โอเว่นแฮตทริก!ผีถลุง3-1,สิงห์เจ๊า2-2
09/12/2009 5:26:35
 
ไมเคิ่ล โอเว่น ฟอร์มแจ่ม ซัด แฮตทริก พา "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด บุกถลุง "หมาป่า" โวล์ฟสบวร์ก 3-1 ยึดแชมป์กลุ่มเข้ารอบน็อกเอาต์ ส่วน โวล์ฟสบวร์ก ตกรอบไปเล่นเพียงยูฟ่า ยูโรปา ลีก ขณะที่ เชลซี เปิดบ้าน เจ๊า อาโปเอล นิโคเซีย 2-2 แต่เข้ารอบฉลุย ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย เมื่อคืนที่ผ่านมา

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย
กลุ่มบี
โวล์ฟสบวร์ก (เยอรมัน) 1 - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 3


สนาม : โฟล์คสวาเก้น อารีน่า, โวล์ฟสบวร์ก

 เกมสำคัญที่โฟล์คสวาเก้น อารีน่า ซึ่งเจ้าถิ่นต้องการชัยชนะเป็นอย่างน้อยเพื่อเข้ารอบ โวล์ฟสบวร์ก ของ อาห์มิน เฟห์ ได้ กราฟิเต้ หัวหอกบราซิเลี่ยน พ้นโทษแบนกลับมายืนหอกคู่ เอดิน เซโก้ ที่เหลือไม่เป็นปัญหา 

 ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ยกพลมาด้วยสภาพพิกลพิการเต็มที ทว่าผ่านเข้ารอบไปนานแล้ว โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ใช้ระบบ 3-5-2 เซนเตอร์แบ็กสามตัวเป็น ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, ไมเคิ่ล คาร์ริค และ ปาทริซ เอวร่า ขณะที่ นานี่ กับ พาร์ค ชี-ซอง เป็นวิงแบ็ก

 เกมช่วงต้นทั้งสองฝ่ายยังไม่ผลีผลาม นาทีที่สองเป็นเจ้าถิ่นที่ได้โอกาสสับไกทักท่ายก่อน บอลลำเลียงขึ้นมาก่อนจบที่ กราฟิเต้ ตวัดยิงบนเส้นเขตโทษ แต่ตรงตัวและเบาเข้ามือ โธมัส คุสแซ็ค 

 ช่วงนาที 11 แฟนบอลเจ้าถิ่นพยายามร้องเอาจุดโทษเมื่อ มาโกโตะ ฮาเซเบะ โดน ไมเคิ่ล คาร์ริค เตะล้มลงตรงบริเวณสุดเส้นหลัง ทว่าผู้ตัดสิน บียอร์น คีเปอร์ส ยังเฉย ขณะที่ห้านาทีต่อมา ทีมผีแดงต่อบอลกันมาสวยก่อนจบที่ ดาร์รอน กิ๊บสัน กระหน่ำจาก 25 หลา แต่เปิดหน้าเท้ากว้างไปทำให้ลูกไม่ตรงกรอบ

 นาที 18 โวล์ฟสบวร์กมีเสียว จากลูกเตะมุมเปิดเข้าใน อันเดรีย บาร์ซาญี่ โถมเข้าโขกคนเดียวโล่งๆ แต่ดันงัดบอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย และสี่นาทีต่อมาเจ้าถิ่นพลาดประตูนำไปแบบไม่น่าเชื่ออีกครั้ง บอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนตวัดเข้าในแม่นๆ ถึงหัว ซเวซดาน มิซิโมวิช ปักหลักทิ่มโขกเน้นๆ จากระยะ 8 หลา แต่ลูกนี้ก็ยังคงลอยหลุดคานไปอีก

 เลยมาถึงครึ่งชั่วโมง สาวกผีแดงแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเฮเก้อ เมื่อ นานี่ แทงต่อให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ตวัดแปเสียบตาข่ายไม่มีเหลือ ทว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปเสียก่อน

 เจ็ดนาทีต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสอีกครั้ง บอลต่อกันมาหลายทอดแล้ว ไมเคิ่ล โอเว่น แปะคืนต่อให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ตวัดยิงจากหน้าเขตโทษ แต่ลูกนี้ไม่ได้ทั้งน้ำหนักและทิศทาง ออกหลังไปสบาย

