หน้าแรก | Columnist | iBlog | iAuction | Gallery| ทัวร์นาเม้นท์กีฬา
ผลบอล | วิเคราะห์บอล

มวย : มวยไทย
ช็อก!!เข้มพลิกพ่ายเบลารุสชวดชิงมวยไทยฯ
12/09/2012 19:25:09


-
         ช็อก!! เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง พลิกพ่าย นักชกเบลารุส ในรอบตัดเชือกได้เพียงแค่ทองแดง ศึกชกมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก "เวิลด์ มวยไทยแชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 23" ที่รัสเซีย ขณะที่ เฉลิมเดช ส.ตะวันรุ่ง ก็โชว์ฟอร์มไม่ออกเช่นกัน แพ้ นักชกเก่งของเบลารุส อังเดร คูเลบิน ที่เคยชกกับ บัวขาว และ สิงห์มณี ในเมืองไทยมาแล้ว ส่วนคนอื่น รุ่งเรืองเล็ก, กางเขนเหล็ก, ยอดพนมรุ้ง, ฟ้าสั่ง, บินหลา, นวพล, ฟ้าสีทอง เตรียมขึ้นเวทีชิงเหรียญทอง 13 ก.ย. นี้



        การแข่งขันชกมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลก เวิลด์มวยไทยแชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 4-14 ก.ย. ณ เมืองเซนปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย (ยูบีเลนี่ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามแข่งขันสเก็ตน้ำแข็ง แต่นำมาดัดแปลงใช้ในการแข่งขันชกมวยครั้งแรก)

 
        ซึ่งมีชาติสมาชิกสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากกว่า 80 ทีม มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 1,200 คน ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเหมือนทุกวันที่ผ่านมา มีนักชกไทยขึ้นเวทีในรอบรองชนะเลิศ  (รอบตัดเชือก ชนะไปชิง) เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา 8 รุ่น 8 รายด้วยกัน

    

"ฟ้าสั่ง" เตะหมีขาวกระเจิง


 
        นักชกรายแรกของทัพนักชกไทยที่ขึ้นเวที ในรอบรองฯ รอบตัดเชือกในรุ่น 48 กก. ในวันนี้ก็คือ ฟ้าสั่ง ต.พิทักษ์ชัย หรือว่า มนัส สีระคาม อดีตแชมป์รุ่นเล็ก ขึ้นเวทีทางมุมน้ำเงิน เจอ ยูโซยัน อาลี โอทาโรวิช นักชกเจ้าถิ่น เจ้าบ้านรัสเซีย

 
        โดยที่เปิดฉากมายกแรก ฟ้าสั่ง เดินเตะซ้ายต่อยซ้าย ดันเตะซ้ายยาวๆๆๆ อยู่ตลอดเวลา ยูโซยัน เอาแต่หนีรอบเวทีอย่างเดียว ยกสอง ฟ้าสั่ง เน้นเตะขาเจาะยาง เพื่อไม่ให้นักชกเจ้าถิ่นหนีมาก จากนั้น ยูโซยัน สาดแข้งสวนคืนมาเหมือนกันนักชกไทยเกี่ยวได้ตัดล่างยกล้อ นักชกรัสเซียตัวลอยล้มทั้งยืนเหมือนกัน จากนั้น ฟ้าสั่ง จี้ติดถึงตัวนักชกรัสเซียที่ยึกๆ ยักๆ ยุกยิกๆๆๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ว่าไม่ยอมออกอาวุธ 

 
        ยกสาม ฟ้าสั่ง ยังคงเดินขู่ เตะซ้าย ยูโซยัน ปลิวตามแข้ง และเอาแต่หนีอย่างเดียว ยกสุดท้าย ฟ้าสั่ง ยังคงเตะสนุกข้างเดียวเหมือนยกที่ผ่านๆ มา และถีบขู่เอาไว้ ก่อนที่จะจับในเด้งตีหักนักชกรัสเซียกองกับพื้นเวที ก่อนที่จะชนะคะแนนไปขาดลอย ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองกับนักชกจากยูเครน ที่รูปร่างสูงใหญ่มากๆ และในรอบตัดเชือกชนะนักชกจาก คาซัคสถาน มา


    

