สุดยอด!! แข้งวัยรุ่นยู-19 ไทย โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันสอนเชิงบอล แข้งทีมชาติกวม กระจุย 13-0 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ พระเอกของงานเหมาคนเดียว 4 ตุง พร้อมกับพาไทยเก็บเพิ่มอีก 3 คะแนนเต็ม โอกาสผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายค่อนข้างสดใส ในศึกลูกหนังเยาวชน 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2012 กลุ่ม อี เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2012 รอบคัดเลือก กลุ่ม อี นัดที่ 3 ประจำวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา
ไทย 13 - กวม 0
ที่สนามเทพหัสดิน เป็นการปะทะแข้งกันระหว่าง ทีมชาติไทย ที่เอาชนะมา 2 เกมรวด มีอยู่ 6 คะแนน พบกับ ทีมชาติกวม ที่แพ้มา 2 เกม พร้อมกับโดนยิงมา 44 ประตู ซึ่งเกมนี้หาก ทีมชาติไทย เอาชนะได้ก็จะเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายค่อนข้างแน่นอน
ทีมชาติไทยเจ้าภาพเข็นผู้เล่นสำรองลงเกือบยกชุด เล่นในระบบ 4-4-2 โดยผู้รักษาประตูใช้ ประพัฒน์ ยศไกล แผงกลองลัง 4 คนใช้ อาทิตย์ วิเศษศิลป์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว, แล้วจับ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ ลงมายืนเป็นแบ็กขวา
ส่วนแผงกองกลางใช้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์, สุบรรณ เงินประเสริฐ, ภิญโญ อินพินิจ,นิติพงษ์ เสลานนท์ คู่กองหน้าในเกมนี้ส่ง ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ฮีโร่ในเกมล่าสุดที่เปลี่ยนตัวลงมายิงช่วยให้ทีมเอาชนะไต้หวัน 1-0 ซึ่งนัดนี้จะได้ลงล่าตาข่ายร่วมกับ ฉลองชัย โพธิ์ทอง
ทีมชาติกวม จะใช้ระบบ 6-3-1โดยใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่จากในเกมล่าสุดที่พ่ายเกาหลีไป 0-18 ผู้รักษาประตูใช้ โกกิ จีซัส แผงกองหลังใช้ โจนาธาน โอเดล, ซับลัน นาธาน, ทราน ดุง โทรง, ฟุโด เก็น, แซมซั่น เชพเพิร์ด, สปินเดล ไมเคิ่ล,โจเซฟ อตาลิค กองกลางใช้ คริสเตียน ซไวเซอร์, ครูซ เดวิด ซานโตส กองหน้าใช้ สกอต สปินเดล
เริ่มเกมได้ยังไม่ถึงนาทีดี ทีมชาติไทยได้เตะมุมโดย กษิดิ์เดช เวทยาวงษ์ ปั่นด้วยซ้ายมาที่เสาสอง บอลโค้งทำท่าจะเข้าประตูไปแล้ว แต่กองหลังตามมาสกัดจากเส้นไว้ได้ทัน และในนาที 3 กษิดิ์เดช เวทยาวงษ์ คนเดิมได้ปั่นด้วยซ้ายบริเวณหน้ากรอบเขตโทษที่เสาสองก่อน ฟุโด เก็น แบ็กขวาทีมชาติกวมจะตามมาสกัดจากเส้นไว้ได้อีก
นาที 4 ทีมชาติกวม เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลังจาก โจเซฟ อาตาลิค เปิดลูกเตะมุมด้านซ้ายไปที่เสาสองก่อน สกอต สปินเดล ขึ้นโหม่งโล่งๆ แต่บอลถากศีรษะหลุดไปถึง คริสเตียน ซไวเซอร์ เข้าชาร์จไม่ทัน กวมพลาดโอกาสขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 13 ไทยก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ เมื่อ ภิญโญ อิพินิจ เก็บบอลได้จากกรอบเขตโทษทางขวาก่อนควบเข้าไปยิงด้วยขวาบอลพุ่งผ่าน โกกิ จีซัส เสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม หลังจากนั้น นาที 15 ไทยก็มาได้ประตูนำห่างอีกจากจังหวะที่ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ลากเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาข้างถนัดที่เสาแรก บอลพุ่งตุงตาข่าย โกกิ จีซัส ทำได้แค่ยืนมอง ไทยนำห่าง 2-0
จากนั้นไทยยังคงโหมบุกอย่างหนัก และนาที 20 ไทยก็มาได้ประตูเพิ่มอีกจาก ฉลองชัย โพธิ์ทอง เปิดให้ ภิญโญ อินพินิจ พักอกเอาบอลลงที่เสาสองก่อนแตะให้ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ซัดด้วยขวาตรงมุมเขตโทษ บอลโค้งชนเสาออกมาเข้าทาง ฉลองชัย โพธิ์ทอง วิ่งเข้ามาซ้ำ แต่ โกกิ จีซัส ปัดออกมาก่อนบอลมาเข้าทาง "เจ้าโจ๋" กษิดิ์เดช เวทยาวงษ์ เข้ามาแปเน้นๆ ด้วยขวาตรงเขตโทษเข้าไปนิ่มๆ ไทยเริ่มทิ้งห่างเป็น 3-0
