ฉลามชลเซ็งโดนตีท้ายเกม,เทโรฯพัง
28/07/2010 20:41:42 |
| |
|
|
 |
"ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เซ็งไม่น้อยหลังถูก พัทยา ยูไนเต็ด บุกมายิงประตูแบ่งแต้มช่วงท้ายเกม 2-2 ในขณะที่ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน เปิดสนามเทพหัสดินพ่าย บุรีรัมย์ พีอีเอ ยับเยิน 1-4
ชลบุรี เอฟซี 2-2 พัทยา ยูไนเต็ด
ที่สนามกีฬา วพ.ชลบุรี ถือเป็นดาร์บี้แมตช์เมืองชลฯ ระหว่าง ''ฉลามชล'' ชลบุรี เอฟซี รองจ่าฝูงกับผลงาน 17 นัดมี 36 แต้ม เป็นรองเมืองทองฯ ยูไนเต็ด 3 แต้ม เปิดบ้านรับการมาเยือน ''โลมามหาภัย'' พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ลงสนาม 17 นัดมี 29 แต้ม โดยผลงานการพบกันเลกแรกของทั้งคู่ก็ปรากฏว่าชลบุรีบุกไปเฉือนเอาชนะมาได้ก่อน 2-1
เกมนี้ทางด้าน ''มาสเซอร์เด็ด'' จเด็จ มีลาภ กุนซือใหญ่ชลบุรี เอฟซี จัดการส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามไม่ว่าจะเป็น พิภพ อ่อนโม้, เทิดศักดิ์ ใจมั่น และ ภูริทัต จาริกานนท์ รวมถึง แอนโทนี่ ซิมซั่น ศูนย์หน้าผิวสีที่เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ลงยืนเป็นแกนหลัก แต่ใบรายชื่อของเจ้าถิ่นในเกมนี้ปราศจาก ไมเคิ่ล โธมัส เบิร์น แนวรุกชาวเวลส์ ที่แม้กระทั่ง ตัวสำรองก็ยังไม่มี รวมถึง อาทิตย์ สุนทรพิธ ที่ยังบาดเจ็บ
ด้าน ''โค้ชวัง'' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนพัทยา ยูไนเต็ด ที่ถือได้ว่าค่อนข้างที่จะฟูลทีมเพราะไม่มีปัญหานักเตะติดโทษแบน ไม่ว่าจะเป็น อิทธิพล พูลทรัพย์, รังสฤษธิ์ สุทธิสา, นิเวส ศิริวงศ์ และ ลูโดวิค ทาคาม ศูนย์หน้ามะขามข้อเดียวที่ยังคงได้ลงสนามเป็น 11 ผู้เล่นในนัดนี้ โดยดาร์บี้แมตช์นัดนี้ได้รับเกียรติจาก ''วิทยา คุณปลื้ม'' นายก อบจ.ชลบุรี ในฐานะปธ.สโมสรชลบุรี เอฟซี ให้เกียรติร่วมชมการแข่งขันในนัดนี้ด้วย
เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกเป็นทางฝั่งขุนพลฉลามชลที่เซตเกมรุกเข้าทำชนิดที่ได้ลุ้นมากกว่าอย่างชัดเจน น.4 ณัฐพงษ์ สมณะ แบ็กซ้ายจัดการตักบอลไปที่แดนหน้าให้กับ แอนโทนี่ ซิมซั่น ศูนย์หน้าตัวใหม่วิ่งควบบอลไปจนสุดเส้นหลังก่อนจะผ่านเข้ากลางให้กับ พิภพ อ่อนโม้ ได้โหม่งแต่ก็ยังไม่ดีพอ
เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้ง น.7 กับจังหวะครอสจากริมเส้นด้านขวาของ สุรีย์ สุขะ บอลลอยมาเข้าหัว พิภพ อ่อนโม้ ที่ล้มตัวขวิดเปลี่ยนทาง ซึ่งก็ยังได้แค่เสียวเท่านั้น ชลบุรี เอฟซี ถือได้ว่าสามารถครอบครองเกมได้ทั้งหมดในช่วง 15 นาทีแรกแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมสักเท่าไหร่
หลังจากที่โดนโหมฝ่ายเดียวอยู่นาน พัทยา ยูไนเต็ด ก็หาจังหวะตอบโต้ขึ้นมาบ้าง จนเกือบที่จะได้ลุ้นเช่นกันในน.20 จากลูกฟรีคิกกลางสนาม อิทธิพล พูลทรัพย์ บรรจงหยอดมาที่หน้าปากประตู และเป็น ลูโดวิค ทาคาม ศูนย์หน้ามะขามข้อเดียวที่ได้โหม่งเช็ดบอลเกือบจะมุดเข้าเสาแรกอยู่แล้ว แต่ยังดีที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายด่านเจ้าถิ่นยังพุ่งปัดออกหลังเอาไว้ได้ทัน
