"ฉลามชล" ชลบุรี ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ สำเร็จ หลังบุกยันเสมอ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 0-0 สกอร์รวมสองนัดชนะ 3-2 โดยเข้าไปเจอ บุรีรัมย์ พีอีเอ ซึ่งจะหวดนัดแรกวันที่ 21 ก.ย. นี้ ที่บ้านของ บุรีรัมย์ พีอีเอ ในศึก โตโยต้า ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2554 ที่ผ่านมา มีแข่งขัน 1 คู่
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 0-0 ชลบุรี เอฟซี (รวมผลสองนัด ชลบุรี ชนะ 3-2)
ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่างสองบิ๊กทีมของเมืองไทย "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พบกับ "ฉลามชล" ชลบุรี โดยนัดแรกที่พบกัน ชลบุรี เฉือนชนะมาได้ก่อน 3-2
โดย ชลบุรี ขอเพียงแค่ผลเสมอ ก็จะเข้ารอบรองชนะเลิศทันที ส่วน เมืองทองฯ ต้องชนะเท่านั้น ทว่าหาก เมืองทองฯ ชนะ 2-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป
เกมนี้เจ้าถิ่น เมืองทองฯ ไม่มี 2 นักเตะตัวเก่งอย่าง ดัสกร ทองเหลา กับ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยรายหลังไม่มีรายชื่อ แม้กระทั่งตัวสำรอง โดยกองหน้าส่ง อานนท์ สังสระน้อย ล่าตาข่ายเพียงคนเดียว โดยมี คริสเตียน กับ จักรพันธ์ พรใส คอยทำเกมขวา-ซ้าย
ขณะที่ ชลบุรี ถือว่าขาดตัวหลักเช่นกันโดย สุทธินันท์ พุกหอม, อนุชา กิจพงษ์ศรี และ ณัฐพงษ์ สมณะ ต่างไม่มีชื่อในเกมนี้ทั้งหมด ทว่ายังนำทัพโดย "น้าเทิด" เทิดศักดิ์ ใจมั่น, พิภพ อ่อนโม้, สุรีย์ สุขะ, อดุลย์ หละโสะ และ ชลทิตย์ จันทคาม โดยเกมนี้ วิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรชลบุรี ประกาศอัดฉีดให้นักเตะ 3 แสนบาท หากสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้
เริ่มเกมครึ่งแรก มาได้เพียงนาทีเดียว กองเชียร์เจ้าถิ่นได้ลุ้นเฮก่อน เมื่อ จักรพันธ์ พรใส โยกบอลจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนสับไกยิงหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาสองออกไปแบบได้ลุ้น
จากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสเปิดเกมรุกทั้งคู่ แต่ นาทีที่ 11 เป็น ชลบุรี ที่ได้ลุ้นทำประตูบ้าง จาก พิภพ อ่อนโม้ ที่ได้แปเน้นๆ ที่เขตโทษ ทว่าเป็นเท้าซ้ายข้างไม่ถนัด ทำให้บอลปลิ้นผ่านหน้าประตูออกหลังไป
ถัดมา 2 นาที เมืองทองฯ ตอบโต้บ้างและเกือบด้วยประตูขึ้นนำ จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่เปิดโดย จักรพันธ์ พรใส ไปเสาแรกให้ ดักโน่ เซียก้า โหม่ง แต่บอลเฉี่ยวเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 18 จักรพันธ์ พรใส โฉบมายิงที่เสาแรกจากการเปิดทางฝั่งขวาของ นฤพล อารมณ์สวะ ทว่าบอลข้ามคานออกหลังไป
ทั้งสองทีมยังคงพยายามเปิดเกมบุกใส่กัน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ก่อนที่ นาทีที่ 30 อาลี ดิยาล่า กองหลัง เมืองทองฯ ศีรษะแตก จากการปะทะกับผู้เล่น ชลบุรี ก่อนจะพันผ้าพันแผลกลับมาลงสนามได้