"บินหลา" เล็กแต่แกร่งกว่าเยอะ


 
        นักชกทีมชาติไทยที่ขึ้นเวทีคนต่อใน เป็นการชกในรอบรองชนะเลิศ รอบตัดชือกในรุ่น 51 กก. ก็คือ บินหลา มีนะโยธิน หรือว่า สรณ์ศิริ ราษรงค์ ขึ้นเวทีทางมุมน้ำเงิน เจอ เมฮาด ซายาด นักชกอิหร่าน ที่ได้บายมาชกในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งได้เปรียบรูปร่างช่วงชกตัวใหญ่กว่า แต่ว่าไม่คณามือนักชกไทย ที่เปิดฉากเดินใส่

 
        แต่ว่า ซายาด นักชกอิหร่านที่ได้เปรียบรูปร่างช่วงชกตัวใหญ่กว่าไม่กลัวเหมือนกันสาดแข้งแลกกันอย่างสนุก ทีต่อที ดอกต่อดอกบินหลา ตัวเล็กกว่าโดนแล้วกระเด็นเหมือนกัน ต้องหันมาต่อยหมัดช่วยด้วย นักชกอิหร่านเป็นมวยถีบหน้าอกนักชกไทยของเราอย่างแรง

 
        ยกสอง บินหลา เดินต่อเนื่องเหมือนยกที่ผ่านมา เตะซ้าย ต่อยซ้ายอัดลำตัว เน้นเป้าใหญ่ จับหักนักชกอิหร่านที่ตัวใหญ่กว่าล้มทั้งยืนกองกับพื้นเวที ก่อนที่จะเดินติดในไปเรื่อยๆ เพราะนักชกอิหร่านหนีรอบเวที ไม่ค่อยได้พลิ้วเหมือนยกที่ผ่านมาเท่าไหร่

 
        ยกสาม ซายาด นักชกอิหร่านอาศัยช่วงชกที่ได้เปรียบ  ต่อยหมัดการบุกของ บินหลา จากนั้นถีบแล้วดักแทงเน้นๆ ดักศอกสวนเหมือนกัน แต่บินหลา ผ่านการชกมวยไทยมาเยอะไม่สะทกสะท้าน และแม้ว่าจะตัวเล็กกว่าก็จริงแต่ว่าใจเกินร้อยแกร่งทั่วแผ่น เดินถึงตัวดันเตะซ้ายหนักๆ ต่อยหมัดตัดลำตัว จับในเด้งตี ชนิดที่หายใจรดต้นคอไม่ยอมให้นักชกอิหร่านได้พลิ้ว

 
        ยกสุดท้าย ซายาด นักชกอิหร่านหนีปุเลงๆๆๆๆ เหมือนทุกยกที่ผ่านมา แต่ว่าออกอาวุธโต้ด้วยการดักเตะ ดักถีบ ดักศอกสวน แต่โดนจับในเมื่อไหร่อ่อนระทวยทุกที ยอมทุกครั้ง จากนั้นกรรมทการแยกออกมา ทั้งคู่แลกแข้งแลกหมัดอีก ก่อนที่นักชกอิหร่านจะโดนหักล้ม ลุกขึ้นมาโดนบินหลาเบียดถึงตัวจับในเด้งตีๆๆๆ จนอ่อนระทวย

 
        ครบยก บินหลา มีนะโยธิน หรือว่า สรณ์สิริ ราษรงค์ นักชกทีมชาติไทย เป็นฝ่ายชนะคะแนนไปแบบขาดลอย ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองในรุ่น 51 กก. กับนักชกสวีเดนในวันที่ 13 ก.ย. นี้ต่อไป

    

"รุ่งเรืองเล็ก" ถล่มนักชกรัสเซียกระเจิง


 
        รุ่งเรืองเล็ก ลูกพระบาท หรือว่า ปรีชา วงศ์สา ขึ้นเวทีชกในรอบรองชนะเลิศ รอบตัดเชือกในรุ่น  54 กก. เป็นนักชกไทยรายที่ 3 ที่ขึ้นเวทีในวันนี้เจอ ดาวินอฟ ดานิล เกนนาดิเนวิช นักชกรัสเซีย อีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักชกไทยรายที่ 2 ที่เจอเจ้าภาพในรอบรองฯ

 
        เปิดฉากมายกแรก นักชกรัสเซีย ลองของเตะให้ รุ่งเรืองเล็ก เกี่ยวได้เข็นแล้วก็สาดแข้งตามแทบตกเวที ก่อนที่ รุ่งเรืองเล็ก จะเบียดถึงตัวของ ดาวินอฟ ตลอดเวลา นักชกไทยสาดแข้งนำ จับในเด้งตีนวดไปเรื่อย ก่อนที่จะกระชาก กระตุกเหลี่ยมนักชกรัสเซีย ล้มลุกคลุกคลาน  