หลังจากที่ได้ประตูนำห่างถึง 3 ลูก ไอ้หนูนักเตะทีมชาติไทยก็ยังเดินหน้าบุก และในนาที 23 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตูที่ 4 ให้กับไทยจากการจ่ายของ ฉลองชัย โพธ์ทอง ให้ทีมไทยนำ 4-0 จากนั้นทีมไทยยังคงบุกอยู่อย่างต่อเนื่อง และนาที 27 ก็มาได้ประตูที่ 5 กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ วิ่งมาตามซ้ำลูกยิงระยะ 5 หลาเข้าไปไม่เหลือซาก ให้ไทยนำห่าง 5-0
หลังจากที่ไทยนำห่างถึง 5 ลูกเกมก็ตกเป็นของไทยอย่างสิ้นเชิง โดยนักเตะทีมชาติไทยก็พยายามโหมบุกอย่างหนักหวังทำประตูเพิ่มให้ได้ แต่ว่าจังหวะจบสกอร์นั้นยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเกมรับของกวมก็ยังคงช่วยกันเตะสกัดทิ้งออกมาได้หมด
และเกมในครึ่งเวลาแรก ทำท่าว่าจะจบด้วยสกอร์นี้ แต่แล้ว ในนาที 45 สุบรรณ เงินประเสริฐ ก็มาซัดระยะ 30 หลา อย่างสวยงามบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยม ผู้รักษาประตูกวมหมดสิทธิ์รับ ทำให้ทีมชาติไทยนำ 6-0 และก็จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
นาที 50 ไทยก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 7-0 จาตุรงค์ พิมพ์คูณ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน พิญโญ อินพินิจ รับบอลจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยิงติดกองหลังก่อนตามมาซ้ำด้วยขวาเน้นๆ ที่เสาสอง นาที 55 ไทยได้ประตูหนีเป็น 8-0 จากฟรีคิกตรงมุมเขตโทษฝั่งขวา กษิดิ์เดช เวทยาวงษ์ ปั่นด้วยซ้ายให้ จาตุรงค์ พิมพ์คูณ พุ่งโหม่งที่เสาแรกอย่างสวยงาม
นาที 61 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ มาทำแฮตทริกได้สำเร็จในจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หลุดมาทางขวาโล่งๆ ก่อนไหลย้อนให้ ปกรณ์ วิ่งเข้ามายิงด้วยขวาตรงเขตโทษเน้นๆ ไทยหนีห่างเป็น 9-0 หลังจากนั้นในนาทีที่ 67 สุบรรณ เงินประเสริฐ มาบวกสกอร์ที่ 2 ของตนเองได้จากในจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไหลบอลกลับคืนให้ตรงหน้าเขตโทษก่อนสุบรรณจะล็อกเข้าซ้ายแล้วยิงเร็วบอลพุ่งเสียบตาข่าวแบบสุดสวย ไทยหนีออกไปเป็น 10-0
นาที 73 จาตุรงค์ พิมพ์คูณ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเพื่อนในจังหวะที่รับบอลมาจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ควบมาในกรอบเขตโทษก่อนยิงด้วยซ้ายบอลผ่าน โกกิ จีซัส เข้าประตูไปเป็นลูกที่ 11-0 ให้ไทย และเป็นแฮตทริกที่ 2 ของเกม
นาที 79 ชนาธิป สรงกระสินธ์ มาบวกสกอร์ให้ไทยทิ้งห่างอีกครั้ง ในจังหวะที่ นภพล ศรีประทีป เลี้ยงหลุดกองหลัง 2 คน ก่อนไหลให้ชนาธิปวิ่งเข้ามาแปด้วยซ้ายหนีมือโกลเข้าไปเป็น 12-0 หลังจากนั้นไทยยิ่งโหมบุกหนักมากกว่าเดิม นาที 81 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ยิงประตูที่ 4 ให้ตนเองในจังหวะที่ควบหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูก่อนยิงเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่ายไปอย่างสุดสวยให้ไทยหนีเป็น 13-0
รูปเกมยังคงเป็นทีมชาติไทยที่พยายามบุกหนักใส่กวมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำได้เพียงเฉียดไปมาจนมาถึง นาที 90 ไทยทำท่าว่าจะบวกสกอร์เพิ่มได้อีกครั้ง ในจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กลับตัวยิงระยะ 15 หลาในเขตโทษบอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้ว แต่บอลโค้งไปชนเสากระเด้งออก ก่อนกองหลังวิ่งมาสกัดไว้ได้ทัน ไทยพลาดโอกาสทิ้งห่างไปอีกครั้ง
