|
"นกใหญ่พิฆาต" ชัยนาท เอฟซี ยังร้อนแรงเมื่อเปิดบ้านอัด "ฟอร์ซ่า" สมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด ไปสบายๆ3-0 เกมนี้ ภูวดล สุวรรณชาติ ยิงคนเดียว2ลูกช่วยให้ชัยนาท เก็บ3คะแนนสำคัญขึ้นมาอยู่ที่4ของตารางด.1 ด้าน เชียงใหม่ เอฟซี ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอแพ้ให้กับ บีบีซียู เอฟซี 0-1และ กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี เอาชนะ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด 1-0 ศึกด.1เมื่อวันที่ 24เม.ย.ที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอลลีกดิวิชั่น1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24เม.ย. ที่ผ่านมา
ชัยนาท เอฟซี 3 - สมุทรปราการ ศุลกากร 0
ที่สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม บ้านของ "นกใหญ่พิฆาต" ชัยนาท เอฟซี ทีมอันดับ 6 มี 14 แต้ม จาก 9 นัด นัดล่าสุดเปิดบ้านชนะ ไทย ฮอนด้า 5-1 เปิดสนามพบกับ "ฟอร์ซ่า" สมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด อันดับ 14 เตะ 9 นัด มี 10 คะแนน นัดล่าสุดบุกแพ้ แอร์ฟอร์ซ 0-2 สำหรับ 11 ผู้เล่นเกมนี้ของฝั่งเจ้าบ้าน ชัยนาท นำทัพโดย "เจ้าตั้ม" ณรงค์ชัย วชิรบาล ที่สลัดอาการบาดเจ็บสวมปลอกแขนกัปตันทีมลงสนาม พร้อมด้วย สิงขร มังคุด, รัชพล นาวันโน, สุเมธ อยู่โต และ "จัมโบ้เอ" ทะนงศักดิ์ พรมดาด ขณะที่ ศุลกากร ส่ง ขวัญชัย เฟื่องประกอบ ยืนคู่หน้ากับ คาเลสติน โอลิเวอร์ โดยมี วีรศักดิ์ เกียรติสูงเนิน ทำเกมแดนกลาง ร่วมกับ อาทร ใสงาม, ณรงค์ฤทธิ์ สามนปาล และกฤษดา นาคพันธ์ เริ่มเกมมาเพียง 2 นาที "คัสตอมส์" เกือบได้ประตูขึ้นนำถึงสองครั้งติด เริ่มจากลูกเปิดทางฝั่งขวาของ กฤษดา นาคพันธ์ ไปที่เสาแรกก่อนเป็น อาบูบาก้า ที่โหม่งออกอย่างเหลือเชื่อ ทว่าผู้ตัดสินมองว่าแฉลบผู้เล่น ชัยนาท ออกทำให้ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมก่อนที่ กฤษดา นาคพันธ์ จะเปิดมาเสาแรกและเป็น ขวัญชัย เฟื่องประกอบ ที่ได้โหม่งหลุดเสาออกไป น.4 ชัยนาท น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากลูกทุ่มไกลทางฝั่งขวาของ อานนท์ นานอก แม้กองหลังทีมเยือนจะเตะสกัดออกมาแต่ไม่พ้นอันตราย ก่อนที่ สิงขร มังคุด จะวอลเลย์ด้วยเท้าซ้ายแบบไม่จับบอลพุ่งเช็คคานออกหลังอย่างน่าเสียดาย ถัดมานาทีเดียว ภูวดล สุวรรณชาติ ดาวยิง "นกใหญ่" วางเท้ายิงไกล 25 หลา แต่ นิคม เข้มแข็ง นายทวาร ศุลกากร ยังเหินตัวปัดบอลทิ้งออกไปได้ ก่อนที่ น.9 ภูวดล สุวรรณชาติ เจ้าเก่าจะลองซัดไกลอีกครั้งแต่คราวนี้เฉี่ยวเสานิดเดียว เกมของ ชัยนาท ดีกว่า ศุลกากร ชัดเจนและมีโอกาสทำประตูต่อเนื่อง เริ่มจาก น.19 ที่ ภูวดล สุวรรณชาติ กระดกบอลหนี ครรชิต ชลรัตน์อัมฤทธิ์ ก่อนยิงเต็มข้อ แต่ตรงตัว นิคม เข้มแข็ง ทำให้รับไว้ได้ น.22 กองหลัง ศุลกากร เคลียร์บอลไม่ดีบอลลอยโด่งก่อนที่ "จ้มโบ้เอ" ทนงศักดิ์ พรมดาด จะตีลังกายิงบนเส้น 18 หลา ทว่า นิคม เข้มแข็ง นายทวารทีมเยือนยังไม่พลาด ถัดมา 3 นาที ความพยายามของเจ้าถิ่นมาประสบความสำเร็จ จากจังหวะเปิดบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายของ ทนงศักดิ์ พรมดาด ไปที่เสาแรกและเป็น "ดัมมี่" ภูวดล สุวรรณชาติ ที่โหม่งตุงตาข่าย