พลิกนาทีชีวิตครอบครัว ศิริแก้ว

จากชาวนาสู่ชื่อเสียง,เงินทองและอนาคต

 
 
         และแล้วแฟนกีฬาชาวไทยก็ได้ชื่นชมกับเหรียญรางวัลเหรียญแรกของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 หลังจากที่คนไทยทั้งชาติเฝ้าติดตามและให้กำลังใจทัพนักกีฬาจากแดนสยามผ่านทางจอแก้ว ส่งแรงใจไปช่วยเชียร์ถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะสมหวังกับเหรียญเงินของ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว จอมพลังสาวทีมชาติไทย ในรุ่น 58 กก. หญิง แม้ว่าจะสู้ยกเหล็กจากจีนไม่ได้ แต่ความสำเร็จที่ได้มา ถือว่าสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาและกองเชียร์ชาวไทยได้ไม่น้อย


         "ขอนแก่น" ดินแดนวีรบุรุษโอลิมปิก สมรักษ์ คำสิงห์ เจ้าของฉายา "โม้อมตะ" หรือ "ไม่ได้โม้" ที่แฟนกีฬาชาวไทยรู้จักกันดี สร้างปรากฏการณ์ความตื่นตัวให้กับเยาวชนและประชาชนไปพร้อมๆ กับการเริ่มต้นเหรียญทองประวัติศาสตร์ของชาติไทยตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ 


         มาวันนี้แม้ว่า "น้องแต้ว" จะไม่ใช่วีรบุรุษที่คว้าเหรียญทองตามรอยนักกีฬารุ่นพี่จากเมืองหมอแคน แต่เธอก็เป็นความประทับใจแรกของนักกีฬาไทยที่ได้ใจกองเชียร์ ณ ชั่วโมงนี้ ซึ่งช่วงเวลาแห่งความประทับใจ สยามกีฬารายวันขอใช้พื้นที่ตรงนี้ย้อนกลับไปสัมผัสกับบรรยากาศการฉลองความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อคืนของวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา 


         15.00 น. ทีมข่าวสยามกีฬารายวัน เดินทางมาถึง บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ 15 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเกิด "น้องแต้ว" นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ท่ามกลางบรรยากาศน้องๆ งานวัดประจำปี ป้ายขนาดใหญ่ติดประชาสัมพันธ์ข้อความให้กำลังใจ พิมศิริ ศิริแก้ว ห่างจากถนนหลวง อ.มัญจาคีรี มุ่งหน้าไป อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ประมาณ 50 ม. บ้านสองชั้น ด้านบนเป็นไม้และด้านล่างเป็นปูน ด้านหน้าติดกับศาลเจ้าที่มีป้ายข้อความ "ศาลปู่เจ้าวาสนา" ถัดไปพื้นที่ประมาณเกือบ 1 ไร่ ติดกับโบสถ์วัดโพธิ์ทอง เป็นลานคอนกรีตติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ขนาด 5x4 ม. พร้อมเก้าอี้พลาสติกจำนวนมาก เต็นท์ 3 หลัง รถยนต์ถ่ายทอดสดเคลื่อนที่ของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ รถยนต์จอดอย่างเป็นระเบียบ ประชาชนจำนวนมาก รวมทั้งทัพผู้สื่อข่าวที่เดินขวักไขว่ไปมา


         16.00 น. คุณพ่อคำปุ่น ศิริแก้ว และ คุณแม่อมรรัตน์ ศิริแก้ว บิดาและมารดาของ "น้องแต้ว" ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก ถึงความรู้สึกที่กำลังใจจดใจจ่อรอเชียร์ลูกสาว พร้อมกับบอกเล่าถึงรายละเอียดการจัดกิจกรรม และไม่วายตอบคำถามสื่อมวลชนที่ซอกแซกถึงชีวิตวัยเด็กของ ด.ญ.พิมศิริ ศิริแก้ว และการเริ่มต้นเข้าสู่วงการกีฬาของสาวน้อยจากเมืองหมอแคน 


         16.30 น. ชาวบ้านเขวา ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี และญาติสนิทจากสารทิศใกล้ เริ่มทยอยเดินทางมายังบ้านของ "น้องแต้ว" ต่างตะโกนเปล่งเสียงเชียร์ "น้องแต้ว สู้ สู้..." โดยแต่ละคนจะได้รับแจกเสื้อสีแดงที่เจ้าภาพเตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งคุณแม่อมรรัตน์ยืนยันว่า ไม่มีนัยทางการเมือง แต่สีแดงเป็นสีที่ "เจ้าปู่วาสนา" ซึ่งเป็นศาลที่ชาวบ้านเขวาเคารพสักการะกราบไหว้มาตลอดร่วมสองอายุคนชื่นชอบเป็นพิเศษ ดังนั้นไม่แปลกที่จะเห็นบริเวณศาลมีโทนสีแดงประดับประดา เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับศาลเจ้าปู่วาสนา ที่ว่ากันว่า "น้องแต้ว" มักจะขอพรจากศาลแห่งนี้เสมอ ทุกครั้งที่เธอเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศ หรือรายการใหญ่ในประเทศ


