แก้วปลื้มสมจิตรโทรให้กำลังใจมั่นใจมีลุ้นทอง
หลังการชก แก้ว พงษ์ประยูร เปิดเผยถึงเกมการชกในครั้งนี้ว่า วันนี้ก็พอใจกับฟอร์มการชกของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ก็ยังคิดว่าไม่ดีเท่าไหร่นัก สำหรับเกมการชกในยกแรกนั้นได้วางแผนว่าจะไม่เข้าบุ่มบ่าม เพราะเกรงว่าจะโดนหมัดบวกของคู่ต่อสู้
คอยดูเชิงและดูว่าจะเป็นฝ่ายขยับเข้าหาหรือว่าคอยตั้งรับจนกระทั่งมั่นใจว่าคู่ต่อสู้นั้นช้ากว่าจึงเริ่มขยับเข้าหาบ้างและเน้นออกหมัดเป็นชุดๆ ซึ่งยกแรกนั้นคิดว่าแต้มน่าจะนำเยอะเพราะต่อยได้เข้าเป้า แต่เมื่อจบยกกลับนำเพียงแต้มเดียว ซึ่งตนก็ยังงงอยู่เหมือนกัน
แก้ว กล่าวต่ออีกว่า ในยกสองเริ่มจับทางของคู่ต่อสู้ และตนเองเริ่มต่อยได้เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม และยิ่งทำให้ตนมีความมั่นใจ จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่ดีกว่าเข้าหาออกหมัดเป็นชุดเช่นเดิม และมีบนสลับล่างเพื่อให้คู่ต่อสู้เปิดการ์ด และยอมรับต่อยยากเหมือนกันเพราะคู่ต่อสู้ค่อนข้างก้มต่ำ อีกทั้งคู่ต่อสู้ก็เริ่มเดินเข้าหาเร็วขึ้น ซึ่งยกนี้ตนก็เกร็งๆ เหมือนกัน เพราะคู่ต่อสู้ก็ต่อยได้ดี อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังเชื่อมั่นว่าชกได้เข้าเป้ามากกว่า
ขณะที่ในยกสามที่คู่ต่อสู้เดินลุยเข้าใส่ทันทีเนื่องจากคะแนนตามหลังอยู่ แก้วเผยว่า ยกนี้ตนค่อยข้างจะแลกหมัดมากขึ้น เพราะไม่อยากถอยมาก กลัวว่าคะแนนจะสูญเสียให้กับคู่ต่อสู้ จึงพยายามรอจังหวะแล้วดักต่อยสลับบนล่างและออกหมัดเป็นชุด จากนั้นวนออกเร็วทีเพราะไม่อยากจะคลุกวงในด้วย ที่อาจจะโดนหมัดคู่ต่อสู้ ซึ่งในยกสามกลางยกตนรู้สึกมั่นใจว่าชนะแน่
แก้ว กล่าวต่อไปอีกว่า ดีใจมากที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายได้ และยังช่วยให้ความฝันของแฟนกีฬาและแฟนมวยยังมีอยู่ ตอนนี้มวยเหลือตนคนเดียวแล้วก็ยอมรับว่ากดดันเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่หวั่นอยู่แล้ว พร้อมที่จะสู้กับทุกคน และอยากจะคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกหนนี้ให้ได้ เพราะครั้งนี้ครั้งแรกและจะเป็นครั้งสุดท้ายของตนแล้วในโอลิมปิก
ต่อข้อถามว่า เรื่องหวัดหายขาดหรือยัง แก้ว พงษ์ประยูร กล่าวว่า ก็ยังมีหวัดอยู่บ้างนิดหน่อยแต่ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างไร ส่วนเรื่องสภาพร่างกายก็ยังดีอยู่ไม่มีส่วนไหนบาดเจ็บ ซึ่งไฟต์ที่ผ่านมาถือว่าไม่หนักมาก ขณะที่เรื่องพละกำลังนั้น ก็โอเคแล้วครับ สามารถจะยืนหยัดบู๊ได้นานเต็มที่แน่นอน และชัยชนะครั้งนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายไปเยอะมากหลังจากก่อนหน้านี้กดดันไม่น้อย และตนขอสัญญาว่าจะทำให้คนไทยมีความสุขให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่จะต้องเจอกับนักชกบัลแกเรียนั้น แก้วบอกว่า เจอนักมวยบัลแกเรียดีกว่าเยอะ เพราะเท่าที่เห็นฟอร์มการชกยังเป็นมวยที่ไม่เร็วเท่าไหร่ ขณะที่เกาหลีใต้นั้นคล่องแคล่วว่องไวมาก อีกทั้งผมคิดว่าเกาหลีใต้แข็งมากเรื่องกรรมการ ส่วนแผนการชกจะชกยังไงก็จะกลับไปวางแผนและดูเทปการชกของคู่ต่อสู้กับทางผู้ฝึกสอนอีกครั้ง
ด้าน "เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาให้กำลังใจแก้วถึงขอบสนามหลังเสร็จสิ้นการชกก็เข้าไปแสดงความยินดีด้วยเพราะอวยพรขอให้คว้าเหรียญทองมาให้ได้ เพราะหากได้นั้นเงิน 50 ล้านบาท รออยู่แล้ว
ส่วนกับฟอร์มการชกของแก้ววันนี้ ประมุขเสื้อกล้ามไทยกล่าวว่า ชกได้ดีมาก ออกหมัดได้คมและแข็งแกร่งว่องไว อย่างไรก็ตาม ตนยังรู้สึกว่าแต้มจะขึ้นให้กับแก้วค่อนข้างน้อยไป