 ส่วนนาทีที่ 40 ทีมเยือนหวิดมีเฮเมื่อ ดีเอโก้ เบนาโญ่ ถลันออกมาเตะตัดบอลหน้าเขตโทษออกไปทางซ้ายเข้าทาง นานี่ ก่อนที่ปีกโปรตุกีสจะฉวยโอกาสซัดสวนเร็วจาก 40 หลา แต่ลูกนี้ก็ไม่ได้ทั้งน้ำหนักและทิศทาง ออกหลังไปอีกเช่นกัน เป็นเจ้าบ้านที่สวนขึ้นมาเกือบได้เฮมากกว่า เมื่อ มาโกโตะ ฮาเซเบะ สบโอกาสกระหน่ำหน้าเขตโทษเต็มข้อ ลูกหวิดเสียบใต้คานแต่ยังติดปลายมือ โธมัส คุสแซ็ค ออกหลัง

  แต่แล้วเมื่อถึงนาที 44 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็พังตาข่ายขึ้นนำไปได้สำเร็จ เมื่อ นานี่ ได้บอลทางกราบซ้ายริมเขตโทษแล้วสาดมาที่เสาสอง ไมเคิ่ล โอเว่น สลัดตัวประกบเข้าขวิดเต็มๆ ส่งบอลผ่าน ดีเอโก้ เบนาโญ่ เข้าประตูไป ปีศาจแดงนำหน้า 1-0 และเป็นประตูที่ 2 ของเบบี้โกล์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ 

  จากนั้นเกมไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก จบครึ่งแรกไปที่สกอร์นำ 1-0 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด 

  เข้าครึ่งหลังเป็นเจ้าบ้านที่ตั้งหน้าตั้งตาบุกฝ่ายเดียว บีบให้ทีมเยือนถอยร่นไปตั้งรับกันทั้งทีม แล้วเมื่อถึงนาที 56 โวล์ฟสบวร์ก ก็ตามทวงประตูตีคืนได้สำเร็จ บอลต่อกันมาให้ มาร์เซล เชเฟอร์ ทะลุขึ้นทางซ้ายแล้วบรรจงครอสเข้าใน เอดิน เซโก้ ลอยตัวเป็นแท่งเข้ามาโขกเปรี้ยงเดียวจมตาข่ายชนิด โธมัส คุสแซ็ค ได้แค่แหงนคอมอง เปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1

 เกมเจ้าถิ่นขึ้นทางซ้ายตลอดเมื่อ พาร์ค ชี-ซอง วิงแบ็กขวา กลายเป็นบ่อน้ำมันชนิดเจาะเมื่อไหร่ก็เข้า ทว่าโอกาสสำหรับทีมหมาป่าไม่ค่อยมีให้เห็นนักในช่วงกลางครึ่งหลัง จนนาที 70 กราฟิเต้ สบโอกาสตะบันเต็มข้อทางมุมซ้าย บอลตรงกรอบแล้วแต่ติดปลายมอื คุสเซ็ค ออกหลัง

 สองนาทีต่อมา ทั้งสองทีมเปลี่ยนตัวกันทีมละสองราย เจ้าบ้านส่ง คาริม ซิยานี่ กับ อัสคาน เดยากาห์ ลงแทน กราฟิเต้ กับ มาโกโตะ ฮาเซเบะ ฝั่งทีมเยือนให้ กาเบรียล โอแบร์กตอง กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ลงเล่นแทน เวลเบ็ค กับ นานี่

 นาที 75 ทีมหมาป่ามีโอกาสสองครั้ง เซโก้ ได้ยิงวอลเลย์มุมเขตโทษติดเซฟ คุสแซ็ค ออกหลัง แล้วจากลูกเตะมุมเปิดเข้ามา ริคาร์โด้ คอสต้า ได้โหม่งระยะ 6-7 หลา ก็ไม่ตรงกรอบ