น.35 กลับมาเป็นฝั่งชลบุรี เอฟซี ที่น่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างถึงที่สุดจากจังหวะที่ พิภพ อ่อนโม้ ได้พลิกตัวยิงบริเวณมุมแคบด้านซ้าย แต่ก็ยังติดเซฟ นริศ ทวีกุล ผู้รักษาประตูพัทยาที่ยังปิดมุมได้ดีในจังหวะนี้ ช่วงที่เหลือในครึ่งเวลาแรกชลบุรี เอฟซี มีโอกาสอีกหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถจบสกอร์ได้ตามที่ต้องการ จบ 45 นาทีแรกทั้งคู่ยังเสมอกันที่ 0-0
กลับมาสู้กันต่อในช่วงครึ่งเวลาหลังได้ไม่ทันไร เหล่าขุนพล ''โลมามหาภัย'' พัทยา ยูไนเต็ด ก็จัดการช็อกแฟนคลับเจ้าถิ่นได้สำเร็จใน น.47 เมื่อ ลูโดวิค ทาคาม กองหน้าร่างตันของพัทยาฯ อาศัยความแกร่งวิ่งเบียดตีคู่ไปกับ ไพศาล โพธิ์นา ปราการหลัง ชลบุรี เอฟซี เพื่อมุ่งหน้าไปหาลูกบอลที่สาดมาจากแดนหลัง ก่อนที่ลูโดวิคจะชิงความได้เปรียบพร้อมกับกระดกข้ามตัว สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่หวังจะออกมาดักทางแต่ก็ไม่ทัน ลูกบอลค่อยๆ ลอยย้อยเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้ พัทยา ยูไนเต็ด ออกนำชลบุรี เอฟซี 1-0 ในช่วงต้นครึ่งหลัง
หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังก็ทำให้ชลบุรีฯ จำต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูตีเจ๊าคืนให้ได้เร็วที่สุด น.55 เจ้าถิ่นมาได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผลหน้ากรอบเขตโทษ เทิดศักดิ์ ใจมั่น รับอาสาปั่นด้วยขวาแต่เจ้าตัวก็ยังยิงไปติดกำแพงแบบไม่ได้ลุ้น
แม้จะเป็นทีมจากเมืองเดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็ใส่กันแบบไม่มียั้ง น.57 ทศพล การปลูก แบ็กขวาพัทยาไปเสียบสกัด แอนโทนี่ ซิมป์สัน ตรงจุดเดิมกับที่ได้ฟาวล์ในจังหวะที่แล้ว ชวลิต สนั่นไหว ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบเหลืองแรกของเกมทันที และเป็น เทิดศักดิ์ ใจมั่น ที่รับอาสาปั่นอีกครั้ง แต่ก็ยังหลุดเสาออกไปอีกครั้ง
เดินเครื่องรุกหนักอยู่นานพอสมควรสำหรับชลบุรีฯ จนต้องมีการเปลี่ยนตัว โดยส่ง ''บัว'' เจษฎากรณ์ เหมแดง ที่มีความเร็วและคล่องลงไปแทนทางด้าน อดุลย์ หละโสะ น.61 และเพียงแค่ 5 นาทีให้หลังเท่านั้น ชลบุรี เอฟซี ก็มาได้ประตูตีเสมอ น.66 จากลูกฟรีคิกที่มุมธงด้านขวา เทิดศักดิ์ ใจมั่น ตักมาที่หน้าประตู บอลขลุกขลิกมาเข้าทางปืนของ ''บัว'' เจษฎากรณ์ เหมแดง ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นซัดเข้าไปให้ ชลบุรี เอฟซี ตีเจ๊าเป็น 1-1
หลังจากได้ประตูตีเสมอก็เหมือนจะได้ใจสำหรับ ชลบุรี เอฟซี และ น.71 กองเชียร์ฉลามชลรอบสนาม วพ.ชลบุรี ก็มาได้เฮกันสนั่นเมื่อ สุรีย์ สุขะ ได้จังหวะลากบอลมาจนถึงสุดเส้นหลังก่อนจะหักเข้าในให้กับ แอนโทนี่ ซิมป์สัน จัดการวอลเลย์ด้วยขวาตูมเดียวส่งบอลเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี พลิกกลับมานำ 2-1