 
        ยกสอง รุ่งเรืองเล็ก นักชกเงินแสนของเมืองไทย ที่แข็งแกร่งทั่วแผ่น เดินถึงตัว ด้วยการถีบนำเข้าไปก่อนจากนั้นปล้ำในตี ตี ตี บิดเหลี่ยม กระชากกระตุกเมื่อไหร่ นักชกรัสเซียล้มเมื่อนั้น และ รุ่งเรืองเล็ก ก็ไม่ยอมให้ ดาวินอฟ ได้พลิ้ว ได้หนีสมใจ ดาวินอฟ อยู่ตรงไหน รุ่งเรืองเล็ก อยู่ตรงนั้นเหมือนกัน พร้อมกับมีหมัดนำปล้ำในเด้งตีๆๆ

 
        ยกสาม นักชกรัสเซีย พยายามต่อยหมัดสวนแต่ว่าหนีไปด้วยต่อยไปด้วย รุ่งเรืองเล็ก ก็พยายามไม่บวกสวน เน้นการ์ดสูงๆๆๆ ออกแข้ง ก่อนที่จะจับในเด้งตีเข่า ก่อนที่กรรมการจะแยกออกมา รุ่งเรืองเล็ก ขวางหน้าดันแทงไปเรื่อย

 
        ยกสุดท้าย รุ่งเรืองเล็ก นักชกไทยเหนือกว่าทุกอย่าง โดยเฉพาะวงในแข็งแรงแข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่ายังเดินอัดต่อเนื่อง เตะซ้ายลำตัว เดินขู่ ต่อยหมัดจนนักชกรัสเซีย หน้าหงายไปหลายครั้งเหมือนกัน จากนั้นเริ่มโชว์  ถีบยัดไปอีก ก่อนที่จะจับในลากมาตีตัวเดียวสนุกอยู่ข้างเดียวฝ่ายเดียว

 
        ครบยก รุ่งเรืองเล็ก ลูกพระบาท หรือว่า ปรีชา วงศ์สา ชนะคะแนขาดลอย ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองในรุ่นนี้กับนักมวยจากเบลารุส ต่อไป

    

รุ่งเรืองเล็ก ยอมรับคู่ชิงน่ากลัว


 
        ภายหลังจากที่ผ่านเข้าชิงเหรียญทองได้สำเร็จ รุ่งเรืองเล็ก ได้กล่าวเปิดใจว่ารู้สึกหนักใจไม่น้อยเหมือนกันเพราะว่า คู่ชกซึ่งเป็นนักชกชาวเบลารุส นั้นเป็นนักมวยที่เก่งมากคนหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ดูการชกมาตั้งแต่รอบแรกๆ ยอมรับว่าแข็งแกร่งมาก น่าจะหนักเหมือนกันแต่มั่นใจว่าจะคว้าเหรียญทองกลับบ้านได้อย่างแน่นอน

    

"นวพล" พลิกแซงยกท้ายเข้าชิงหวิว


 
        นักชกทีมชาติไทยที่ขึ้นเวทีคนต่อมาก็คือ นวพล ศิษย์ผู้พันตู่  (ชาญณรงค์ การปรี) ขึ้นเวทีชกในรอบรองฯในรอบตัดเชือกในรุ่น  57 กก. ขึ้นเวทีทางมุมน้ำเงินเจอกับ อเล็กซานเดอร์ อัปรามอฟ นักชกเจ้าถิ่นเหมือนกัน

 
        โดย ที่เปิดฉากมายกแรกนั้น นวพล เตะซ้ายได้หนักหน่วงรุนแรง ออกแข้งซ้ายนำไปก่อนทันที ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลงและมีหมัดซ้ายตามไปด้วย แต่ว่า นักชกรัสเซีย เรี่ยวแรงยังดี สาดแข้งสู้ มีหมัดสวนคืนมาเหมือนกัน จากนั้น นวพล เดินจับในนักชกรัสเซียสู้เข่าแลกกันสนุก ยกนี้นักชกไทยไม่ได้เปรียบ

 
        ยกสอง ทั้งคู่ออกอาวุธ สาดแข้งแลกหมัด แลกเข่าใส่กันไม่หยุด โดยเฉพาะซ้ายของ นวพล กับขวาของนักชกเจ้าถิ่นรัสเซีย ก่อนที่จะจับในแลกเข่า แต่ว่า อัปรามอฟ มีศอกแจมด้วย แลกกันมันหยดท่ามกลางกองเชียร์เจ้าถิ่นในสนามหลายร้อยคน และ นวพล ยังคงเป็นฝ่ายเดินเข้าหาตลอด

