานพ ปานสาคร และ วราฤทธิ์ สุวรรณจิระ 2 ผู้ตัดสินที่โดน ส.บอลฯ ลงดาบแบนตลอดซีซั่น คาดกลางเดือนหน้าพร้อมแถลงผลสอบอย่างเป็นทางการ หากผิดจริงตามรูปคดีมีสิทธิ์แบนตลอดชีวิตปรับอีกครึ่งล้าน




         "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ที่ปรึกษา (มค) ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบในวงการฟุตบอล (คปบ.) ได้นัดเชิญ 4 ผู้ตัดสินที่โดนลงดาบจากความผิดพลาดในการทำหน้าที่ศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2012 คู่ระหว่าง ชัยนาท เอฟซี พบ บีอีซี เทโรศาสน


 
         ประกอบด้วย มานพ ปานสาคร (ผู้ตัดสิน), สุนทร พอใจ (ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1), วราฤทธิ์ สุวรรณจิระ (ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2) และ จอมทอง แวววับ (ผู้ตัดสินที่ 4) เพื่อนำตัวเข้าสืบสวนสอบสวนหาเบาะแสว่าผู้ตัดสินในชุดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการล็อกผลตามที่ตกเป็นประเด็นหรือไม่ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ณ ห้องสืบสวนชั้น 3 ห้อง 8 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


 
         สำหรับขั้นตอนในการสืบสวนสอบสวนกลุ่มผู้ตัดสินชุดดังกล่าวทางด้าน "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.ที่ปรึกษา (มค) ได้เรียกผู้ตัดสินทั้ง 4 รายนั่งโต๊ะพร้อมกับเปิดเทปย้อนหลังในจังหวะปัญหาให้ได้รับชมก่อนที่จะมีเรียกผู้ตัดสินเข้าห้องสอบสวนเป็นรายบุคคล


 
         ซึ่งมี "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา เป็นผู้ไตร่สวนด้วยตนเอง พร้อมกับได้มีทีมงานเจ้าหน้าที่ทำการทดบันทึกข้อมูลและมีการอัดเทปรายงานการสอบสวนด้วยเช่นกัน โดยในระหว่างสืบสวนผู้ตัดสินทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์


 
         เกี่ยวกับเรื่องนี้ "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.ที่ปรึกษา (มค)และประธาน คปบ. เปิดเผยว่า ครั้งนี้ถือเป็นการเรียกกลุ่มผู้ตัดสินเข้าร่วมชี้แจงถึงความบริสุทธิ์ตามที่ทั้ง 4 คนยืนยัน แม้ว่าคณะกรรมการผู้ตัดสินจะพิจารณาพร้อมลงโทษแบนไปแล้วตามที่ตกเป็นข่าว ก่อนจะส่งเรื่องมาที่ คปบ. เพื่อทำการพิจารณาอีกครั้งว่าผู้ตัดสินพลาดโดยสุจริตหรือผิดเพราะตั้งใจล็อกผล


 
         เรื่องบทสรุปคงต้องใช้ระยะเวลาสักพัก เพราะต้องสอบสวนให้ได้ข้อมูลครบถ้วนจากทั้ง 4 คน อีกทั้งยังรวมถึงการนำตัวผู้ตัดสินเข้าห้องจับเท็จต่อจากนี้


 
         "บิ๊กย้อย" พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เครื่องจับเท็จกับวงการฟุตบอลไทยด้วยว่า "เป็นครั้งแรกที่คณะทำงาน คปบ.ได้ดำเนินการหลังจากที่มีการแถลงข่าวเปิดตัวร่วมงานกับสมาคมฟุตบอลฯ และยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเครื่องจับเท็จเข้ามาใช้กับวงการฟุตบอลเพื่อใช้พิจารณาประกอบหลักฐานอื่นๆ


 
         ซึ่งเครื่องจับเท็จถือเป็นอุปกรณ์ที่มีมานานแล้วในวงการตำรวจ เช่นเดียวกับศาลในระดับชั้นต่างๆ ยังคงใช้ข้อมูลสืบสวนจากเครื่องจับเท็จประกอบการพิจารณาคดี แต่เราต้องเข้าใจว่าฟุตบอลไทยยังไม่มีการจัดทำ พ.ร.บ.ฟุตบอลขึ้นมาอย่างเป็นทางการ


 
         ดังนั้นการตัดสินโทษของบุคคลในกีฬาฟุตบอลยังคงเป็นแค่โทษทางวินัยไม่ใช่ทางอาญาเหมือนกับกีฬามวย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเครื่องจับเท็จถือว่ามีความน่าเชื่อถือมากที่สุดเพราะจะแปรผลออกมาได้ 3 กรณี คือ 1.ผู้ถูกกล่าวหาพูดจริงในสิ่งที่ไม่ได้ทำผิด 2.ผู้ถูกกล่าวหาพูดเท็จ และ 3.วิเคราะห์ไม่ได้ ซึ่งอย่างหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่ผ่านมามีเพียงแค่ 5-6 ครั้งจาก 1,000 ครั้งที่ผลออกมาเป็นกรณีที่ 3 ตีตัวเลขเป็น 0.006 เปอร์เซ็นต์


 
         โดยภายในสัปดาห์นี้ คปบ. จะเรียก 2 ผู้ตัดสินที่โดนลงดาบอย่าง มานพ ปานสาคร และ วราฤทธิ์ สุวรรณจิระ เข้าสอบสวนด้วยการใช้เครื่องจับเท็จก่อน ส่วนอีก 2 คน จะทยอยมาทีหลัง คาดว่าน่าจะเป็นในช่วงกลางเดือนหน้า คปบ.จะแถลงผลให้ได้รับทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และหากพบว่าผู้ตัดสินทั้งหมดมีความผิดจริงก็จะมีโทษทางวินัย คือมีสิทธิ์แบนตลอดชีวิต หรือลดหลั่นกันไปคือแบน 10 ปี, 5 ปี, 3 ปี ปรับสูงสุด 500,000 บาท"


 
         พร้อมกันนั้นประธาน คปบ. ได้เสริมถึงเรื่องการเร่งดำเนินการจัดทำ พ.ร.บ.ฟุตบอลอาชีพ ด้วยว่า "สมาคมฟุตบอลฯ รวมถึง คปบ. และการกีฬาแห่งประเทศไทยกำลังเร่งมือจัดทำพ.ร.บ.ฟุตบอล ซึ่งช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงยกร่างฯ เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว และจะมีบทลงโทษทางกฎหมายอาญา และจะได้นำมาใช้ควบคู่กับวงการฟุตบอลไทย และผู้ตัดสินในอนาคต


 
         ส่วนตัวแล้วผมก็ได้มีแผนคร่าวๆ ว่าจะนำโมเดลในการสืบสวนสอบสวนของศึกเอสลีกประเทศสิงคโปร์มาผนวกใช้ควบคู่กับการร่วมทำหนังสือเอ็มโอยูกับสมาคมฟุตบอลฯ ในข้อตกลงนอกเหนือจากข้อตกลงในการลงโทษเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่ไม่สมศักดิ์ศรี และไม่เต็มความสามารถแล้วนั้น ยังรวมถึงการเตรียมใช้วิธีดักฟังสัญญาณโทรศัพท์ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากทุกฝ่ายอีกด้วย"



ข่าวไทยพรีเมียร์ลีกอื่นๆ