เหมือนชลบุรีที่พลิกกลับมานำจะสามารถปิดเกมได้แล้ว แต่แล้วช่วงท้ายเกม น.88 ''โลมามหาภัย'' พัทยา ยูไนเต็ด ก็มาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการตามตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จเมื่อ ปฏิพณ เพชรวิเศษ กองหน้าพัทยาฯ ได้จังหวะเข้าชาร์จง่ายๆ ที่หน้าปากประตู ชนิดที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล เซฟเอาไว้ไม่ทัน เวลาที่เหลือ ชลบุรี เอฟซี พยายามดาหน้าบุกแหลกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้ จบเกมชลบุรี เอฟซี ก็ทำได้เพียงแค่เสมอกับ พัทยา ยูไนเต็ด 2-2 จึงทำให้ฉลามชลมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เป็น 5 คะแนน หลังเพิ่งบุกไปเฉือนชนะราชนาวี-ระยอง 2-1
โดยหลังจบเกมการแข่งขันทางด้าน ''มาสเซอร์เด็ด'' จเด็จ มีลาภ กุนซือใหญ่ชลบุรี เอฟซี ก็ได้เผยผ่านสยามกีฬาอย่างเป็นทางการกรณีของ ไมเคิ่ล โธมัส เบิร์น ที่ไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองด้วยว่า ''เป็นที่แน่นอนแล้วทางบอร์ดบริหารได้ตัดสินใจปล่อยตัว ไมเคิ่ล โธมัส เบิร์น ให้กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี เป็นที่แน่นอนแล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายนั้นตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยอย่างเป็นทางการได้''
วาทะโค้ช
จเด็จ มีลาภ กุนซือชลบุรี เอฟซี ''เสียดายครับ เพราะวันนี้เราเดินเกมรุกเข้าใส่และมีโอกาสหลายครั้ง แต่ก็ยังทำได้ไม่เข้าเป้า ขณะที่พัทยาฯ เขามีโอกาสน้อยกว่า แต่ก็สามารถทำประตูได้ ผลวันนี้ทำให้เราตามหลังเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เป็น 5 คะแนน ซึ่งก็ถือว่าเหนื่อยแน่''
ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กุนซือพัทยา ยูไนเต็ด ''ใครว่าทีมเมืองชลเวลาเจอกันเองจะมีซูเอี๋ยก็ถือว่าคิดผิดมหันต์ เราเองแม้จะเป็นรองแต่ก็ได้เตรียมแผนรับมือในเกมนี้เอาไว้แล้ว ซึ่งมันก็ได้ผล การบุกมาแบ่งแต้มชลบุรีได้ถือว่าสอบผ่านแล้วครับ''
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล 7, สุรีย์ สุขะ 7 (แทน น.81 ฌอง มาร์ค เบนี่ -), ณัฐพงษ์ สมณะ 7, เอกพันธ์ อินทเสน 6.5, พิภพ อ่อนโม้ 6.5, เทิดศักดิ์ ใจมั่น 7, ภูริทัต จาริกานนท์ 6.5, แอนโทนี่ ซิมป์สัน 7, อดุลย์ หละโสะ 6.5 (แทน น.58 เจษฎากรณ์ เหมแดง 7), ไพศาล โพธิ์นา 6.5 (แทน น.77 สุทธินันท์ พุกหอม 6.5), เคนเน็ธ อาปาร์ซี่ 6.5
พัทยา ยูไนเต็ด : นริศ ทวีกุล 7, นิเวส ศิริวงศ์ 7, อิทธิพล พูลทรัพย์ 7, รังสฤษธิ์ สุทธิสา 6.5 (แทน น.57 ธีระเวคิน สีหวงศ์ 6.5), ปฏิพณ เพชรวิเศษ 7, อนุชา กิจพงษ์ศรี 7, สันติ ไชยเผือก 7, ลูโดวิค ทาคาม 7.5, ทศพล การปลูก 7 (แทน น.75 ธนา ชะนะบุตร) , อารินโด้ 7, เปรมวุฒิ วงศ์ดี 6.5 (แทน น.86 ซีเกต หมาดปูเต๊ะ-)