ให้ "นกใหญ่" นำ 1-0 หลังได้ประตูขึ้นนำ ชัยนาท ยังคงเปิดเกมบุกเหมือนเดิม และ น.30 มาได้ประตูที่สองจากฟรีคิกระยะ 30 หลา ของ "เจ้าตั้ม" ณรงค์ชัย วชิรบาล ที่ยิงข้ามกำแพงก่อนเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม หมดปัญญาที่ นิคม เข้มแข็ง นายทวาร ศุลกากร จะพุ่งทัน ทำให้ "นกใหญ่" นำห่าง 2-0 ศุลกากร ดูตื้อๆ ลงไปหลังเสียไปสองประตู โดยไม่สามารถหาโอกาสสับไกทำประตูเจ้าถิ่นได้เลย แถม น.37 ยังเกือบโดนลูกที่สามจาก ภูวดล สุวรรณชาติ ที่เข้าชาร์จจากลูกเปิดของ ธนากร ขำโขมะ ทางฝั่งซ้าย ยังดีที่บอลไม่ตรงกรอบ นาทีสุดท้าย ศุลกากร ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายสำเร็จ จากการเปิดทางสุดเส้นหลังฝั่งขวาของ อาทร ใสงาม ให้ คาเลสติน โอลิเวอร์ ยิงเข้าประตู แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงบอลออกในจังหวะที่ อาทร ใสงาม เปิดจากสุดเส้นหลัง ก่อนจบครึ่งแรก ชัยนาท นำ สมุทรปราการ ศุลกากรฯ 2-0 ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันใหม่ทั้งสองทีมยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมทั้งหมด โดยเปิดฉากมาทั้งคู่มีโอกาสยิงฝั่งละครั้ง เจ้าถิ่นได้ลุ้นก่อนจาก สุเมธ อยู่โต ที่ซัดบนเส้น 18 หลา แต่บอลถากเสาออกหลังไป ก่อนที่ อาทร ใสงาม แข้งตัวเก่งของ ศุลกากร จะยิงไกล 25 หลาบ้าง ทว่าบอลหลุดกรอบออกหลังไป ศุลกากร พยายามโหมบุกเพื่อเอาประตูตีไข่แตกให้ไว และ น.53 เกือบทำได้จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาของ กฤษดา นาคพันธ์ ที่เปิดโค้งไปเสาสอง บอลเหมือนจะเสียบสามเหลี่ยมแต่ มานะ นพเนตร นายทวาร ชัยนาท ยังทุบบอลทิ้งออกหลังไปได้ น.57 กลายเป็น ชัยนาท ที่มาได้ประตูที่สาม เมื่อ สิงขร มังคุด จ่ายบอลให้ "ดัมมี่" ภูวดล สุวรรณชาติ เลี้ยงบอลจากหลังฝั่งซ้ายก่อนตัดเข้ากลางไปหน้าประตูและซัดเต็มข้อตุงตาข่าย ให้ "นกใหญ่" นำห่างไปไกล 3-0 ถัดมาไม่ถึงนาที ศุลกากร เกือบตีไข่แตกได้จาก ขวัญชัย เฟื่องประกอบ ที่ซัดเก็บตกจ่อๆ ชนิดไม่มีใครคุมเส้นประตู ชัยนาท แต่อดีตดาวยิง ทีมชาติไทย รายนี้กลับซัดออกอย่างเหลือเชื่อ เกมผ่านมาถึง 1 ชั่วโมงของการแข่งขัน ชัยนาท ที่นำห่างดูเล่นสบายและไร้ความกดดัน ทำให้กล้าเล่นเกมบุกมากขึ้น และ น.63 สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้เป็นครั้งที่สี่ของเกม จากจังหวะที่ ธนากร ขำโขมะ ยิงแฉลบผู้เล่น ศุลกากร ไปเข้าทาง "ดัมมี่" ภูวดล สุวรรณชาติ แปเน้นๆ เข้าประตู แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน น.76 ชัยนาท ต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ เคาดิโอ ปาสกวา ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงไปของ ชัยนาท ไปหวด กฤษดา นาคพันธ์ ทำให้ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป ศุลกากร ที่ตัวผู้เล่นมากกว่าพยายามโหมบุกอย่างหนักเพื่อเอาประตูตีไข่แตกให้ไวและได้ลุ้น น.81 จากฟรีคิก 25 หลากลางประตูของ กฤษดา นาคพันธ์ ที่ซัดข้ามกำแพงแต่โค้งเฉี่ยวเสาออกไปแบบได้ลุ้น แต่ถัดมานาทีเดียว ชัยนาทได้จังหวะยิงและบอลชนคานจาก ปริญญา อู่ตะเภา นักเตะตัวสำรองที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงไป ท้ายเกม ศุลกากร ลองลุ้นจากการยิงไกลและเจาะเข้าทำ แต่จังหวะสุดท้ายไม่สามารถทำอะไรเกมรับของ ชัยนาท ได้ ก่อนจบเกม ชัยนาท ชนะ สมุทรปราการ ศุลกากร ขาดลอย 3-0