 ท้ายเกมยังเป็นเจ้าบ้านที่เปิดเกมเข้าใส่หวังประตูที่สอง แต่จากจังหวะทุ่มทางซ้ายนาที 83 ก็เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้ประตูนำไปอีกครั้ง 2-1 บอลทุ่มมาที่ กาบี้ โอแบร์กตอง พาลูกเลื้อยฉีกแนวรับเจ้าบ้าน 2 รายเข้าเขตโทษแล้วปาดไปที่เสาสอง ไมเคิ่ล โอเว่น แปนิ่มๆ เข้าประตูไป เป็นเม็ดสองของโอเว่นให้ทีมผีแดงนำ 2-1

 ในช่วงทดเวลาเจ็บ เจ้าถิ่น โวล์ฟสบวร์ก เกือบจะทำประตูตีเสมอได้ แต่ก็พลาดโอกาสไป ก่อนพลพรรคเร้ด เดวิลส์ จะฉวยโอกาสสวนกลับทันควัน เริ่มต้นจาก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ พาบอลมาจากหน้าประตู ก่อนส่งบอลให้ กาเบรียล โอแบร์กตอง ชิ่งบอลต่อมาให้กับ ไมเคิ่ล โอเว่น ลากบอลจากครึ่งสนาม หลุดเข้าไปชิพ ข้ามตัว ดีเอโก้ เบนาโญ่ อย่างสวยงาม ให้ ผีแดงนำห่าง 3-1 แถมเป็นประตู แฮตทริกของ เบบี้โกล อีกด้วย

 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 3-1 ยึดแชมป์กลุ่มเข้ารอบน็อกเอาต์ ส่วน โวล์ฟสบวร์ก ตกรอบไปเล่นเพียงยูฟ่า ยูโรปา ลีก เท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
 โวล์ฟสบวร์ก :
ดีเอโก้ เบนาโญ่, มาร์เซล เชเฟอร์, ริคาร์โด้ คอสต้า, โชซูเอ้, เอดิน เซโก้, ซเวซดาน มิซิโมวิช, มาโกโตะ ฮาเซเบะ, ซาซ่า รีเธอร์, กราฟิเต้, คริสเตียน เกนท์เนอร์, อันเดรีย บาร์ซาญี่
 สำรอง : อังเดร เลนซ์, ยาน ซิมูเน็ค, คาริม ซิยานี่, ฟาเบียน จอห์นสัน, อเล็กซานเดอร์ มาดลุงก์, ปีเตอร์ เปคาริค, อัสคาน เดยากาห์
 แมนฯ ยูไนเต็ด : โธมัส คุสแซ็ค,
ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ปาทริซ เอวร่า, นานี่, ดาร์รอน กิ๊บสัน, อันแดร์สัน, พอล สโคลส์, พาร์ค ชี-ซอง, ดาเนี่ยล เวลเบ็ค, ไมเคิ่ล โอเว่น
 สำรอง : เบน ฟอสเตอร์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, กาเบรียล โอแบร์กตอง, แม็กนุส ไอเครม, แม็ตตี้ เจมส์, โอลิเวอร์ กิลล์, คาเมรอน สจ๊วร์ต
 ผู้ตัดสิน : บียอร์น คีเปอร์ส (ฮอลแลนด์)

กลุ่มดี
เชลซี (อังกฤษ) 2 - อาโปเอล นิโคเซีย (ไซปรัส) 2


 สิงโตน้ำเงินคราม ปรับทัพพอสมควรเพราะเข้ารอบเป็นที่ 1 แน่นอนแล้ว เกมนี้ รอสส์ เทิร์นบุลล์ กับ กาแอล กากูต้า ได้โอกาสลงตัวจริงด้วย ขณะที่ทีมเยือนยังมีลุ้นโควต้ายูโรป้าลีก ในฐานะทีมอันดับ 3 เกมนี้จึงจัดชุดใหญ่มาเยือน

 เริ่มเกมขึ้นมา อาโปเอล ช็อกกองเชียร์เจ้าถิ่นก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 คอนสแตนตินอส ชาราลัมบิเดส ขึ้นเกมรุกมาทางกราบซ้าย ก่อนผ่านให้ มาร์ซิน เซฟลาคอฟ แต่งหนีแนวรับเชลซีแล้วซัดผ่าน รอสส์ เทิร์นบุลล์ เข้าไป