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ลูโดวิค ทาคาม นักเตะ พัทยา ยูไนเต็ด
 คลิก!! ชมภาพบรรยากาศการแข่งขัน
บีอีซี เทโรศาสน 1-4 บุรีรัมย์ พีอีเอ
ศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ ที่สนามเทพหัสดิน เวลา 18.00 น. เป็นการพบกันระหว่าง ''มังกรไฟ'' บีอีซี เทโรศาสน พบ ''ปราสาทสายฟ้า'' บุรีรัมย์ พีอีเอ โดยทางเจ้าบ้านนั้นอยู่ในอันดับที่ 11 แข่งมาแล้ว 17 นัดด้วยกันมี 20 คะแนน ส่วนทางทีมเยือนนั้นแข่งมาแล้ว 17 นัดเช่นเดียวกันมี 31 คะแนนอยู่ในอันดับ 3 ของตารางการแข่งขัน ซึ่งในเกมนี้ทาง ฮอร์เก้ อมาย่า กุนซือใหญ่คนใหม่ของ ''มังกรไฟ'' บีอีซี เทโรศาสน ก็ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามกันครบนำโดย วุฒิชัย ทาทอง, อานนท์ สังสระน้อย และ ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ ส่วนทาง ''โค้ชแต๊ก'' อรรถพล ปุษปาคม กุนซือใหญ่ ''ปราสาทสายฟ้า'' บุรีรัมย์ พีอีเอ ก็ส่งขุมกำลังหลักลงสู้เช่นเดียวกันนำโดย ดูดู้, สุเชาว์ นุชนุ่ม และ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค
ในช่วงก่อนที่การแข่งขันระหว่าง บีอีซี เทโรศาสน กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ จะเริ่มขึ้นนั้น ทางสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ก็ได้ทำการเปิดตัว 4 แข้งใหม่ของทีม นำโดย อังเจโล่ มาชูก้า กองกลางชาวปารากวัย, อิสมาเอล เบนิเตซ กองหลังชาวปารากวัย, อิสราเอล โรดริเกวซ กองหน้าชาวปารากวัย และ ออสการ์ โซเรนติโน่ กองกลางชาวอาร์เจนไตน์
ออกสตาร์ตเกมในครึ่งเวลาแรกท่ามกลางกองเชียร์ของทั้งสองฝั่งที่ตามมาเชียร์ทีมรักกันอย่างแน่นขนัด น.2 เจ้าบ้าน บีอีซี เทโรฯ ได้โอกาสทักทายก่อนจากบอลยาวทางริมเส้นฝั่งซ้ายของ นพพล ปิตะฝ่าย เปิดไปที่กลางประตู วุฒิชัย ทาทอง ได้ขึ้นโขก ทว่าโหนไปหน่อยบอลข้ามคานออกไป เกมผ่านไปแล้ว 10 นาที ทั้งสองทีมยังคงแลกเกมกันในแดนกลางได้อย่างออกรส
น.18 สุเชาว์ นุชนุ่ม กองกลางตัวเก่งของบุรีรัมย์ พีอีเอ ตัดบอลได้จากผู้เล่นเทโรฯ กลางสนามก่อนที่จะซัดไกลทันทีจากระยะกว่า 30 หลา พิศาล ดอกไม้แก้ว ผู้รักษาประตูบีอีซี เทโรฯ รับบอลกระฉอกและเป็น ดั๊กลาส การ์โดโซ่ ที่วิ่งมาตามซ้ำเข้าไป บุรีรัมย์ พีอีเอ ออกนำเจ้าบ้าน บีอีซี เทโรศาสน ไปก่อน 1-0 น.20 บุรีรัมย์ โหมบุกมาอีกระลอกทางกราบซ้าย รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ได้เปิดบอลโค้งมาที่ปากประตู เทโรฯ ทว่า พิศาล ดอกไม้แก้ว ออกมาตัดบอลไปได้ทันก่อนที่บอลจะเข้าหัวของ ดูดู้ น.29 ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ ปีกดาวรุ่งของบีอีซี เทโรศาสน ไปเสียบสกัดบอลด้านหลัง ดั๊กลาส การ์โดโซ่ ได้รับใบเหลืองใบแรกของเกมไป