วาทะโค้ช อนุชา นาคาศัย : "เราน่าได้ประตูมากกว่า 3 ลูก จากโอกาสในเกมนี้ที่ถือว่าเยอะมาก แต่ได้แค่นี้ถือว่าพอใจเพราะดูจากรูปเกมถือว่าเราทำได้ดีและเริ่มเข้าใจในระบบทีมมากขึ้น หวังว่าเกมต่อไปกับกัลฟ์ สระบุรี หากเรายังรักษามาตรฐานเช่นนี้ไว้ได้น่าจะเก็บสามคะแนนเต็มได้อีก" จักรี หนองน้อย : "ยอมรับว่าผู้เล่นของเรายังคงเป็นรองและห่างชั้นกับชัยนาทอยู่พอสมควร แต่ทั้งนี้น่าเสียดายที่เราไม่ได้ประตูไล่มา 1-2 ซึ่งหากลูกนั้นเป็นประตูเชื่อว่าเราจะกลับเข้าสู่เกมได้ แต่ในเมื่อผู้ตัดสินไม่ให้ก็ต้องยอมรับกับความพ่ายแพ้ในเกมวันนี้ที่ต้องปรับกันต่อไป"
คะแนนความสามารถของนักเตะทั้งสองทีม ชัยนาท : มานะ นพเนตร 6, อานนท์ นานอก 6, ยูซูเกะ ซาโตะ 6, สุรเดช เสาไธสง 6.5, ธนากร ขำโขมะ 6.5, รัชพล นาวันโน 6, สิงขร มังคุด 6.5, สุเมธ อยู่โต 6 (เคาดิโอ ปาสกวา 5.5), ณรงค์ชัย วชิรบาล 6.5 (คึกฤทธิ์ สิทธิฤทธิ์ -), ภูวดล สุวรรณชาติ 7, ทนงศักดิ์ พรมดาด 6.5 (ปริญญา อู่ตะเภา 6) สมุทรปราการ ศุลกากร : นิคม เข้มแข็ง 5, ภัทรพล โมลิโต 5, บาบูบาก้า 5, ครรชิต ชลรัตน์อมฤต 5 (เอ็มมานูเอล ดีจ็อค 5), สุรพล พรบริบูรณ์ 5.5, วีรศักดิ์ เกียรติสูงเนิน 5 (อุทัย ผิวเงิน 5), อาทร ใสงาม 5.5, ณรงค์ฤทธิ์ สามนปาล 5, กฤษดา นาคพันธ์ 6, คาเลสติน โอลิเวอร์ 5 (นริศ พูนทรัพย์ 5), ขวัญชัย เฟื่องประกอบ 5.5
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ภูวดล สุวรรณชาติ ผู้ยิง2ประตูให้ชัยนาทเอฟซี
เชียงใหม่ เอฟซี 0 - บีบีซียู เอฟซี 1
ที่สนามสมโภช 700 ปี เชียงใหม่ เป็นศึกดิวิชั่น 1 ระหว่าง "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี ทีมอันดับรองบ๊วยของตาราง แข่ง 9 นัด มีอยู่ 7 แต้ม เปิดรังพบกับ "เสือสามย่าน" บีบีซียู เอฟซี ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 9 นัด มีอยู่ 21 แต้ม โดยผลงานล่าสุดของเจ้าบ้านบุกไปพ่ายเอฟซี ภูเก็ต 0-4 ขณะที่ยอดทีมแกร่งจากเมืองหลวงเชือดปตท.ระยอง นิ่มๆ 1-0 เกมนี้ "โค้ชปอด์น" สฤษดิ์ วุฒิช่วย ผช.โค้ชของ "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี ที่ลงคุมข้างสนามอีก 1 เกม ส่ง 4 แข้งดาวรุ่ง ดีกรีติดธงไตรรงค์มาแล้วอย่าง วรนันท์ ศรีสารี, สาธิต ป้อมเสมา, อดิสร สัพโส และ ศุภนนท์ ปรางจันทร์ แถมเกมนี้ วิโรจน์ อ่อนศิลา กองกลางจอมอึด ยังรับบทบาทเป็นกัปตันทีมอีกด้วย ส่วน "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ "เสือสามย่าน" บีบีซียู เอฟซี ไม่น้อยหน้า ขนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเช่นกัน นำโดย "บี้ เดอะศรีสะเกษ" ชัยณรงค์ ทาทอง หัวหอกดาวซัลโว, อิศวะ สิงห์ทอง มิดฟิลด์พันธุ์ระห่ำ และ ยีน มาร์ค นายทวารสีผิวจอมหนึบ สำหรับเกมนี้ "เสธ.