 
        ยกสาม นวพล เดินเตะซ้ายลำตัวตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด จับในบิดเหลี่ยม นักชกรัสเซียล้มทั้งยืนทันที ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเจอ นวพล อัดแข้งซ้ายลำตัวแบบหนักหน่วงรุนแรงอีกและ นวพล ซึ่งปกติชกมวยไทยในบ้านเรา เป็นมวยจังหวะฝีมือ ตั้งรับแต่ว่ามาชกมวยไทยสมัครเล่นเดินใส่ตลอดเวลา หมดยก นวพล ชูมือให้กองเชียร์ชาวไทย (นักเรียนไทยในรัสเซีย สิบกว่าคนมาช่วยกันเชียร์) ด้วยความมั่นใจทันที

 
        ยกสุดท้าย นวพล ที่เดินมาตลอด ออกมาจากมุมด้วยความมั่นใจออกมาคุมรูปมวย ตั้งรับรอโต้ รอสวน ด้วยการดักแทง แล้วผลักออก ดักฟันศอก ถีบ ออกเหลี่ยม ออกแข้ง ออกข้าง จากนั้นก็คุมรูปมวยด้วยความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง เตะซ้ายแล้วคา ผลักออก คุมรูปมวย แต่ว่าช่วงท้ายพลาดโดนหมัด โดนศอก เหมือนกัน และทำให้กองเชียร์นักชกเจ้าถิ่นได้เฮกันเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง

 
        ซึ่งทำให้ต้องลุ้นกันระทึกจนถึงการตัดสิน เพราะกองเชียร์เจ้าถิ่นเฮเสียงดังกดดันกรรมการอย่างมาก หลังจากที่กรรมการผู้ตัดสินรวมคะแนนแล้วชูมือให้ นวพล ชนะคะแนนไปแบบสูสี 3-2 เสียง จากกรรมการให้คะแนนจากชาติเป็นกลางทั้งหมด 5 คน ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองชนิดเสียวไส้ติ่ง กับนักชกจากยูเครน ในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 13 ก.ย. นี้ต่อไป

    

"กางเขนเหล็ก" ถล่มฮังการีเข้าชิง


 
        นักชกทีมชาติไทยที่ขึ้นเวทีชกในรอบรองฯ รอบตัดเชือกคนต่อมาในรุ่น 60 กก. ก็คือ กางเขนเหล็ก ส.ตะวันรุ่ง หรือว่า สุวัฒน์  เทอดเกียรติ ขึ้นเวทีทางมุมน้ำเงินเจอ คริสเตียน ฮาบาส ฮันโทเน่ จากฮังการี

 
        ปิดฉากมากระโดดโยนเข่าลอยใส่นักชกไทยก่อนทันที ดีที่ไม่เข้าจุดสำคัญ แต่จากนั้นก็เอาแต่หนีปุเลงๆๆๆ รอบเวที กางเขนเหล็ก จี้ติดถึงตัวจับในขย่มเข่าตีเน้นๆ จนนักชกฮังการีตัวงอ

 
        ยกสอง กางเขนเหล็ก ตีหน้ายักษ์ เดินขย่มเข่าต่อทันที จนนักชกฮังการี หันข้างให้ป้องกันตัวเองกรรมการเลยต้องแยก แต่ว่า กางเขนเหล็ก ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเดินจับในอย่างเดียว
 
 
        ยกสาม กางเขนเหล็ก เดินช้าลงกว่าสองยกที่ผ่านมาเลยเจอหมัดสวนคืนมาเหมือนกัน ในยกนี้นั้นนักชกไทย อืดอาดยืดยาด เชื่องช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัดและออกอาวุธน้อยกว่าสองยกที่ผ่านมา 

 
        ยกสุดท้าย นักชกฮงการีเน้นต่อยหมัด ฮึดต่อยหมัด แต่สุดท้ายแล้วโดนล็อกคอลากมาขย่มเข่าจนยอม ยืนก้มหัวให้ตีแต่โดยดี ก่อนที่ช่วงท้ายๆ นักชกฮังการี จะฮึดขึ้นมาอีกครั้ง และเตะตัดล่าง กางเขนเหล็ก ล้มทั้งยืนเหมือนกัน กองเชียร์ฮังการีดีใจส่งเสียงกรี๊ดกันยกใหญ่