และอีก 8 นาทีถัดมา เกมต้องหยุดหลายนาที เมื่อ พิภพ อ่อนโม้ ปะทะกับ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตู เมืองทองฯ ทำให้สลบไปชั่วขณะ จนต้องเรียกแพทย์เข้ามาดูอาการ ซึ่งสุดท้าย พิภพ อ่อนโม้ สามารถลุกขึ้นมาได้ด้วยตนเอง ซึ่งแฟนบอลทั่วทั้งสนามต่างปรบมือเป็นกำลังให้อย่างกึกก้อง ทว่าจังหวะนี้ ชลบุรี ไม่เสี่ยง จึงตัดสินในถอด พิภพ อ่อนโม้ ออก และส่ง เจษฎากรณ์ เหมแดง ลงสนามไปเล่นแทน
ท้ายเกมครึ่งแรก คริสเตียน เกือบยิงให้ เมืองทองฯ ได้ ทว่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายทวาร ชลบุรี ยังตามเซฟไว้ได้ รวมถึงช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ที่ จักรพันธ์ พรใส กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู แต่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมเติมเข้ามาทัน ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลังเกมยังเป็นรูปแบบเดิม ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกเข้าหากัน นาทีที่ 53 เป็น ชลบุรี ที่ได้ทักทาย จากการวอลเลย์ของ อดุลย์ หละโสะ หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกหลังไป และ 4 นาทีถัดมา เมืองทองฯ ได้ลุ้นจากฟรีคิก 25 หลา ของ จักรพันธ์ พรใส แต่บอลตรงตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับเข้าซอง
นาทีที่ 61 ชลบุรี ได้ฟรีคิกบ้างระยะประมาณ 30 หลา โดย ดาร์โก ราโคเซวิช รับหน้าที่ยิงเต็มข้อ บอลทะลุกำแพงเหมือนจะเสียบมุม แต่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ยังพุ่งรับไว้ได้ติดมือ
นาทีที่ 63 เอ็นริเก้ คาลิสโต้ กุนซือเมืองทองฯ แก้เกม ด้วยการส่งสองกองกลางตัวเก่งอย่าง ดัสกร ทองเหลา กับ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ลงสนามไปแทน นฤพล อารมณ์สวะ กับ จักรพันธ์ พรใส
เวลาผ่านไป เมืองทองฯ เริ่มกดดัน ทำให้ต้องเปิดเกมรุกมากขึ้นกว่าเดิม และปรากฏว่าช่วงกลางครึ่งหลัง มีโอกาสทำประตูหลายครั้ง เริ่มจาก นาทีที่ 69 อาลี ดิยาร่า ยิงไกลร่วม 30 หลา แต่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ยังพุ่งปัดออกไปได้หวุดหวิด
นาทีถัดมา ดักโน่ เซียก้า ได้ยิงเน้นๆ ระยะแต่ 5 หลา แต่ สินทวีชัย โชว์ซูเปอร์เซฟปัดไว้ได้ปลายนิ้วข้ามคานออกไป ซึ่งจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ดัสกร ทองเหลา เปิดไปเสาแรกให้ อานนท์ สังสระน้อย โฉบโหม่ง บอลผ่านหน้าประตูหลุดเสาสองอย่างเหลือเชื่อ เพราะมีผู้เล่นทั้งสองทีมยืนอยู่หน้าประตูหลายคน แต่ไม่มีใครจิ้มบอลทัน
ท้ายเกม เมืองทองฯ พยายามโหมบุกอย่างหนักหวังเอาประตูชัย และช่วงทดเวลาน่าได้ประตูชัยจาก อาลี ดิยาร่า ที่วอลเลย์เต็มข้อชนิดที่ไม่มีคนประกบ แต่บอลหลุดกรอบอย่างเหลือเชื่อ
จบเกม เมืองทองฯ เสมอ ชลบุรี 0-0 ส่งผลให้ ชลบุรี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ บุรีรัมย์ พีอีเอ โดยนัดแรกจะเตะวันที่ 21 ก.ย. 2554 ที่สนาม นิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม บ้านของ บุรีรัมย์ พีอีเอ เวลา 19.00 น. โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางฟุตบอลสยามทีวี ทรูวิชั่นส์ 74
"พิภพ"ส่อปิดเทอมซีซั่นนี้
ทั้งนี้ สำหรับอาการบาดเจ็บของ พิภพ อ่อนโม้ กองหน้าตัวเก่งชลบุรี หลังจากถูกเปลี่ยนตัวออกมาเจ้าตัวมีอาการเบลอๆ ทำให้ถูกส่งไปเช็กอาการที่ รพ.สมิติเวช ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อเอกซเรย์