ตุ้ม "พลตรี ชินเสณ ทองกมล ประธานคณะกรรมการแต่งตั้งและติดตามประเมินผลงานผู้ตัดสิน ได้เดินทางเข้ามาชมเกมด้วย เนื่องจากเจ้าตัวมองว่าเป็นคู่ใหญ่ประจำสัปดาห์ และอาจจะมีปัญหาร้ายแรงได้ ออกสตาร์ตมาเพียงนาทีแรก กลายเป็นทีมเยือนที่ช็อกขวัญเจ้าบ้าน เมื่อ อดุลย์ หมื่นสมาน พาบอลขึ้นมาทางกราบซ้าย แล้วจัดการเปิดเข้ามาที่เสาสอง กลายเป็น เอเวอร์ เบนิเตซ ที่สกัดผิดเหลี่ยม ส่งบอลไปจมอยู่ก้นตาข่าย ทำให้เสือสามย่านบุกมานำ 1-0 น.7 เจ้าบ้านเร่งเครื่องหมายที่จะทวงประตูคืนมาให้ได้โดยเร็ว ซึ่ง คิมิอากิ คิโนมูระ แบ็กขวาเลือดซามูไร กระชากบอลขึ้นมาก่อนที่จะเปิดบอลเลี้ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษ หวังให้เพื่อนร่วมทีมเข้าชาร์จ แต่ ยีน มาร์ค ยังออกมาคว้าบอลได้ก่อน น.11 อดิสร สัพโส เปิดฟรีคิกจากริมเส้นด้านขวา เข้ามาที่กลางประตู อิศวะ สิงห์ทอง ห้องเครื่องฉบับกระเป๋าสกัดบอลออกมาไม่ดี ไปเข้าทาง วิโรจน์ ศิลาอ่อน ซึ่งเจ้าตัวจัดการเปลี่ยนแกนบอลไปให้ คิมิอากิ คิโนมูระ ที่รออยู่ริมเส้นขวาทันที แต่ดาวเตะญี่ปุ่นรายนี้กลับเปิดบอลออกไปแบบเสียของ น.16 เชียงใหม่ พลาดการได้ประตูตีเสมอ จากลูกสูตรตรงเขตมุมะง ศุภนนท์ ปรางจันทร์ ไหลมาให้ อดิสร สัพโส ที่วิ่งมาเปิดด้วยซ้าย บอลเลี้ยวไปเข้าหัว เอเวอร์ เบนิเตซ ที่ขึ้นโหม่งตรงเสาสองชงมาหน้าปากประตู คริสเตียน เยา กลับเข้าชาร์จไม่ถึง น.21 อาคันตุกะจากสามย่าน หวิดที่จะเพิ่มสกอร์หนีห่าง จากการทำเกมขึ้นมาทางกราบซ้ายของ อดุลย์ หมื่นสมาน ก่อนที่เจ้าตัวจะลากไปถึงเส้นหลัง แล้วตวัดกลับมาให้กับ มาริค อับเวลเล่ ขึ้นโหม่ง แต่หลุดกรอบออกไป น.23 เกมบุกของ "เสือสามย่าน" เริ่มที่จะเดินเครื่อง โดย "บี้ เดอะศรีสะเกษ" ชัยณรงค์ ทาทอง พาบอลขึ้นมาจากกลางสนาม ก่อนที่จะทำชิ่งกับ จันติน อูเช่ ปริ้นส์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วล็อกบอลหลบ คิมาอากิ คิโนมูระ หนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะหวดด้วยซ้ายระยะ 3 หลา บอลกลับหลุดออกหลังไปแบบน่าเสียดาย อีก 1 นาทีถัดมา "พยัคฆ์ล้านนา" มีโอกาสได้ลุ้นบ้าง คราวนี้พวกเขามาได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา ซึ่ง สาธิต ป้อมเสมา อาสาวิ่งเข้ามาปั่นด้วยขวา บอลเหมือนกับจะฮุกลงสามเหลี่ยมเสาสองอยู่แล้ว ทว่ากลับหลุดออกไปอีก น.26 จากเกมโตกลับเร็วของ จันติน อูเช่ ปริ้นซ์ ที่พาบอลวิ่งควบสปีดหนี เอเวอร์ เบนิเตซ เข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วจัดการกดด้วยขวา ยังดีที่ จักรกริช ธรรมแสน นายทวารเจ้าบ้านยังล้มตัวเซฟไว้ได้ น.32 เชียงใหม่ ยังคงได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ สาธิต ป้อมเสมา เปิดบอลจังหวะสองเข้าไปในกรอบเขตโทษ หวังให้เพื่อนเข้าโฉบ ทว่ากลับไปเข้ามือของ ยีน มาร์ค ที่ออกมาคว้าได้ทัน แล้วนายทวารผิวสีรายนี้จัดการส่งบอลมาให้กับ มาริค แต่พลาดไปเข้าเท้าของ ปริวัฒน์ เสียงใส ทำให้กองกลางหัวเดทร็อครายนี้ ต้องตัดฟาวล์ในทันที และโดนใบเหลืองรกของเกมไป น.34 ถึงคิวของเจ้าบ้านมาโดนใบเหลืองบ้าง เมื่อ อดิสร สัพโส ไปเข้าบอล ประสิทธิ์ เทาดี จากทางด้านหลัง จนแบ็กขวารายนี้ออกอาการจุกทีเดียว น.38 ความอึดของ วิโรจน์ ศิลาอ่อน เกือบสัมแดงฤทธิ์เดช เมื่อเจ้าตัวตัดบอลได้กลางสนาม ก่อนที่จะพาบอลขึ้นมาทางขวาจนถึงเส้นหลัง แล้วจัดการปาดบอลเข้ามาให้กับ เอ็นกูเยฮา ยานเคอู ที่ส่งบอลต่อให้ วรนันท์ ศรีวารี กดด้วยขวาบอลถากเสาแรกหลุดออกหลังนิดเดียว หลังจากนั้นขุนพล "พยัคฆ์ล้านนา" ยังเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังที่จะได้ประตูตีเสมอมาเร็วที่สุด