 
        แต่ครบยกกรรมการไม่ให้ผ่าน รวมคะแนนแล้วประกาศให้ กางเขนเหล็ก ส.ตะวันรุ่ง เป็นฝ่ายชนะคะแนน ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองในรุ่นนี้ต่อไป เจอกับนักชก ยูเครน ในรอบชิงเหรียญทองในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 13 ก.ย. นี้

    

เบลารุสเหี่ยวปลาย "ยอดพนมรุ้ง" ได้เข้าชิง


 
        นักชกไทยที่ขึ้นเวทีชกในรอบรองฯ (รอบตัดเชือก) คนต่อมาในรุ่น 63.5 กก. ก็คือ ยอดพนมรุ้ง ป.ชัยวัฒน์ หรือว่า  เอกพล กลุ่มยา เป็นนักชกไทยรายที่ 6 ขึ้นผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ และ ขึ้นเวทีในวันนี้ ในรอบตัดเชือก เจอ ดิมิทรี วารัส นักชกจากเบลารุส ซึ่งเป็นชาติเดียว ที่เข้ามาชกในรอบรองฯ มากที่สุดถึง 11 คน 11 รุ่นด้วยกัน โดยนักชกไทยขึ้นเวทีทางมุมน้ำเงินอีก 

 
        ยกแรก ชิงจังหวะ ชิงเหลี่ยม ชิงไหว ชิงพริบในการออกแข้งกลางเวที  ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่

 
        ยกสอง เอกพล หรือว่า ยอดพนมรุ้ง ที่โชว์ฟอร์มดีมาตลอดในทัวร์นาเมนต์นี้ เดินสาดแข้งขวานำ ขวางหน้าดันแทง ได้หนักหน่วงรุนแรงใส่นักชกเบลารุส ที่เอาแต่หนีปุเลงๆๆๆ

 
        ยกสาม ยอดพนมรุ้ง ให้นักชกเบลารุส เกี่ยวได้และไม่ยอมวาง จากนั้นทำให้ต้องแลกหมัดกันอย่างสนุก ก่อนที่กรรมการจะแยกออกมา ยอดพนมรุ้ง กวักมือนักชกเบลารุส ที่เอาแต่หนีออกมาแลกกลางเวที แต่นักชกเบลารุสที่มีหมัดหนักใช้ได้แต่ก็ยังไม่ยอมแลก เอาแต่หนี ก่อนที่จะโดนเข่าจนเหี่ยวจนยุบ จนแผ่วไปเองในช่วงท้ายของยกนี้

 
        ยกสุดท้าย นักชกเบลารุส ยังคงหนีเหมือนทุกยกที่ผ่านมา ยอดพนมรุ้ง เดินตีหน้ายักษ์แยกเขี้ยวใส่เดินเตะนำปล้ำในขย่มเข่าตี ตี ตี นักชกเบลารุสมีหมัดสวนกองเชียร์ได้เฮเหมือนกัน จากนั้นกรรมการรวมคะแนนแล้ว ประกาศให้ ยอดพนมรุ้ง หรือว่า เอกพล กลุ่มยา ชนะคะแนนไปแบบสนุก ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองกับนักมวยยูเครนอีกคู่หนึ่งในรอบชิงเหรียญทองในวันที่ 13 ก.ย.นี้

    

"เฉลิมเดช" เศร้าได้แค่เหรียญทองแดง


 
        นักชกทีมชาติไทยรายที่ 7 ที่ขึ้นเวทีชกในรอบรองฯ ในรอบตัดเชือก เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ในรุ่น 67 กก. ก็คือ เฉลิมเดช ส.ตะวันรุ่ง หรือว่า ธีระพงษ์ ดีที่เคยได้เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาสปอร์ต แอ็คคอร์ต ที่เมืองจีนเมื่อ  2  ปีที่ผ่านมามาแล้ว ขึ้นเวทีทางมุมแดง เจอ อังเดร คูเลบิน นักชกเก่งจาก เบลารุส ซึ่ง อังเดร คูเลบิน รายนี้ที่ผ่านมาเคยชกกับ บัวขาว มาแล้วและเคยเดินทางไปแพ้ สิงห์มณี แก้วสัมฤทธิ์ ที่พัทยา ก่อนมาชกรายการนี้