         17.00 น. "น้องแต้ว" ส่งข้อความผ่านโปรแกรม "ไลน์" สื่อออนไลน์ทั่วโลกทางโทรศัพท์มือถือของเพื่อนนักกีฬายกน้ำหนักที่อยู่จังหวัดชลบุรี ก่อนที่เพื่อนจะโทรศัพท์มาบอกคุณแม่ของ "น้องแต้ว" ว่ามีข้อความ "สุขสันต์วันเกิดนะคะคุณแม่" จากลอนดอน เพื่ออวยพรวันเกิดให้กับ คุณแม่อมรรัตน์ ศิริแก้ว มารดาผู้บังเกิดเกล้า ในวัย 48 ปี สร้างความปลาบปลื้มให้กับแม่เป็นอย่างมาก นั่นเป็นการสื่อสารครั้งสุดท้ายและในช่วงหลายวันก่อนแข่งขัน เนื่องจากทางสมาคมยกน้ำหนักฯ มีกฎไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะที่อยู่ลอนดอน ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในเวลา 21.30 น.


         18.00 น. "ฝน" ที่เจ้าภาพไม่อยากให้กระหน่ำลงมา พร้อมกับแก้เคล็ดตามความเชื่อด้วยการปักตะไคร้และเซ่นด้วยเหล้าขาวไปแล้ว ก็โปรยปรายลงมาร่วม 10 นาที แต่เป็นแค่ "สายฝน" ไม่ใช่ "พายุฝน" จึงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับกองเชียร์ร่วม 300 ชีวิต ที่เดินทางมารอก่อนหน้านี้ เพียงแค่อาศัยร่มจากเต็นท์และหลังคาบ้านหลบฝน ประมาณ 30 นาที ฝนก็หยุดตกสนิท ทำให้กองเชียร์และเจ้าภาพใจชื้นขึ้นมาทันที ขณะที่กิจกรรมเปิดวีดิทัศน์ชีวประวัติของน้องแต้วก็เริ่มขึ้น ท่ามกลางความสนใจของน้องๆ เยาวชนที่มาเชียร์จำนวนมาก


         19.00 น. อาหารและเครื่องดื่มที่ผู้สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น อบต.กุดเค้า, เทศบาลตำบลกุดเค้า, อ.มัญจาคีรี, จ.ขอนแก่น, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ขอนแก่น และ รพ.พระยืน ได้เตรียมมาเลี้ยงและบริการกองเชียร์ ก็เป็นมื้อค่ำที่แสนอร่อย อาทิ ขนมจีนน้ำยา, แกง, ข้าว, กระเพาะปลา, ขนมหวาน, กาแฟ, น้ำอัดลม ฯลฯ 


         20.00 น. กองเชียร์เริ่มหนาตา ประชาชนประมาณร่วม 1,000 ชีวิต ทยอยเดินทางมาร่วมเชียร์และให้กำลังใจ บางคนหอบลูกหิ้วหลาน โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านเขวา ซึ่งเป็นสถานศึกษาของน้องแต้ว ที่เรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา 1-6 มีนักเรียนและครูเดินทางมาร่วมเชียร์ โดยสวมเสื้อสีขาว ใช้ผ้าคาดศีรษะมีข้อความว่า "พี่แต้ว สู้ สู้..." พร้อมกับตีกลองและแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อเชียร์ศิษย์เก่าร่วมโรงเรียนโดยเฉพาะ


         21.45 น. เวลาที่ทุกคนรอคอยได้มาถึง มาพร้อมกับสายฝนที่เริ่มโปรยลงมาอีกระลอก พร้อมกับลมหนาวที่เริ่มทำให้อากาศเย็นขึ้น แต่กองเชียร์ก็ยังปักหลักกางร่มหลากสีเพื่อร่วมเชียร์ให้กำลังใจไม่ไปไหน ขณะที่น้องแต้วเริ่มต้นด้วยท่าสแนตช์ ยกผ่านที่ 100 กก. แม้จะสร้างความผิดหวังนิดๆ สำหรับกองเชียร์ แต่ทุกคนก็ยังมั่นใจว่าน้องแต้วจะกลับมาทำได้ดีในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก


         22.30 น. ระหว่างที่รอนักกีฬาพัก 15 นาที โซฟาด้านหน้าจอไม่มีคุณแม่อมรรัตน์ สอบถามญาติสนิทจึงทราบว่าคุณแม่น้องแต้วได้พาตัวเองไปนั่งบนบานศาลกล่าวอีกครั้งที่ศาลเจ้าปู่วาสนา ทั้งที่ลูกสาวกำลังขึ้นยกในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ขณะที่คุณพ่อคำปุ่นเริ่มใจระทึกเมื่อผลการยก 2 ครั้งผ่านไป ทราบเป็นที่แน่นอนแล้วว่าลูกสาวของตนเองคว้าเหรียญเงินเป็นที่แน่นอนแล้ว แม้จะเหลือการยกอีกครั้งก็ตาม 


