|
เยาวชนตัวแทนทั้ง 5 ภาคทั่วประเทศกว่า 50 ชีวิต โครงการ "มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ฟุตบอล แคมป์ 2011 รอบสุดท้าย" เข้าเก็บตัวเพื่อเฟ้นหานักเตะที่ฝีเท้าโดดเด่นที่สุด 10 คน รับทุนการศึกษารวมกว่าแสนบาทต่อปี ระหว่างวันที่ 10 -14 ต.ค. ที่ม.ชินวัตร จ.ปทุมธานี ด้าน คุณ บพิธ โกมลภิส ผจก.อาวุโสมูลนิธิไทยคม หวังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้เยาวชนเหล่านี้ก้าวขึ้นเป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยชินวัตร จ.ปทุมธานี ได้มีการแถลงข่าวการจัดพิธีเปิด "มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ฟุตบอลแคมป์ 2011 รอบสุดท้าย" หลังจากที่ได้ตัวแทนเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ทั้ง 5 ภาคภาคละ 10 คน ได้แก่ กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก, ภาคใต้, ภาคกลาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ รวมทั้งหมด 50 คน เข้าแคมป์เก็บตัว ณ ม.ชินวัตร ระหว่างวันที่ 10 -14 ต.ค. นี้ เพื่อทำการคัดเลือกและเฟ้นหานักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่นที่สุดเพียง 10 คน เพื่อรับทุนการศึกษาจากมูลนิธิไทยคม ทุนละ 10,000 บาทต่อปี
โดยมี "บิ๊กเปี๊ยก" นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ, รศ.ดร.ปริญญา ตันสวัสดิ์ รักษาการอธิการบดี ม.ชินวัตร, บพิธ โกมลภิส ผจก.อาวุโสมูลนิธิไทยคม, อ.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผอ.ฝ่ายพัฒนาบุคลากร กรมพลศึกษา และปธ.ฝ่ายเทคนิค สมาคมฟุตบอลฯ และ นายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการ บ. แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป ร่วมกันแถลงข่าวและทำพิธีเปิด
บิ๊กเปี๊ยกชมเป็นโครงการที่ดี
ในระหว่างพิธีเปิดทางด้าน "บิ๊กเปี๊ยก" ในฐานะตัวแทนของทางสมาคมฟุตบอลฯ ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ทางมูลนิธิไทยคมได้จัดการอบรมแคมป์ในครั้งนี้ขึ้นว่า "นับเป็นผลดีต่อเยาวชนของไทย ที่ได้มีองค์กรภาคเอกชนเล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล
ตอนนี้กำลังเป็นกีฬาในระดับอาชีพอย่างเต็มตัว การที่ทางมูลนิธิไทยคมได้มอบโอกาสดีๆ เหล่านี้น่าจะเป็นการผลักดันให้เยาวชนเหล่านี้ได้ก้าวเป็นอนาคตของประเทศต่อไป ดังนั้นเมื่อน้องๆ ทั้งหมดได้รับโอกาสแล้วก็ควรจะเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ในระยะเวลาเก็บตัวทั้ง 5 วันนี้ให้มากที่สุด เพื่อจะได้นำไปพัฒนาตัวเองสู่เส้นทางสายอาชีพต่อไป"
ผจก.มูลนิธิหวังมีเด็กโชว์ศักยภาพเต็มที่
จากนั้นทางด้าน คุณบพิธ โกมลภิส ในฐานะผู้ที่มีส่วนในการผลักดันให้ "มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ฟุตบอล แคมป์ 2011" ได้เกิดขึ้นมา ได้เผยถึงความสำเร็จของกิจกรรมส่งเสริมสังคมเพื่อพัฒนาเยาวชนทางด้านกีฬาสู่ในเวทีระดับประเทศต่อไปว่า
"มูลนิธิไทยคม ได้ก่อตั้งขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 18 แล้ว ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งมูลนิธิแห่งนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริม 2 ประการคือ ด้านการศึกษา และด้านกีฬา ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักต่อการพัฒนาประเทศ อยากจะให้น้องๆ ทั้ง 50 คนใช้เวลาช่วงที่เก็บตัวในครั้งนี้ แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเอง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็น 1 ใน 10 คนที่จะได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ก็ตาม ผมเชื่อว่าน้องๆ ทั้งหมดจะต้องกลายเป็นกำลังหลักในระดับสโมสร และระดับประเทศต่อไปอย่างแน่นอน"
อ.หรั่งคุมเข้มทั้ง5วันชี้ประโยชน์เพียบ
หลังจากนั้นทางด้าน "อ.หรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ฟุตบอล แคมป์ 2011 ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นผู้ให้ความรู้ทางด้านศาสตร์ลูกหนัง รวมถึงประเมินผลร่วมกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชระดับ เอ ไลเซนส์ อย่าง "โค้ชจุ่น" จตุพร ประมลบาล, พล ชมชื่น และทีมนักวิทยาศาสตร์การกีฬารวมกว่า 30 ชีวิต
"ในการอบรมครั้งนี้ ตลอดทั้งห้าวันที่เราได้มาอยู่รวมกันจะเป็นการทดสอบที่หนักเอาการ โดยเริ่มจากการซ้อมวันละสองเวลา เช้า-เย็น รวมถึงการทดสอบทักษะทางด้านกีฬา ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ, ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย, การโภชนาการต่างๆ, ทดสอบสภาพจิตใจ, การปรับตัวในการใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อเป็นการพัฒนา อีกทั้งในช่วงเวลาที่เก็บตัวจะมีบรรดาแมวมองจากสโมสรต่างๆ เข้ามาดูฝีเท้าของน้องๆ เหล่านี้ด้วย
ซึ่งจะเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักเตะสายอาชีพในอนาคตอันใกล้" นอกจากนั้น วันที่ 11 ต.ค. นี้ เยาวชนทั้ง 50 คนจะได้เข้าไปชมเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ระหว่างทีมชาติไทย พบกับซาอุดีอาระเบีย ที่ส.ราชมังคลากีฬาสถาน อีกด้วย
|