น.36 บุรีรัมย์ พีอีเอ ได้โอกาสสวนกลับ หลังจากบีอีซี เทโรศาสน พับสนามบุกอยู่นาน รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ได้บอลตรงกลางสนามทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนที่จะจ่ายตัดแบ็กของบีอีซี เทโรฯ เข้ากลางไปให้ ดูดู้ กองหน้าชาวบราซิเลียน ทะลุเข้าไปในเขตโทษก่อนที่ ดูดู้ จะยิงสวนทาง พิศาล ดอกไม้แก้ว ผู้รักษาประตูบีอีซี เทโรศาสน เข้าประตูไป บุรีรัมย์ พีอีเอ บุกมานำบีอีซี เทโรศาสน 2-0 น.40 บุรีรัมย์ พีอีเอ ต่อบอลกันขึ้นมาอีกครั้ง ดั๊กลาส การ์โดโซ่ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษแล้วจ่ายต่อออกซ้ายให้ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค สับไกทันทีจากหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลก็หลุดผ่านเสาสองออกหลังไป
ช่วงท้ายครึ่งแรก น.40 บุรีรัมย์ พีอีเอ มาได้ประตูที่ 3 จนได้จากจังหวะคอร์เนอร์ทางฝั่งขวา รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เปิดเข้าไปที่เสาสอง และเป็น เวลลิงตัน ซิเมา ที่ขึ้นเทกได้สูงกว่าใครโขกเข้าไปให้บุรีรัมย์นำห่าง 3-0 จากนั้นทางบีอีซี เทโรศาสน พยายามไล่รุกอย่างหนักเพื่อหมายประตูตีไข่แตก ทว่าก็ยังไม่สามารถเจาะประตูบุรีรัมย์ พีอีเอ เข้าไปทำสกอร์ได้ หมดการแข่งขันใน 45 นาทีแรก บุรีรัมย์ พีอีเอ ผู้มาเยือนนำเจ้าบ้าน บีอีซี เทโรศาสน ห่าง 3-0
ครึ่งหลัง ดูดู้ ยิงประตูที่สองของตัวเองให้ บุรีรัมย์ พีอีเอ นำห่างออกไปอีกเป็น 4-0 ในนาทีที่ 71 แต่เจ้าถิ่นก็ทวงคืนได้ทันควันในอีก 2 นาทีถัดมาจาก ชาคริต บัวทอง อย่างไรก็ตามทีมมังกรไฟก็ไม่สามารถยิงประตูไล่คืนมาได้อีก จบเกม บีอีซี เทโรศาสน แพ้ บุรีรัมย์ พีอีเอ คารัง 1-4
ต่อกันครึ่งเวลาหลัง น.55 บุรีรัมย์ พีอีเอ ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง ดูดู้ สตาร์บราซิเลียนพาบอลลากยาวๆ ขึ้นมาทางกราบ ขวาก่อนจะล็อกผ่านผู้เล่นบีอีซี เทโรศาสน แล้วครอสบอลไปที่กลางประตูให้ ดั๊กลาส การ์โดโซ่ ทว่า เอเวอร์ เบนิเตซ สกัดบอลออกไปได้ก่อน น.58 มาเรียโน่ โซเรนติโน่ กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ของบีอีซี เทโรศาสน ที่เปลี่ยนลงไปใหม่ ตัดบอลได้ที่กลางสนามแล้วจ่ายต่อให้ ชาคริต บัวทอง ยิงทันทีจากระยะ 25 หลาทว่าไม่ผ่านมือของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ผู้รักษาประตู บุรีรัมย์ พีอีเอ เกมผ่านไปแล้วกว่า 1 ชั่วโมงทั้งสองทีมยังสู้กันได้อย่างสนุก
น.70 ดูดู้ พาบอลขึ้นมาจากตรงกลางสนาม ก่อนที่จะจ่ายออกซ้ายให้ ธีราธร บุญมาทัน ที่เติมขึ้นมาจากแนวหลังแล้วจัดการครอสบอลไปที่หน้าประตูทันที ดูดู้ เข้าชาร์จไม่เหลือซาก บุรีรัมย์ ออกนำห่างสุดกู่ 4-0
น.73 จากจังหวะสวนกลับของบีอีซี เทโรศาสน อานนท์ สังสระน้อย พาบอลขึ้นมาถึงกลางสนามแล้วจ่ายต่อให้ วุฒิชัย ทาทอง ทางฝั่งขวาก่อนที่วุฒิชัยจะชิพบอลขึ้นไปทางซ้ายให้ มาริโอ เนโต้ ลากถึงริมกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายต่อให้ ''เจ้าเอ๊ะ'' ชาคริต บัวทอง ซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาสองสวยงาม บีอีซี เทโรศาสน ตามมาห่างๆ 1-4
