| 07/12/2012 18:37:04 |

"ลุมพินีเกริกไกร ชาวไทยย่อมรู้" เวทีมวยลุมพินีฉลองวันสถาปนาปีที่ 56 อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะย้ายไปเวทีแห่งใหม่ ที่ย่านรามมอินทรา โดยในวันที่ 7 ธันวาคม ได้จัดให้มีพิธีทางศาสนาขึ้นเป็นประจำทุกปี ก่อนที่ช่วงเย็นจะมีการจัดศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร
ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี พล.ต.สุรไกร จัตุมาศ นายสนามมวยลุมพินี พร้อมคณะและโปรโมเตอร์ของเวทีไม่ว่าจะเป็น เสี่ยเน้า เพชรยินดี, ชุ้น เกียรติเพชร, เสี่ยบู้ เมืองเพชร, เสี่ยตังค์ เพชรปิยะ ฯลฯ ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในการชั่งน้ำหนักของนักมวยที่จะทำการแข่งขัน ตั้งแต่เวลา 6.15 น. ซึ่งการชั่งน้ำหนักก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
จากนั้นในเวลา 8.19 น. พล.ต.สุรไกร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารเวทีลุมพินี และโปรโมเตอร์ของเวทีได้ร่วมกันทำพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเวทีลุมพินี เริ่มตั้งแต่ไหว้ศาลพระภูมิ, พระบรมรูปรัชกาลที่ 5, มุมแดง-มุมน้ำเงิน, ศาลเสาเอกลุมพินี ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวลุมพินี
จากนั้นในช่วงเวลา 10.00 น. พระสงฆ์จากวัดโสมนัสวิหาร 9 รูป ได้สวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับเวทีลุมพินี โดยมีแขกผู้มีเกียรติอดีตนายสนามอย่าง พล.ท.วัฒน์ เกิดสว่าง, พล.อ.วันชัย นิลเขียว, พล.ท.อนันตศักดิ์ ลักษณละม้าย, พล.อ.เฉลิมเกียรติ โพธิ์ทองนาค, พล.อ.ธีระ ไกรพานนท์ มาร่วมพิธี ส่วนทางเวทีราชดำเนิน มีนายสนามไพร ปัณยาลักษณ์ และทีมงานเดินทางมาร่วมพิธีในครั้งนี้
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา พล.ต.สุรไกร จัตุมาศ นายสนามมวยลุมพินี ได้กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีคือ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ถึงประวัติความเป็นมาของเวทีลุมพินีที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อหวังให้กำลัง พอมีสถานที่ในการออกกำลังกาย และยังเป็นการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยของชาติให้คงอยู่ตลอดไป
และได้มีการกล่าว สดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่พระองค์มีพระชนมายุ 85 พรรษา และยังมีการฉายวีดีทัศน์พระราชกรณียกิจ กษัตริย์นักกีฬา ในงานอีกด้วย ก่อนที่จะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสดุดีมหาราชา ซึ่ง พล.อ.สุรศักดิ์ ได้ชื่นชมการบริหารงานของเวทีลุมพินี ที่เป็นเสาหลักให้กับวงการมวยเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
จากนั้นมาถึงไฮไลต์สำคัญ คือการมอบรางวัลยอดเยี่ยมประจำปี ซึ่งในปีนี้คณะกรรมการได้มีการลงคะแนนลับและมาเปิดซองในวันงาน ซึ่งแต่ละรางวัลได้รับเงินรางวัล 1 หมื่นบาท และถ้วยเกียรติยศ ซึ่งผลมีดังต่อไปนี้
1.รางวัลนักมวยไหว้ครูและร่ายรำมวยสวยงาม มีผู้ผ่านเข้ารอบ 2 คน คือ แสนชัย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม และ โชคทวี ร.ร.กีฬาโคราช ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ โชคทวี ร.ร.กีฬาโคราช
2. นักมวยสากลยอดเยี่ยม มีผู้ผ่านเข้ารอบ 2 คน คือ ยอดมงคล ซีพี.เฟรชมาร์ท และ วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม
3. นักมวยไทยที่สร้างชื่อเสียงยังต่างประเทศ มีผู้ผ่านเข้ารอบ 2 คน คือ เอกประชา มีนะโยธิน และ แสนชัย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิมส์ ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ แสนชัย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม
4. รางวัลผู้ฝึกสอยยอดเยี่ยม มีผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 3 คนคือ เปเลห์ เกียรติทรงฤทธิ์, เพชรพะเยาว์ ช.วีโก้ และ มาด พัทลุง ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ เพชรพะเยาว์ ช.วีโก้
5. รางวัลกรรมการยอดเยี่ยม มีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 2 คน คือ สำเริง เกาเกลี้ยง และ วิสุทธิ์ ยิ่งอุปการ ผู้ที่รับรางวัลคือ วิสุทธิ์ ยิ่งอุปการ
6. นักมวยไทยดาวรุ่งยอดเยี่ยม มีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 3 คน คือ แสงมณี ส.เทียนโพธิ์, ปตท. เพชรรุ่งเรือง และ สามดี เพชรยินดีอคาเดมี่ ผู้ที่รับรางวัลคือ ปตท. เพชรรุ่งเรือง และ สามดี เพชรยินดีอคาเดมี่ เนื่องจากมีคะแนนเท่ากัน
7. รางวัลคู่มวยดุเดือด มีคู่มวยได้รับการเสนอชื่อ 2 คู่ คือ ธงชัย ศิษย์ธงศักดิ์ เสกสรร อ.ขวัญเมือง และ วันชัย แรมโบ้อีสาน สราวุธ พิทักษ์ป่าผาแดง คู่มวยที่ได้รับรางวัลคือ วันชัย แรมโบ้อีสาน สราวุธ พิทักษ์ป่าผาแดง
8. รางวัลค่ายมวยยอดเยี่ยม มีค่ายมวยได้รับการเสนอชื่อ 3 ค่าย คือ ค่ายมวยศิษย์บุญมี, ค่ายมวยไก่ย่างห้าดาว และค่ายศิษย์หนุ่มน้อย โดยค่ายยอดเยี่ยมตกเป็นของ ค่ายมวยไก่ย่างห้าดาว, รองอันดับ1คือ ค่ายศิษย์บุญมี, รองอันดับ 2คือ ค่ายศิษย์หนุ่มน้อย
9. รางวัลอัศวินแหวนเพชร เป็นของโปรโมเตอร์ชุ้น เกียรติเพชร
10. รางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยม มีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ 3 ราย คือ สิงห์ดำ เกียรติหมู่9, แสงมณี ส.เทียนโพธิ์ และซุปเปอร์เล็ก ว.สังข์ประไพ ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ แสงมณี ส.เทียนโพธิ์ ซึ่งถือว่าเป็นนักมวยไทยคนแรกที่คว้ารางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมได้ทั้ง 2 เวที ในปีเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านั้น เพิ่งได้รับการประกาศให้เป็นนักมวยไทยยอดเยี่ยมของเวทีราชดำเนินไปหมาดๆ
หลังจากที่คว้ารางวัลยอดมวยไทยของเวทีลุมพินี แสงมณี ส.เทียนโพธิ์ ได้เปิดใจว่า ตนต้องขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่มอบรางวัลนี้ให้กับตน ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในความสำเร็จ ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ของชีวิตการชกมวยที่ได้นักมวยยอดเยี่ยม 2 เวที โดยตนสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของนักมวยยอดเยี่ยมให้ดีที่สุด
ส่วนกรรมการ วิสุทธิ์ ยิ่งอุปการ ที่ปีที่แล้วพลาดรางวัลกรรมการยอดเยี่ยมแต่มาได้รางวัลในปีนี้ ได้เผยว่าตนขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจการทำหน้าที่ของตน รางวัลนี้เหมือนกับเป็นกำลังใจที่ดีให้ตนตั้งใจทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถต่อไปให้นานที่สุด
สำหรับบรรยากาศหลังจากที่พิธีการต่างๆ เสร็จสิ้น ได้เปิดโอกาสให้แฟนมวยได้รับประทานอาหารอย่างเต็มที่จากร้านที่บรรดาโปรโมเตอร์และค่ายมวยนำเอามาออกร้านให้รับประทานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวขาหมู (ท.เทพสุทิน), หมู่ย่างเมืองตรัง (เพชรยินดี), ก๋วยเตี่ยวเป็ด (ป.ประมุข), ข้าวหมกไก่ (จิตรเมืองนนท์ ), หมูสะเต๊ะ (แสงสว่างพันธุ์ปลา), ผัดไท (เอฟเอ.กรุ๊ป), หอยทอด (แฟร์เท็กซ์) ฯลฯ ทำเอาแฟนมวยอิ่มท้อง พร้อมที่จะต่อสู้ในช่วงเย็นกับศึกใหญ่ที่รออยู่
|
|
Recommend on Google |