ซึ่งใน น.45 คิมิอากิ คิโนมูระ วางบอลจากกราบขวาเข้ามาให้ เอ็นกูเอฮา เยนเคอู ขึ้นเขกในเขตโทษเหน่งๆ ทว่า ยีน มาร์ค ยังล้มตัวรับไว้ได้ ก่อนที่จะหมดครึ่งแรกทาง บีบีซียู บุกมานำ เชียงใหม่ เอฟซี อยู่ 1-0 กลับเข้าสู่ครึ่งหลัง เชียงใหม่ แก้เกมด้วยการส่ง ชนัตพล สิขะมณฑล ลงมาแทน อดิสร สัพโส และ น.51 บีบีซียู เกือบที่จะได้ประตูหนีห่าง จากการที่ บี้ เดอะศรีสะเกษชัยณรงค์ ทาทอง ตัดบอลได้ในเขตโทษของตัวเอง แล้วพาบอลเลี้ยงตะลุยขึ้นมา หลบผู้เล่น เชียงใหม่ ไป 3 คน ก่อนที่จะตะบันด้วยซ้าย บอลลอยออกหลังไป น.53 สาธิต ป้อมเสมา โชว์กางวางบอลริมเส้นด้านซ้าย เข้าไปในกรอบเขตดทษหวังให้ วรนันท์ ศรีวารี อดีตเพื่อนร่วมทีมนักเรียนไทยขึ้นโหม่ง แต่ถูก โคบีนัน กวยต้า กองหลังผิวสีร่างยักษ์ ชิงเหลี่ยมตัดบอลไปได้ซะก่อน น.55 กองทัพล้านนาเล่นลูกสูตร โดย ชนัตพล สิขะมณฑล จ่ายบอลสั้นไปให้กับ คิมิอากิ คิโนมูระ ก่อนที่แบ็กชาวญี่ปุ่นจะตบกลับหลังมาให้กับตัวสำรองของทีม ซึ่ง เก็ทโด้จัดการเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ หวังให้ วรนันท์ ศรีสารี เข้าชาร์จ ทว่า ยีน มาร์ค ยังออกมารับบอลได้ทัน น.58 เกมเกือบที่จะเดือดขึ้นมา เมื่อ เอเวอร์ เบนิเตซ ปราการหลังของเจ้าบ้านที่ตามตอด ชัยณรงค์ ทาทอง จากด้านหลังหลายครั้ง คราวนี้ยังคงกระทำในลักษณะเดิม ซึ่ง บี้ เดอะศรีสะเกษทนไม่ไหว ออกอาการฮึดฮัดใส่ แต่ยังดีที่เพื่อนร่วมทีมมาห้ามไว้ได้ทัน น.60 อิสวะ สิงห์ทอง วางบอลจากแดนตัวเอง มาให้กับ อนุชา ช่วยศรี ที่กราบขวา ก่อนที่ปีกรายนี้จะกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วจัดการสับไกลด้วยขวา บอลยังคงทะยานออกหลังเช่นเดิม น.62 สกอร์ของเจ้าบ้านเกือบที่จะขยับ จาการเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษของ ปริวัฒน์ เสียงใส ซึ่ง เอ็นกูเอฮา เยนเคอู ขึ้นเทคตัวโหม่งเช็ดกะให้บอลเปลี่ยนทาง แต่ ยีน มาร์ค ยังตามไปรับบอลได้อย่างสบายๆ น.64 ตัวสำรองของ "พยัคฆ์ล้านนา" อย่าง ชนัตพล สิขะมณฑล เกือบที่จะแผลงฤทธิ์อีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวรับบอลจาก วิโรจน์ ศิลาอ่อน ตรงกลางสนาม ก่อนลากมาที่หน้ากรอบเขตโทษ แล้วสับไกลทันที บอลพุ่งเลียดด้วยความแรงเฉี่ยวเสาสองไปนิดเดียว น.68 "โค้ชปอด์น " ทำการแก้เกมให้เจ้าบ้านอีกครั้ง คราวนี้จัดการส่งขีปนาวุธอย่าง โซเน่ เอ็นโกเร่ เอ็นจุมเบ้ ลงไปแทน วรนันท์ ศรีวารี ที่เล่นไม่ได้ตามมาตรฐาน น.77 จันติน อูเช่ ปริ้นซ์ โชว์สเต๊ป ด้วยการกระชากบอลเข้าไปในเขตโทษ เชียงใหม่ ด้วยความเร็ว ก่อนที่จะลองซัดมุมแคบบริเวณเสาสอง แต่ จักรกริช ธรรมแสน ยังล้มตัวเซฟไว้ได้ น.82 ถึงคราวที่ทีมเยือนแก้เกมเป็นครั้งแรก ด้วยการส่ง จูเลียส ชุกวูม่า ลงมาเล่นแทน มาริค เอ็บเวลเล่ หลังจากนั้นทั้ง 2 ทีม ต่างเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก ทว่ากลับไม่มีทีมใดที่ผลิตสกอร์ได้ จบเกม บีบีซียู บุกมาลูบคม เชียงใหม่ เอฟซี ไปได้แบบสนุก 1-0 เก็บ 3 คะแนนไปได้สำเร็จ