เกมดำเนินมาถึงช่วงท้ายเกม ''ปราสาทสายฟ้า'' บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่นำอยู่ถึง 4-1 พยายามเล่นแบบรัดกุมเน้นครองบอลซะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บีอีซี เทโรศาสน ที่พยายามวิ่งไล่กวดบอลเล่นได้อย่างน่าอึดอัด และสุดท้ายบีอีซี เทโรศาสน ไล่ตามบุรีรัมย์ พีอีเอ ไม่ทัน เปิดบ้านสนามเทพหัสดินพ่ายแพ้ต่อบุรีรัมย์ พีอีเอ ไป 1-4 ส่งผลให้บุรีรัมย์ พีอีเอ รักษาสถิติไม่พ่ายแพ้ต่อทีมใดต่อไป และเป็นการเก็บชัยชนะนอกบ้านเป็นนัดที่สองติดต่อกัน
และทันทีที่จบเกม เจ้าถิ่นมีการจัดพิธีอำลาดาวเตะตัวเก่งอย่าง ''เจ้าเอ๊ะ'' ชาคริต บัวทอง ปีกซ้ายชาวนครสวรรค์ ที่จะย้ายไปร่วมทีมอินทรีเพื่อนตำรวจ ในเลกที่สองนี้ โดยเจ้าตัวกล่าวว่า รู้สึกเศร้าที่ต้องจำลาเทโรฯ ทีมที่ตนเองย้ายมาร่วมทัมตั้งแต่ปี 2547 แต่ด้วยอนาคตการเล่นฟุตบอลทำให้จำเป็นต้องย้ายทีม
วาทะโค้ช
พยงค์ ขุนเณร โค้ชบีอีซี เทโรศาสน ''เกมวันนี้ต้องบอกว่า จริงๆ แล้วพวกเราก็เล่นไม่ได้ขี้เหร่อะไรถือว่าดีด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเรามาเสียประตูไวเกินไปทำให้เกมมันรวน เพราะเราเองก็ต้องเดินหน้าทวงประตูคืน''
อรรถพล ปุษปาคม กุนซือใหญ่บุรีรัมย์ พีอีเอ ''เกมวันนี้เราทำได้ดีนะครับ และก็เกมมันเปิดมากด้วยเรามีพื้นที่เล่นค่อนข้างเยอะ ทำให้เราสามารถเอาชนะไปได้ แต่ก็ต้องชมบีอีซี เทโรศาสน ว่าเล่นได้ดีทีเดียวในครึ่งหลังเราเจาะลำบากมาก''
คะแนนความสามารถผู้เล่นทั้งสองทีม
บีอีซี เทโรศาสน : พิศาล ดอกไม้แก้ว 5, นพพล ปิตะฝ่าย 6,5, ปรัชญ์ สมัคราษฎร์ 6, เอเวอร์ เบนิเตซ 7, กีย์ อูแบร์ 6.5, ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ 5.5 (ชาคริต บัวทอง 7), มาริโอ เนโต้ 7, อังเจลโล่ มาชูก้า 6 (มาเรียโน่ โซเรนติโน่ 6), อิสราเอล โรดริเกซ 6.5 (นะเรศ กาพย์ไกรแก้ว 6), วุฒิชัย ทาทอง 6.5, อานนท์ สังสระน้อย 6
บุรีรัมย์ พีอีเอ : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน 7, ธีราธร บุญมาทัน 7, ไพรัช ทับเกตุแก้ว 7, โคเน่ เซย์ดู 7, อองรี โจเอล 7, อภิเชษฐ์ พุฒตาล 7, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค 7.5, สุเชาว์ นุชนุ่ม 8 (ทรงศักดิ์ ชัยสมัคร-), เวลลิงตัน ซิเมา 7.5, ดั๊กลาส การ์โดโซ่ 7 (คนึง บุราณสุข 6) , ดูดู้ 8.5 (วีระยุทธ จิตรขุนทด-)
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ดูดู้ กองหน้า บราซิล
ผลการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกคู่อื่น
ราชนาวี ระยอง แพ้ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 1-2
ทีโอที แคท เอฟซี ชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 3-2
บางกอกกล๊าส เอฟซี ชนะ เอสซีจี สมุทรสงคราม 3-1
แบงค็อก ยูไนเต็ด แพ้ โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี 1-4
อินทรี เพื่อนตำรวจ แพ้ การท่าเรือไทย เอฟซี 0-1
 คลิก!! ชมภาพบรรยากาศการแข่งขัน
|
|
|
|
|
|
 |
Latest News |
 |
|
|
|