ซึ่งมีรายงานว่าศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน และคาดว่าต้องพักรักษาตัวหลายเดือน ทำให้พิภพน่าจะพลาดการลงสนามช่วยชลบุรีในศึก โตโยต้า ลีก คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ วันที่ 21 ก.ย. นี้ และ เอเอฟซี คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศนัดสอง ที่จะออกไปเยือนนาซาฟ ที่ประเทศอุซเบฯ วันที่ 27 ก.ย. นี้ นอกจากนั้น หากอาการร้ายแรงหนักคาดว่าอาจต้องพักจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้เลยทีเดียว
นอกจากนั้น ชลทิตย์ จันทคาม ปราการหลังตัวเก่ง ยังต้องส่งตัวเข้า รพ.มงกุฎวัฒนะ หลังจบเกมด้วย เนื่องจากคิ้วแตกระหว่างการแข่งขัน แต่เจ้าตัวฝืนเล่นจนจบเกม ซึ่งคาดว่าต้องเย็บหลายเข็มด้วยกัน
วาทะโค้ช
เอ็นริเก้ คาลิสโต้ กุนซือ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด "เป็นเกมที่ตื่นเต้น แต่ผลการแข่งขันวันนี้มันยากที่จะรับได้ เพราะตลอดทั้งเกมเราบุกมากกว่า สร้างสรรค์โอกาสมากกว่า ครองบอลมากกว่า แต่ที่น่าผิดหวังคือเราไม่ชนะ ที่สำคัญสิ่งที่น่าผิดหวังในเกมนี้คือ การทดเวลาของผู้ตัดสิน ที่จะเห็นว่ามีการถ่วงเวลาจากชลบุรีหลายครั้ง แต่ผู้ตัดสินที่เป่าหมดในช่วงของการทดเวลา 5 นาที ซึ่งเรื่องถ่วงเวลาที่เวียดนามเกิดขึ้นตลอด แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเกิดขึ้นที่เมืองไทย"
วิทยา เลาหกุล กุนซือ ชลบุรี เอฟซี "เป็นเกมที่สนุก แต่คนที่ยิ้มคือบุรีรัมย์ พีอีเอ เพราะไม่ว่าใครจะผ่านเข้ารอบต่างก็ต้องเหนื่อยล้าทั้งนั้น เพราะเพิ่งกลับมาจากการการเล่น เอเอฟซี คัพ ซึ่งความจริงแล้ว เกมนี้ควรเสมอกันแบบมีสกอร์ 2-2, 3-3 แต่เราแสดงให้เห็นว่ามีสมาธิกันดี อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเกมนี้ เมืองทองฯ มีเกมที่ดีกว่า โดยเฉพาะริมเส้น แต่การที่เราขาดตัวหลัก 5-6 คน ทำให้มีผลเหมือนกัน"
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ 5.5, พลวัฒน์ วังฆะฮาด 5, อาลี ดิยาร่า 5.5, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ 5, นนทพันธ์ เจียรสถาวงศ์ 5, นฤพล อารมณ์สวะ 5 (ดัสกร ทองเหลา 5), ดักโน่ เซียก้า 5.5, ปิยพล บรรเทา 5.5, คริสเตียน เคาคู 5.5, จักรพันธ์ พรใส 5.5 (พิชิตพงษ์ เฉยฉิว 5), อานนท์ สังสระน้อย 5.5
ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล 6.5, สุรีย์ สุขะ 5.5, ชลทิตย์ จันทคาม 6, ดาร์โก ราโคเซวิช 5.5, ไดกิ ฮิกูชิ 5, อดุลย์ หละโสะ 5.5, คาซูโตะ คูชิดะ 5.5, กัสตัน ราอูล กอสซาเลซ 5, เทิดศักดิ์ ใจมั่น 5 (ศุภเสกข์ ไก่แก้ว 5), พิภพ อ่อนโม้ 5 (เจษฎากรณ์ เหมแดง 5), วราดิเมียร์ ริบิช 5 (เนย์ ฟาเบียโน่ 5)
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตู ชลบุรี เอฟซี
ไฮไลท์ฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2011เมืองทองฯยูไนเต็ด เสมอ ชลบุรี เอฟซี 0 - 0 (รวมผลสองนัด ชลบุรี ชนะ 3-2)
สัมภาษณ์ เอ็นริเก้ คาลิสโต้ โค้ช เมืองทองฯ ยูไนเต็ด หลังเกมเสมอ ชลบุรี เอฟซี 0-0
สัมภาษณ์ วิทยา เลาหกุล โค้ช ชลบุรี เอฟซี หลังเกมเสมอ เมืองทองฯยูไนเต็ด 0-0
|