วาทะโค้ช "พ่อเลี้ยงอี๊ด" ดร.อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ประธานสโมสร พยัคฆ์ล้านนาเชียงใหม่ เอฟซี กล่าวว่า เกมวันนี้ค่อนข้างที่จะออกมาสนุก ซึ่งทีมของเราสู้กับทีมที่อยู่บนหัวตารางได้ดีมาก แม้จะพลาดท่าแพ้ไป แต่ถือว่าโดยรวมทำได้ค่อนข้างดี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ "เสือสามย่าน" บีบีซียู เอฟซี บอกว่า "เกมนี้เราได้ประตูเร็วมาก ทำให้เราเล่นกันได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งต้องขอชมลูกทีมที่เล่นได้ตามแท็คติค จนเราสามารถมาเก็บ 3 คะแนนนี้ได้"
คะแนนความสามารถของนักเตะทั้งสองทีม เชียงใหม่ เอฟซี : จักรกริช ธรรมแสน 6, ศุภนนท์ ปรางจันทร์ 6 (น.84 ลิขสิทธิ์ โตสุวรรณ), คิมอากิ คิโนมูระ 5, คริสเตียน เยา 5.5, เอเวอร์ เบนิเตซ 6, ปริวัฒน์ เสียงใส 5.5, สาธิต ป้อมเสมา 6, วิโรจน์ ศิลาอ่อน 6, อดิสร สัพโส 6 (น.46 ชนัตพล สิขะมณฑล 6), เอ็นกูเอฮา เยนเคอู 5.5, วรนันท์ ศรีวารี 5 (น.68 โซเน่ เอ็นโกเร่ เอ็นจุมเบ้ -) บีบีซียู เอฟซี : ยีน มาร์ค 7, อดุลย์ หมื่นสมาน 6.5, นันทพล พิบูลย์พล 5.5, โคบีนัน เอ็น กวยต้า 6, ประสิทธิ์ เทาดี 6, วัฒนศัพท์ เจริญศรี 5.5, อนุชา ช่วยศรี 6 (น.94 เอกชัย นุ้ยขาว -), อิศวะ สิงห์ทอง 7.5, มาริค เอ็บเวลเล่ 5.5 (น.82 จูเลียส ชุกวูม่า 5), จัสติน อูเช่ ปริ้นส์ 6.5, ชัยณรงค์ ทาทอง 6
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : อิศวะ สิงห์ทอง ห้องเครื่องของ บีบีซียู เอฟซี
กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี 1 - แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด 0
ที่สนาม อบจ.สระบุรี เวลา 18.00 น. เป็นการแข่งขันฟุตบอล ดิวิชั่น 1 ระหว่าง กัลฟ์ สระบุรี ทีมอันดับ 11 ของตาราง ลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 2 เสมอ 5 แพ้ 2 นัดล่าสุด บุกไปแพ้ให้กับ บุรีรัมย์ เอฟซี 0-2 เปิดบ้านพบกับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 8 ของตาราง มี 12 คะแนน จากการลงสนาม 9 นัด นัดล่าสุดเปิดบ้านชนะ สมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด 2-0 เกมนี้ทางด้านเจ้าบ้านจะหมดสิทธิ์ ใช้งานบริการของ เลนดี้ คานิสโซ่ กองหน้าตัวเก่งของทีม ที่ติดโทษแบนเพียงคนเดียว ที่เหลือยังคงใช้ชุดหลักลงสนามอย่างพร้อมเพียง ผู้รักษาประตูยังคงเป็น จักรินทร์ บุญมี และมีสามารถ ปัญญา กับ สเตฟาน จอกี้ คอยคุมเกมในเกมรับของทีม ส่วนในแนวรุกมี มนัส ตัดสุนทร , สมบูรณ์ ทรัพย์พานิช และ ศิโรดม สิงห์ทิพย์พันธุ์ เป็นทีเด็ดในแนวรุกของทีม ทางด้านทีมเยือนสภาพทีมถือว่าพร้อมพอสมควร โดยส่ง 3 นักเตะต่างชาติ ทั้ง เดวาล่า กอริค , อเล็กซานเดอร์ เอ็กกาเย่และโนมี่ คาลัยรี่ ลงสนามกันอย่างพร้อมเพียง ส่วนในรายของนักเตะไทยก็มีทั้ง ยุทธนา จงนอก และ กฤษณะ ต่ายวัล ช่วยกันคุมเกมในแดนกลาง และส่ง อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย เป็นตัวอันตรายในแดนหน้า ออกสตาร์ทเกมในครึ่งแรกเป็นทางด้านเจ้าบ้าน กัฟ สระบุรี เปิดเกมบุกเข้าใส่ทางด้านทีมเยือนทันที และได้ลุ้นก่อนใน น.5 เมื่อทาง สมบูรณ์ ทรัพย์พานิช ตัดสินใจซัดบริเวณกรอบเขตโทษไปติดกองหลังทีมเยือนก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง มนัส ตัดสุนทร ซัดด้วยซ้ายบอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่เจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่าในช่วง 10 นาทีแรก