 
        ยกแรก อังเดร คูเลบิน ที่มีความเป็นมวย เดินเตะขวาลำตัวขู่นักชกไทยก่อนทันที เฉลิมเดช ออกเหลี่ยม ออกแข้ง ออกข้าง สาดแข้งสู้ แต่ว่าพลาดโดนหมัดทรุดคาเชือกเหมือนกัน

 
        ยกสอง อังเดร คูเลบิน นักชกเบลารุส รายนี้ แข็งแรง แข็งแกร่ง ยืนมวยสวยทรงมวยดี เดินสาดแข้งขู่เหมือนที่ผ่านมาเตะขวาลำตัวได้หนักหน่วงรุนแรงมาก แต่ว่า เฉลิมเดช ก็ไม่หนีมาก ดันสาดแข้งแลกกันกลางเวที ชนิดแฟนมวยได้ดูมวยดี อีกคู่หนึ่งของรายการนี้ ทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะเป็นมวยทั้งคู่นั่นเอง ชิงจังหวะ ชิงเหลี่ยม ชิงไหว ชิงพริบในการออกแข้งกันตลอดเวลา ชนิดไม่มีใครยอมใคร

 
        ยกสาม คูเลบิน ดันเตะ ดันต่อยหมัด ได้หนักหน่วงรุนแรง เฉลิมเดช ก็ดันออกแข้งซ้ายแลกกันทีต่อที แต่ว่า คูเลบิน ออกได้ดีกว่าหนักกว่ารุนแรงกว่า จากนั้นปล้ำในขวางหน้าแลกเข่ากันสนุก แม้ว่า คูเลบิน จะออกอาการให้เห็นบ้างแต่ว่าเวลาโต้ โต้ได้หนักๆ

 
        ยกสุดท้ายชิงดำ เฉลิมเดช ออกมาคุมรูปมวยข้างเชือก รอออกแข้งซ้ายโต้ ผิดกับ คูเลบิน ที่ฮึดตลอด เดินติดตัวตลอด ต่อยหมัด อัดแข้ง ลำตัวต่อยหมัด สลับกับฟันศอก ยันนาทีสุดท้ายของยกสุดท้ายและครบยก กลายเป็น อังเดร คูเลบิน นักชกเบลารุส ที่พลิกชนะคะแนน ผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองกับ นักมวยจากเยอรมันต่อไป ส่วน เฉลิมเดช ได้แค่เหรียญทองแดงปลอบใจกลับบ้านไปแทน

    

เฉลิมเดช ยันทำดีที่สุดแล้วขอโทษทุกคน


 
        เฉลิมเดช ส.ตะวันรุ่ง ได้ กล่าวเปิดใจภายหลังพ่ายแพ้ว่าที่ผ่านมาตนเองต้องขอโทษทุกคนด้วย แต่ว่า ก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว จึงไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก เพราะว่าทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว

    

ช็อก "เข้ม" แพ้ได้แค่ทองแดง


 
        นักมวยไทยคนสุดท้ายที่ขึ้นเวทีชกในรอบรองชนะเลิศ ในวันนี้ ในรุ่น 71 กก. ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุด ที่ทีมชาติไทยของเราส่งเข้าแข่งขันในครั้งนี้ ก็คือ เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง นักชกชื่อดังของไทย ที่ติดทีมชาติครั้งแรก ขั้นเวทีทางมุมน้ำเงิน เจอ วิทัล เฮอร์กู นักชกจากเบลารุส อีกคนที่ผ่านเข้าสมาชกในรอบนี้ เป็นมวยรูปร่าง ช่วงชกดี สูงใหญ่

 
        และเปิดฉากลุยทันทีด้วยการต่อยหมัด เตะพับในใส่นักชกไทย นักชกเบลารุส ยืนมวยเป็นมวยขวาแต่ว่า เตะซ้ายหน้าได้ดี ขณะที่เข้มยังไม่เร่ง ไม่รีบ อะไรมากเท่าไหร่ เตะพับใน พับนอกทักทายเท่านั้น

 
        ยกสอง วิทัล นักชกเบลารุส เดินต่อยหมัดอัดใส่นักชกไทยและอาศัยความใหญ่บด แต่ว่า เข้ม ประสบการณ์สูง ชิงจังหวะดักวางแข้งซ้ายเข้าลำตัวแบบหนักๆ แต่ว่า เบลารุส ตัวใหญ่โดนแข้งเท่าไหร่ไม่สะทกสะท้าน วิทัล เฮอร์กู  อาศัยความใหญ่ลงทุนฝ่าดงแข้งซ้ายเข้าไปจับใน แต่ทำอะไรนักชกไทยของเราไม่ได้มาก แถมเจอบิดเหลี่ยมหงายเก๋งกองกับพื้นเวทีไปหลายครั้ง เพียงแต่นักชกไทยตั้งรับข้างเชือก เพราะตัวเล็กกว่าแต่ว่า อาวุธไม่เป็นรอง 