นายกสมาคมมวยฯ กล่าวต่อไปอีกว่า หากแก้วยังชกด้วยฟอร์มที่ดีแบบนี้ไว้ได้ต่อไปเรื่อยๆ ตนเชื่อว่ากำปั้นไทยมีโอกาสที่จะหยิบเหรียญทองอย่างแน่นอน และในการเจอกับนักชกบัลแกเรียในรอบ 8 คนสุดท้ายนั้นตนก็มั่นใจว่าแก้วจะเป็นฝ่ายชนะ และหากชนะก็จะมีเหรียญทองแดงตุนไว้แน่นอนแล้ว ซึ่งขอยืนยันอีกครั้งได้เหรียญทองมีแน่ 50 ล้านบาท
"เสธ.ศักดา" พ.อ.ศักดา เพ็ชรจินดา ประธานเทคนิคสมาคมมวยฯ เผยว่า สำหรับคู่ชกของแก้ว คือ อเล็กซานดรอฟ อเล็กซานดรา จากบัลแกเรียนั้นในอดีตเคยแพ้ สมจิตร จงจอหอ นักชกเหรียญทองโอลิมปิก 2008 มาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน และแพ้ขาดด้วย เป็นมวยสไตล์เดินเข้าหา ซึ่งจะเข้าทางของแก้วที่ชอบสไตล์มวยเดินเข้าหา
"บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ที่ได้เดินทางมาชมการชกของแก้วด้วย เปิดเผยว่า แก้วชกได้ดีมาก เห็นแล้วประทับใจ ซึ่งก็ทำให้ตนนั้นสบายใจมากขึ้นหลังผ่านเข้ารอบ 8 คน ไปได้ ต่อยด้วยฟอร์มแบบนี้ตนคิดว่าโอกาสที่แก้วจะเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศมีสูงมาก
สำหรับเรื่องกรรมการตัดสินตนคิดว่าน่าจะโปร่งใส และระหว่างชมเกมตนได้พบกับ มร.ชิง โคว วู ประธานไอบ้าด้วย ซึ่งเขาก็เข้ามาแสดงความยินดีทักทาย และบิ๊จากล่าวต่อไปอีกว่า เสียดายในโอลิมปิกเกมส์ครานี้มวยสากลสมัครเล่นซึ่งเป็นกีฬาที่เป็นความหวังของไทยมาตลอดมีเวลาเตรียมตัวน้อยเกินไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการชกในเช้าวันต่อมา แก้ว พงษ์ประยูร ได้ตื่นแต่เช้าลงมาที่ลานด้านหน้าที่พักในหมู่บ้านนักกีฬา โดยมี "โค้ชธง" พ.ต.ธง ทวีคูณ ผู้ฝึกสอนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเช้านี้ แก้วตื่นมาด้วยสภาพที่สดชื่นไม่มีอาการเหนื่อยล้า และไม่มีรอยบอบช้ำจากการชกเมื่อคืนก่อนแต่อย่างไร
โดยแก้วได้วิ่งกระโดดเชือกวอร์มร่างกาย จากนั้น โค้ชธงได้ให้ลงนวมซ้อมเบาๆ กับ สายลม อาดี ยืดเส้นยืดสายอยู่ประมาณ 1 ชม. ก็กลับขึ้นที่พักในทันทีเนื่องจากสภาพอากาศครึ้ม มีเมฆฝน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานสายฝนก็โปรยปรายลงมาทั้งแก้วและโค้ชก็ต้องรีบกลับขึ้นห้องพัก
ด้าน "โค้ชธง" เปิดเผยเกี่ยวกับคู่ชกของ แก้วในรอบต่อไปว่า ตนได้ศึกษาจากเทปการชกแล้ว แก้วได้เปรียบตรงที่เรื่องความเร็ว ดีกว่ามาก ขณะที่ฟอร์มการชกจากที่ดูคิดว่าไม่เท่าไร เชื่อว่าแก้วที่ชั่วโมงนี้กำลังมีความมั่นใจมากจะเอาชนะผ่านเข้ารอบต่อไปได้แน่ อย่างไรก็ตาม ก่อนนอนคืนนี้จะนำเทปการชกของ อเล็กซานดรอฟ มาเปิดศึกษากันอีกที
ผู้ฝึกสอนมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย กล่าวต่ออีกว่า ทางด้าน สมจิตร จงจอหอ นักชกดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ยังได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีและให้กำลังใจกับ แก้ว พงษ์ประยูร ด้วย พร้อมกับแนะนำว่า แก้วชกสไตล์นี้ดีแล้ว ชกแบบนี้แหละในไฟต์ต่อไปชนะแน่ เพราะเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและเร็วที่มีมากกว่านักชกบัลแกเรีย
ด้าน "แก้ว พงษ์ประยูร" นักชกรุ่น 49 กก.ของไทย ที่เตรียมขึ้นตะบันหน้ากับ อเล็กซานดรอฟ อเล็กซานดรา จากบัลแกเรีย ในวันที่ 8 ส.ค. นี้. ในเวลา 21.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 03.15 น. ตามเวลาประเทศไทย เผยว่า "ดีใจที่แฟนกีฬาเป็นห่วงและให้กำลังใจให้ได้ชัยชนะผ่านเข้ารอบต่อไป
นอกจากนี้ยังมี "พี่จิตร" สมจิตร จงจอหอ นักชกเหรียญทองโอลิมปิก 2008 ก็โทร.มาให้กำลังใจ และแนะนำเรื่องการชกที่จะพบกับ อเล็กซานดรอฟ ด้วย ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดีมากตนก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดไม่ให้แฟนกีฬาผิดหวัง"