         23.00 น. สื่อมวลชนรุมสัมภาษณ์คุณพ่อคำปั่น ขณะที่คุณแม่อมรรัตน์ยังง่วนอยู่กับการนั่งภาวนาให้ลูกสาวคว้าเหรียญรางวัลให้ได้ ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งด้วยการฉลองความสำเร็จพร้อมน้ำตา โดยในมือของคุณแม่อมรรัตน์ถือแอมโมเนียสูดดมเข้าจมูกตลอดเวลา เนื่องจากลุ้นลูกสาวจนกระทั่งจะเป็นลมก็ว่าได้


         23.30 น. ร่วม 30 นาทีที่บรรยากาศฉลองความสำเร็จดำเนินไปอย่างสนุกสนาน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะไชโยโห่ร้อง เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นต่อสายมาถึงนายอำเภอ เพื่อแสดงความยินดีกับครอบครัวของ "ศิริแก้ว" 


         23.55 น. "น้องแต้ว" โทรศัพท์ทางไกลมาคุยกับแม่ของตนเอง หลังจากรับเหรียญรางวัลโดยบอกกับแม่ว่าเหรียญเงินเหรียญนี้เป็นของขวัญวันเกิดให้คุณแม่ ซึ่งเกิดในวันที่ 30 ก.ค. และกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่จะหอมแก้มสักฟอด ขณะที่คุณแม่อมรรัตน์ถามต่อว่า อยากจะรับประทานอะไร แม่จะทำกับข้าวเอาไว้ให้ อีกทั้งยังบอกผู้สื่อข่าวว่าตนจะเตรียมของขวัญเอาไว้ให้เป็นแหวนทองสลักนามสกุล "ศิริแก้ว"  อีกด้วย


         00.25 น. คุณแม่อมรรัตน์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสยามกีฬาว่า ก่อนที่น้องแต้วจะเดินทางไปแข่งขัน ได้นอนฝัน 3 วันติด โดยวันแรกฝันว่า ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คืนที่สองฝันว่า มีงูเห่ามาแผ่แม่เบี้ยใส่ตนเอง แต่ไม่กลัว ยืนจังก้าสู้กับงูเห่า ก่อนที่เจ้างูพิษจะเลื้อยหายไปเอง จากนั้นในความฝันวันที่สามระหว่างที่นอนพักในช่วงกลางวัน มีเด็กชาย 3 คน ใช้ชื่อแทนตัวเองว่า เจ้าทอง เจ้าเงิน เจ้าทองแดง นั่งเล่นอยู่ โดยตนได้เดินผ่านเจ้าทองแดงไป และจะเดินไปคุยกับเจ้าทอง แต่เจ้าเงินที่นั่งยิ้มให้กลับกระโดดมากอด ตนจึงเลือกกอดเจ้าเงิน นั่นอาจจะเป็นความฝันที่กลายเป็นเรื่องจริงในปัจจุบันนี้ 


         00.45 น. ทีมข่าวได้รับการยืนยันจากคุณแม่อมรรัตน์ว่า จะทำการบวชชีพราหมณ์ 9 วัน หลังจากที่บนเอาไว้กับศาลปู่เจ้าวาสนา ขณะที่คุณพ่อกล่าวว่า จะไปว่าจ้างหนังกลางแปลงเพื่อมาฉายแก้บน 3 วัน โดยจะเริ่มในวันอังคารที่ 7 สิงหาคมนี้   


         นาทีต่อนาทีกับความสำเร็จของ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ที่เปลี่ยนชีวิตของตนเองและครอบครัว จากอาชีพชาวนาและรับจ้างทั่วไป เงินรางวัลอัดฉีดที่ได้รับจากรัฐบาล รวมทั้งผู้สนับสนุนคำนวณกันเล่นๆ ปาเข้าไปกว่า 10 ล้าน เรียกได้ว่า "น้องแต้ว" กลับกลายเป็นเศรษฐีต่างจังหวัดไปแบบย่อมๆ เลยทีเดียว จากนี้ไปอยู่ที่การบริหารจัดการของครอบครัวว่าจะเดินไปในทิศทางใด แต่อย่างน้อยๆ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อครบวงจรแบรนด์ของประเทศและของโลก ก็จะผุดขึ้นที่ อ.มัญจาคีรี ตามความฝันของเธออย่างแน่นอน 


         หลังจากที่เหนื่อยล้ามาทั้งคืน ทีมข่าวสยามกีฬาได้ลาคุณแม่และคุณพ่อเพื่อไปพักผ่อน แต่สุดท้ายคุณแม่อมรรัตน์ก็ได้แนะนำให้ทีมข่าวได้ไปกราบไหว้ "ศาลเจ้าคุณปู่วาสนา" เพื่อขอพร ก่อนที่ทุกคนจะเข้าไปกราบไหว้เพื่อเชื่อว่าเป็นสถานที่สักการะของหมู่บ้าน พร้อมกับปักหลักพักที่ อ.มัญจาคีรี แล้วฝันดีกันตลอดทั้งคืน
















Share :

Comment :