หลังจากนั้นก็เป็นทางด้านทีมเยือนที่เริ่มตั้งเกมสู้ได้บ้างและได้ลุ้นจากจังหวะฟรีคิกระยะ 40 หลาของ ยุทธนา จงนอก ใน น.12 ก่อนที่เจ้าตัวจะซัดด้วยขวาเต็มแรงแต่บอลออกข้างไป แต่หลังจากนั้นเป็นทางเจ้าบ้านที่ครองเกมได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และได้ลุ้นอีกครั้งใน น.17 จากลูกยิงไกลของ ศิโรดม สิงห์ทิพย์พันธุ์ ซัดด้วยขวา ระยะ 25 หลาบอลหลุดเสาออกนิดเดียว ใน น.20 เป็นทาง สเตฟาน จอกี้ ที่ได้รับใบเหลืองแรกของเกมหลังจากไปเข้าสกัดตัดเกม เยา เคาซี่ นักเตะของทีมเยือน ก่อนที่ เยา เคาซี่จะหลุดไปทางริมเส้นด้านขวา เป็นทางเจ้าบ้านที่ได้ลุ้นอีกครั้ง ใน น.29 จากจังหวะที่ ณรงค์ศักดิ์ สดใส จ่ายบอลทะลุช่องไปให้กับทาง ศิโรดม สิงห์ทิพย์พันธุ์ หลุดเข้าไปยิงแต่บอลหลุดออกเสาไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มสนุกขึ้นเนื่องจากทั้งสองทีมโหมบุกเข้าใส่กันหวังที่ทำประตูขึ้นนำให้ได้ด้วยกันทั้งคู่ และใน น.39 ทางด้านทีมเยือนได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกทางด้านริมเส้นด้านขวาของ กฤษณะ ต่ายวัลย์ ซัดด้วยซ้ายเต็มแรงก่อนที่จะไปติดกองหลังเจ้าถิ่น และ ในน.42 กฤษณะ จำปาเรือง เห็นผู้รักษาประตูออกมาไกลก่อนตัดสินใจซิฟด้วยขวาระยะกว่า 25 หลา แต่บอลข้ามคานออกไปไกล ก่อนที่และใน น.44 เป็นทางด้าน กฤษณะ ต่ายวัลย์ ตัดสินใจซัดด้วยขวา ระยะ 25 หลา แต่บอลไปตรงตัวของ จักรินทรฺ บุญมี ผู้รักษาประตูของเจ้าถิ่น หลังจากนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใสกัน แต่ว่าในจังหวะสุดท้ายยังได้แค่ป่วนเปียนอยู่หน้าปากประตู และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทีมเยือนต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ สีหศักดิ์ อาจหาญ เจตนาใช้มือไปปัดบอล ได้รับใบเหลือเป็นใบที่สองของเจ้าตัว หลังจากที่โดนใบเหลืองมาแล้วในช่วงต้นเกมทำให้ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ดเสียเปรียบในเรื่องตัวผู้เล่นก่อนจบครึ่งแรก และก็จบครึ่งแรกด้วยแบบไร้สกอร์ เปิดฉากเกมในครึ่งมาเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่ได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นก็เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ทางด้านทีมเยือนที่มีผู้เล่นน้อยกว่าทันที และได้ลุ้นจากฟรีคิก บริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา ระยะ 25 หลาของ กฤษณะ จำปาเรืองใน น.49 แต่บอลข้ามคานออกไป หลังการที่เจ้าบ้านโหมบุกอย่างหนักก็มาประสบความสำเร็จได้ประตูขึ้นนำ ใน น.55 เมื่อ มนัส ตัดสุนทร ได้บอลหลุดไปทางริมเส้นด้านขวา ก่อนที่จะเปิดมาหน้าประตูให้กับ สมบูรณ์ ทรัพย์พานิช วิ่งเข้าชาร์จ จ่อๆให้ทีมขึ้นนำ 1-0 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูออกนำ อุณหภูมิของเกมในสนามเริ่มที่จะเดือดเมื่อ นักเตะของทั้งสองทีมเริ่มที่จะเล่นกันแรง โดยมีการเข้าสกัดหนักกันในหลายๆจังหวะ และเจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิก ระยะ 25 หลา ของณรงศักดิ์ สดใส ที่ซัดด้วยขวาเต็มข้อ ก่อนที่บอลจะข้ามคานออกไป และเป็นทางทีมเยือนที่ได้ลุ้นตีเสมอบ้างใน น.70 จากลูกเปิดของทาง กฤษณะ ต่ายวัลย์ ที่เปดจากทางริมเส้นด้านซ้ายมาหน้าประตูให้กับ อนุศักดิ์ เหลาแสงไทย พุ่งโหม่งแต่บอลหลุดออกเสาไป พลาดโอกาสที่จะได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย และใน น.75 เจ้าบ้านก็ทิ้งโอกาสที่ทำประตูเพิ่มเมื่อทาง มนัส ตัดสุนทร ได้บอลหลุดไปทางด้านขวาก่อนที่จะเปิดมาให้กับ ศิโรดม สิงห์ทิพย์พันธุ์ ไปติดกองหลังของทางทีมเยือน ช่วงท้ายเกม ทางด้านทีมเยือนพยายามเปิดเกมรุกอย่างเต็มที่เพื่อหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้แม้จะมีตัวผู้เล่นน้อยกว่าก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรทางด้านเจ้าบ้านได้ โดยทางเจ้าถิ่นอาศัยการครองบอลเพื่อฆ่าเวลาให้หมดไปโดยเร็ว และก็มีโอกาสลุ้นประตูเพิ่ม ใน น.86 จากลูกยิงไกลของ เอ็น ไดม่อน ตัวสำรองที่พึ่งลงมา ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่าทางด้านทีมเยือนจะพยายามเร่งเกมบุก แต่ว่าจังหวะสุดท้ายก็พลาดกันไปเอง และเป็นทาง กัฟ สระบุรี ที่ครองเกมให้ช้าลง และใช้ความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นที่มากกว่า คุมสถานการณ์ไว้ได้ก่อนที่จะรักษาสกอร์ที่นำอยู่ 1-0 ไว้ได้จนจบเกม และเก็บ 3 แต้มในบ้านได้สำเร็จ เก็บเพิ่มเป็น 14 คะแนนจากการลงสนาม 10 นัด ส่วนทีมเยือนมี 12 คะแนนเท่าเดิม
วาทะโค้ช ธชตะวัน ศรีปาน กุนซือกัลฟ์ สระบุรี เอฟซี : พอใจกับผลงานของลูกทีมในเกมนี้ โดยเราสามารถชนะทีมแกร่งอย่างแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด อีกอย่างเราได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่น ทำให้เราเล่นได้ง่ายในครึ่งหลัง แต่ยังต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องการจบสกอร์ให้ดีกว่านี้ พล.อ.ต.ณพล ฤาไชยคาม ผู้จัดการทีมแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด : เรามาเสียผู้เล่นในช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้เกมของเราทำไม่ได้อย่างที่วางแผนไว้ แฟนบอลคงเห็นการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในเกมนี้ ซึ่งผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก แต่ก็ต้องเด็กของเราที่สู้ได้อย่างเต็มที่แล้ว
คะแนนความสามารถของนักเตะทั้งสองทีม กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี : จักรินทร์ บุญมี 6.5 , ยุทธพงษ์ ศรีละคร 6.5 , จอกี้ สเตฟาน 6, มนัส ตัดสุนทร 7 , กฤษณะ จำปาเรือง 6.5 (นิเวศน์ พิมพ์รัตน์) , สมบูรณ์ ทรัพย์พานิช 7 (เอ็น ไดม่อน) , ณรงค์ศักดิ์ สดใส 7, อัสนี อ่องลออุ6 , สามารถ ปัญญา 6.5 (ธีรวุฒิ รองไชย ) , ศิโรดม สิงห์ทิพย์พันธุ์ 6.5 , อาฟา ซามา 6.5 แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด : เดวาล่า กอริค 6 , ทวีทรัพย์ ศรีเหลา 6 , ปริญญา แสนคำหมื่น 5.5, อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย 5.5 , อเล็กซานเดอร์ เอ็กกาเย่ 5 ( โชติชนิต ชินสี ) , ยุทธนา จงนอก 6 (ไอยรักษ์ ชมแดง ), กฤษณะ ต่ายวัลย์ 6, สีหศักดิ์ อาจหาญ 5 , เยา เฮอมาล 5.5 , ศิริวัฒน์ โชติเวชารักษ์ 6 , โนมี่ คาลัยรี่ 5.5
แมนออฟเดอะแมตซ์ : ณรงค์ศักดิ์ สดใส แข้งตัวหลักของ กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี
ไฮไลท์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 เชียงใหม่ เอฟซี 0- บีบีซียู เอฟซี 0
|