|
ความสำเร็จเมื่อปี 2553 ของ เอฟซี ภูเก็ต สโมสรจากเกาะเล็กๆ ชายฝั่งทะเลอันดามัน ทั้งการคว้าแชมป์เอไอเอสลีก ดิวิชั่น 2 โซนใต้ และรองแชมป์ถ้วยใบใหญ่ที่สุดของลีกน้องสุดท้อง ปี 2554 บนเวทีพระรองปีแรก จบด้วยอันดับ 9
ท่ามกลางความวุ่นวายมากมาย จนกระทั่ง ปี 2012 ผ่านไปเพียง 8 แมตช์จมอยู่รองบ๊วย เข้าสู่ยุคตกต่ำถึงขีดสุดภาระหนี้สิ้นล้นพ้นตัว หลังจากที่เกิดความขัดแย้งภายในจนเกือบจะสิ้นชื่อไปแล้ว ผลกระทบด้านขุมคลังก็มีปัญหาทันที เพราะทั้งผู้บริหารชุดเก่าหลายรายกลับหันหลัง ปล่อยทีมล่องลอยตามชะตากรรม บรรดาสปอนเซอร์ต่างๆ หายเกลี้ยง
ด้านผลงานแล้วไม่ต้องพูดถึงแม้ว่าจะได้ มิลอส โจซิค กุนซือระดับไทยลีกมากฝีมือเข้ามาคุมทีมแล้วก็ตาม แต่ด้วยศักยภาพผู้เล่นที่เต็มไปด้วยแข้งวัยรุ่น และตัวต่างชาติระดับ เกรดซี เท่านั้นทำให้ผลงานของทีมจมดิ่ง สุ่มเสี่ยงกับการตกชั้นอย่างมาก จำนวนแฟนบอลจาก 4,000-5,000 คน เหลือเพียงพันเศษๆ
จากการเล็งเห็นของกลุ่มคนที่หวังจะให้ สโมสรแห่งนี้อยู่รอดและไม่สูญสลายไป จึงเป็นที่มาของการระดมความคิดครั้งใหญ่เพื่อ กอบกู้วิกฤตและศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบอร์ดบริหารชุดเดิม "โกเหม็น" ไพทูรย์ ชุติมากรกุล ที่ปรึกษาสโมสร, "เสี่ยเล็ก" นฤเบศ อายุพงศ์ ผู้จัดการทีม, สรนันท์ เสน่ห์ ผอ.สโมสร ฯลฯ ร่วมกับความช่วยเหลือจาก "เสี่ยเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พันธมิตรลูกหนังที่แน่นแฟ้นเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการหาทางกู้สถานการณ์ รวมทั้งล้างไพ่จัดระบบการจัดการเพื่อให้ทีมเข้าสู่ความเป็นสโมสรอาชีพเต็มตัวในทุกๆ ด้าน อย่างที่ "กิเลนผยอง" ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน
อีกทั้งการได้ ปมุข อัจฉริยะฉาย บิ๊กบอสใหญ่ในเครือโรงแรมกะตะกรุ๊ป ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลก ผ่านการสนับสนุนวงการกีฬาในจังหวัด จนถึงระดับนานาชาติมาอย่างมากมาย เข้านั่งแท่นประธานสโมสร น่าจะเป็นแบรนด์ที่ทำให้สปอนเซอร์ไว้วางใจ และเข้ามาร่วมสร้างท่อน้ำเลี้ยงขนาดใหญ่หล่อเลี้ยงสโมสรได้
สิ่งแรกที่ต้องทำเป็นการเร่งด่วนคือหาทางประคองทีมให้อยู่รอดบนสังเวียน ยามาฮ่า ลีกวัน ต่อไปในฤดูกาลนี้ ซึ่งปัญหาหลักคืองบประมาณเพื่อใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เหลือต่อจากนี้ ตีมูลค่ามาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 10,000,000 บาท
และนั่นจึงเป็นที่มาของการระดมทุนครั้งใหญ่ ภายใต้โครงการ "Save FC Phuket" ที่ได้ พล.ต.ต.พิสันณ์ จุลดิลก นั่งประธานโครงการ โดยการเปิดขายหุ้น 10% จำนวน 1,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 10,000 บาท ด้วยหวังจะรณรงค์ให้พี่น้องชาวภูเก็ต รวมถึงชาวต่างชาติที่มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของแฟนบอลทั้งหมด สนับสนุน เอฟซี ภูเก็ต ให้เสมือนเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของคนทั้งจังหวัด
ด้านศักยภาพทีม อย่างที่รู้กันว่าการทำทีม โดยมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ต้องเสียนักเตะตัวหลักไปเยอะ แถมนักเตะใหม่ที่เข้ามาเสริมเป็นตัวเยาวชนที่ขาดประสบการณ์เกินกว่าที่จะฝากผีฝากไข้ได้ แต่ในเลกสองตลาดซื้อ-ขาย จะกลับมาเปิดอีกครั้ง การได้พันธมิตรใหญ่ อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่จะรับหน้าเสื่อสรรหานักเตะมาเสริมเขี้ยวเล็บ เป็นอีกหนึ่งความหวังให้ทีมอยู่รอด
เหนือสิ่งอื่นใดการจะปลุก "กิเลนทะเลใต้" ตัวนี้ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาผงาดยิ่งใหญ่ได้เหมือนครั้นอดีต คงต้องใช้เวลารักษาแผลเก่า และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาใหม่ ซึ่งภูมิคุ้มกันเหล่านี้ต้องได้รับการยอมร่วมแรง ร่วมใจ จากแฟนบอลชาวภูเก็ตเป็นอันดับแรก และเมื่อกระแสแรงพอน่าจะกระตุ้นแฟนบอลต่างชาติ ที่ถือเป็นอัตราส่วน 1 ใน 3 ของแฟนบอลทั้งหมด
ถึงตอนนี้ทุกอย่างยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่าง พอที่จะเดาทิศทางออกว่า เอฟซี ภูเก็ต จะอยู่ ณ จุดใด แต่หากจะนั่งรอดูความล้มเหลวของทีม สู้ให้ทุกคนมาร่วมผนึกกำลัง กู้วิกฤต และเรียกศรัทธากลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่กันดีกว่า เริ่มที่ตัวคุณเอง...สาวก กิเลนใต้ พันธุ์แท้
เรื่อง // ฮาเร็ม ภาพ // Feel Photo
|