 จากนั้น สิงห์บลูส์ ก็ค่อยๆ ขึ้นเกมรุกโต้กลับมาบ้าง นาทีที่ 12 โจ โคล โหม่งเสียบตาข่ายได้ แต่มีธงล้ำหน้าจากผู้ช่วยผู้ตัดสินยกขึ้น

 นาทีที่ 19 เชลซี ตามตีเสมอเป็น 1-1 จนได้ มิกาเอล เอสเซียง ตะบันไกลระยะ 25 หลา บอลพุ่งแรงและส่ายผ่าน ดิโอนิซิออส ชิโอติส กระทบตาข่าย ทั้งที่น่าจะเซฟได้ เพราะบอลเกือบจะพุ่งเข้ากลางประตู

 เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 26 ในช่วงเวลาที่ เอสเซียง เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าต้องออกไปปฐมพยาบาลข้างสนามด้วย กาแอล กากูต้า แทงบอลให้ ยูริ เซียร์คอฟ เปิดบอลให้ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา จบสกอร์จากระยะ 15 หลาไม่พลาดเป้า

 ให้หลังนาทีเดียว เชลซี ต้องส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงเล่นแทน เอสเซียง

 นาทีที่ 40 สิงห์บลูส์ เกือบได้ลูกสาม โจ โคล หลุดทะลุเข้าเขตโทษแล้ว แต่ไม่นิ่งพอเลยยิงไปติด ชิโอติส จบครึ่งแรก เชลซี นำ 2-1

 กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ดร็อกบา มีอาการบาดเจ็บต้องหยุดปฐมพยาบาลก่อนจะกลับมาลุยต่อได้

 นาที 52 ทีมเยือนได้ลุ้นเมื่อ นูโน่ โมเรส อดีตแข้งเองได้ลองยิงไกล บอลแฉลบผู้เล่นเจ้าถิ่นก่อนที่ เทิร์นบูลล์ จะปัดพ้นเสาไปได้หวุดหวิด

 เจ้าถิ่นยังทำเกมได้ดีกว่า นาที 66 กาแอล กากูต้า รับบอลต่อจาก คาร์วัลโญ่ ก่อนจะอัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่ว่าติดบล็อกนิดเดียว

 เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น แต่แล้วก่อนหมดเวลาสามนาที ทีมเยือนจาก ไซปรัส ก็ตีเสมอ ได้สำเร็จ จาก เนนาด มิโรซาฟเยวิช เกมเสมอกัน 2-2 ก่อนสุดท้ายจะจบลงด้วยสกอร์นี้ เชลซี ผ่านเข้ารอบด้วยอันดับหนึ่งของกลุ่ม แต่ทีมเยือนตกรอบไปตามระเบียบ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี :
รอสส์ เทิร์นบุลล์, ชูเลียโน่ เบลเลตติ, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่, ยูริ เซียร์คอฟ, จอห์น โอบี มิเกล, มิกาเอล เอสเซียง, โจ โคล, กาแอล กากูต้า, ฟลอร็องต์ มาลูด้า, ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา
สำรอง : ฮิลาริโอ, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, นิโกล่าส์ อเนลก้า, เจฟฟรี่ย์ บรูม่า, ฟาบิโอ บอรินี่, ดาเนี่ยล ฟิลิสเคิร์ก
อาโปเอล นิโคเซีย : ดิโอนิซิออส ชิโอติส, ซาฟวาส ปูร์ไซติเดส, จูสต์ โบรแอร์ส, เปาโล จอร์จ, อัลติน ฮาซี่, นูโน่ โมแรส, คริซอสโตมอส มิชาอิล, คอนสแตนตินอส ชาราลัมบิเดส, คามิล โคซอฟสกี้, เฮลิโอ ปินโต้, มาร์ซิน เซฟลาคอฟ
สำรอง : ทาซอส คิสซาส, อันเดรียส ปาปาธานาซิอู, มารินอส ซัตเซียส, มาริออส เอเลีย, ฌอน เปาลิสต้า, เนนาด มิโรซาฟเยวิช, มาริโอ เบรสก้า
ผู้ตัดสิน : มัตเตโอ เตรโฟโลนี่ (อิตาลี)


   

   




 
 


© 2008 www.siamsport.co.th : Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd. All rights reserved.