และในช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่าทีมชาติไทยจะโหมบุกอย่างหนัก หวังที่จะทำประตูเพิ่มให้ได้ แต่ว่าจังหวะสุดท้ายนั้นยิงพลาดกันไปเอง ทำให้ไม่สามารถบวกสกอร์เพิ่มได้ ทำให้หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย 13-0 ส่งผลให้ทีมชาติไทยขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม อี ซึ่งในเกมนัดต่อไปไทยจะลงสนามพบกับทีมชาติญี่ปุ่น ส่วนทีมชาติกวมจพบกับทีมชาติไต้หวัน ในวันที่ 7 พ.ย. นี้
วาทะโค้ช
"น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม เฮดโค้ช ยช.19 ปีทีมชาติไทย : ยอมรับว่าทำประตูกันได้น้อยทั้งๆ ที่มีโอกาส แต่ว่ายิงทิ้งยิงขว้างกันไปเอง โดยเกมนี้ถ้าหากยิงดีๆ มีโอกาสถึง 30 ลูกเลย ในเรื่องของสกอร์เราทำได้น้อยจากที่เราตั้งเป้าไว้ 20 ลูก แต่เรายิงทิ้งยิงขว้างกันเยอะ รวมถึงใช้นักเตะสำรอง เนื่องจากต้องการพักผู้เล่นไว้ในเกมที่จะเจอกับญี่ปุ่น ซึ่งความจริงวันนี้เราน่าจะยิงได้ถึง 30 ลูกเลย ซึ่งเราอยากจะทำสถิติเอาชนะรวดให้ได้ แม้ว่าเราจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายแล้วก็ตามที ก็อยากจะขอกำลังใจจากแฟนบอลทั่วประเทศให้ช่วยเข้ามาเชียร์ที่สนามเทพหัสดินนี้ หรือดูถ่ายถอดสดก็ได้ แต่ก็ขอให้ร่วมเชียร์เพื่อเป็นการทิ้งทวนทัวร์นาเมนต์นี้กันครับ
โดมินิค ทาร์คาดินา เฮดโค้ชทีมชาติกวม : ก็ยอมรับว่ากวมนั้นสู้ไทยไม่ได้ และเกมนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนระบบในการเล่น หลังจากที่ทีมนั้นตกรอบอย่างแน่นอนแล้ว หลังจากแพ้มาสองเกมที่แล้วเราก็ไม่มีอะไรจะเสียอีก เราก็ได้เปลี่ยนรูปแบบการเล่นจาก 4-5-1 มาเป็น 4-4-2 ถึงจะแพ้ แต่เราก็ถือว่าทำเต็มที่แล้ว และก็สั่งให้นักเตะเล่นกันให้เต็มที่พร้อมกับเดินไปข้างหน้าอย่าหยุดยั้ง
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม และคะแนนความสามารถ
ไทย : ประพัฒน์ ยศไกล 6, อาทิตย์ วิเศษศิลป์ 7, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม 7, สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว 6, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ 7 (พภพล ศรีประทีป 6), ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 7, สุบรรณ เงินประเสริฐ 7, ภิญโญ อินพินิจ 6 (จาตุรงค์ พิมพ์คูณ 8), นิติพงษ์ เสลานนท์ 7, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ 8, ฉลองชัย โพธิ์ทอง 6 (ชนาธิป สรงกระสินธ์ 7)
กวม : โกกิ จีซัส 6, โจนาธาน โอเดล 5, ซับลัน นาธาน 5, ทราน ดุง โทรง 5, ฟุโด เก็น 6, แซมซั่น เชพเพิร์ด 5, สปินเดล ไมเคิ่ล 6, โจเซฟ อตาลิค 5, คริสเตียน ซไวเซอร์ 5, ครูซ เดวิด ซานโตส 5 (นาธาน อัลลัน 5), สกอต สปินเดล 5
ไทยไปชิงแชมป์เอเชียแน่นอนแล้ว
ภายหลังจากที่ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติกวมได้ 13-0 ในเกมนัดที่ 3 ของเกมรอบคักเลือก กลุ่ม อี ทำให้ผลงาน 3 เกมของไทยนั้นเก็บได้ 9 คะแนนเต็ม ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าทีมเยาวชน 19 ปีไทยได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ของศึกเยาวชน 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2012
เพราะอย่างน้อยๆ ก็จะเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดของโซนตะวันออก ที่เอเอฟซี จะคัดเอาไปอีก 1 ทีมไปเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งในอีก 2 สาย ไม่ว่าจะเป็นสาย เอฟ และจี ทีมอันดับ 3 ของทั้ง 2 สาย จะมีคะแนนไม่ถึง 9 คะแนนอย่างแน่นอน