 
        ยกสาม นักชกเบลารุส ตัวใหญ่ ฝ่าดงแข้งเข้าไปจับในเด้งตีเข่าใส่นักชกไทยชนิดไม่เกรงกลัวแข้งซ้ายของ เข้ม เหมือนกัน แต่ว่าก็ตีไม่ได้เท่าไหร่ เพราะเจอ เข้ม ไล่แขน ตั้งแขน ขวางหน้าคาได้หมด

 
        ยกสุดท้าย นักชกเบลารุส ฮึดต่อยหมัด จับในเหมือนที่ผ่านมา แต่ว่าเจอความเก๋าของเข้ม คอยขวางหน้าไว้ไล่แขนดักแทงทั้งที่ตัวเล็กกว่า แต่ว่า เบลารุสก็ไม่ยอมง่ายๆ ไล่ต่อยหมัด ไล่เตะ มีเท่าไหร่ใส่หมดเหมือนกัน อาศัยความใหญ่เดินไล่ฟัด รัดเหวี่ยง จนล้มลุกคลุกคลานไปด้วยกัน

 
        จากนั้นครบยกเข้ม ชูมือให้กองเชียร์ไทยที่เข้ามาเชียร์หลายสิบคนด้วยความมั่นใจ แต่ว่าต้องถึงกับตกตะลึง ตาค้างไปตามกันเมื่อกรรมการรวมคะแนนแล้ว ชูมือให้นักชกเบลารุส ชนะคะแนนไปแบบเหลือเชื่ออย่างมาก เข้ม เองถึงกับเข่าอ่อนทรุดกองกับพื้นเวที อย่างสุดเซ็งอย่างแรงด้วยเช่นกัน

    

อ.สุรัตน์ โวยแต่ไม่ประท้วง


 
        ภายหลังการชก อ.สุรัตน์ เสียงหล่อ หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติไทยโวยวายการตัดสินของกรรมการว่า ถ้าอย่างนี้ก็ตายซิ เพราะว่า เราออกอาวุธได้ดีกว่า แต่กรรมการมาคิดว่าเราหนีอย่างเดียว เจอมวยตัวใหญ่ให้เดินได้อย่างไร ก็เด็กชกดีแล้ว ทุกอย่าง แต่ว่ากรรมการตัดสินกันไม่เป็นเอง

 
        ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันชกขนาดนี้ ออกออาวุธขนาดนี้แล้วยังให้แพ้จะให้ชกอย่างไรถึงจะถูกใจกรรมการ ก็ไม่เข้าใจเหมือน แต่ว่า ไม่มีการยื่นประท้วงคำตัดสินของกรรมการชาติเป็นกลางที่ออกมาให้เข้มแพ้  4-1 เสียง

 
        ส่วนผลคู่อื่นๆ ในรอบรองชนะเลิศ รุ่น 45 กก. อับดุลราซิส บูรานอฟ (ทาจิกิสถาน) ชนะผ่าน คาริมคานี มอสตาบา (อิหร่าน) ได้เข้าไปชิงเหรียญทองกับ อับดุลคาริม ซาราวาตอฟ (รัสเซีย)

 
        รุ่น  48 กก. โอเล็กซานเดอร์ โปรคูด้า (ยูเครน) ชนะคะแนน ราอวล คันดีวาเฟ (คาซัคฯ) ได้เข้าชิงเหรียญทองกับ ฟ้าสั่ง ต.พิทักษ์ชัย,

 
        รุ่น 51 กก. ฮอง จิฮอง (สวีเดนเชื้อสายจีน) ชนะทีเคโอ อเลสกี้ ดีลิสนัว ยก 2 (เบลารุส) ได้เข้าชิงเหรียญทองกับ บินหลา มีนะโยธิน นักชกจากไทย,

 
        รุ่น 54  กก. อังเดร ซาเยฟ (เบลารุส) ชนะทีเคโอ อินยาด มูสซิน (คาซัคฯ) ได้เข้าชิง เหรียญทองกับ รุ่งเรืองเล็ก ลูกพระบาท)

 
        รุ่น 57 กก. ชาญณรงค์ การปรีชา (นวพล ศิษย์ผู้พันตู่) เข้าชิงกับ ตรีซิน คอนสแตนติน (ยูเครน) ที่เอาชนะ ซัคลาเบค โบติลอฟ (อุซเบฯ) 

 
        รุ่น 60 กก. นิไคโล่ วาดไลโก (ยูเครน) ชนะคะแนน อาเต็ม อัลเวนีซอฟ (เบลารุส) เข้าชิงกับ สุวัฒน์ เทอดเกียรติ (กางเขนเหล็ก ส.ตะวันรุ่ง) นักชกของไทย,

 
        รุ่น 63.5 กก. ยอดพนมรุ้ง ป.ชัยวัฒน์ หรือ เอกพล กลุ่มยา เข้าชิงกับ อีกอร์ ลูเบเซนโก้ (ยูเครน) ที่ชนะคะแนน อาคิม ดาวูดู (แคนาดา),

 
        รุ่น 67 กก. จูลี่ เคล (เยอรมัน) ชนะคะแนน มาซูส มิเนเอล (อิหร่าน) ได้เข้าชิงเหรียญทองกับ  อังเดร คูเลบิน  (เบลารุส) ที่เอาชนะคะแนน ธีระพงศ์ ดี หรือว่า เฉลิมเดช ส.ตะวันรุ่ง ของไทยเรามาในรอบรองฯ, 

 
        รุ่น 71 กก. กาบริดิโนวิช มาโกเบดอฟ (รัสเซีย) ชนะคะแนน มาเทอุช โกเปี้ยช (โปแลนด์ ) เข้าชิงเหรียญทองกับ วิทัล เฮอร์คู (เบลารุส) ที่เอาชนะ สุรศักดิ์ ปักโคทะกัง หรือว่า เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง ของไทยเรามา,

 
        รุ่น 75 กก. ดิมิทรี วาเรนส์ (เบลารุส) ชนะคะแนน เอมิลล์ ยูเมเยฟ (คาซัคฯ) ได้เข้าชิงกับ คอนสแตนติน ลาดิโควิช (รัสเซีย) ที่ชนะคะแนน คาเมล มาซัสนี (แอลจีเรีย) ในรอบที่ผ่านมา,

 
        รุ่น 81 กก. มาร์ค เดบอนเต้ (เบลเยียม) ชนะคะแนน การ์ด้า มูฮัมมาม่า (ฝรั่งเศส)  เข้าชิงเหรียญทองกับ อาเต็ม วาร์เลอร์เลียวิช  (รัสเซีย) ที่เอาชนะทีเคโอ ดิเมนทรี อัลดูลิน ยก2 ( เบลารุส) 

 
        รุ่น 86 กก. ซายส์ ซาดิบัว (สวีเดน) ชนะคะแนน จาเซอร์ เมียร์ซามุคาเมเดฟ (อุซเบกิสถาน) เข้าชิงเหรียญทองกับ อาเต่ม โฮเลโกวิช (รัสเซีย) ที่ชนะ อังเดร ฮาซิมซุค (เบลารุส) 

 
        รุ่น 91 กก. ยูซูฟ อิฟกาอิมอฟ (อุซเบฯ) ชนะคะแนน ฮาไมค์ลี่ มาร์ชซินิซาร์ (แอลจีเรีย) เข้าชิงเหรียญทองกับ ดาเซียนีส ฮัลชาโลนัฐ (เบลารุส) ที่ชนะ โอเลียนิค  โอเลกัลเดอร์  (ยูเครน)

 
        รุ่น 91+กก. อังเดร โบคาล (เอสโตเนีย) ชนะคะแนน เดเซลิโอ โดเมนิโก้ (อิตาลี) เข้าชิงเหรียญทองกับ สโตนี่ โลการ์วา ที่ชนะคะแนน เซเมนต์ โอเลโกวิช (รัสเซีย)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ ในหมวดนี้
Comment
Top 5 ข่าวในรอบ 3 วัน
Recommend on Google
คอลัมน์
คอลัมน์มวยสยาม
จ่าโรจน์ เมืองชล

โดย : แบน ท่าพระ
คอลัมน์มวยสยาม
ต่วนเป๋ เกียรติคมสิงห์

โดย : ซีเนียร์

วิธีลงประกาศซื้อ-ขาย | สนใจลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณาคลาสซิฟายด์ website :
โทร. 02-508-8235-48 , 02-508-8000 ต่อ 8235-48