แม่น้องแต้วสุดปลื้มเตรียมบวชพราหมณ์แก้บน
หลังจากที่ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว คว้าเหรียญเงินโอลิมปิกจากยกน้ำหนักได้สำเร็จ นาย คำปุ่น ศิริแก้ว คุณพ่อของ "น้องแต้ว" เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่สุด เนื่องจากเป็นเหรียญรางวัลเหรียญแรกของนักกีฬาไทย และต้องขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมให้กำลังใจน้องแต้วตลอดการแข่งขัน โดยจะมีการแก้บนหลวงปู่วาสนา ในวันที่ 1 ก.ย. นี้
ส่วนตนเองรู้สึกพอใจกับเหรียญเงิน ลูกสาวทำดีที่สุดแล้ว ขณะที่คุณแม่อมรรัตน์ กล่าวพร้อมกับหลั่งน้ำตาและดมยาดมไปด้วยว่า เป็นของขวัญวันเกิดที่ลูกเคยพูดเอาไว้ และเป็นของขวัญที่สำคัญ มีค่าที่สุดของตนเอง เนื่องจากเป็นความสำเร็จของลูก โดยก่อนลูกสาวกลับบ้านจะเตรียมแหวนทองสลักนามสกุล "ศิริแก้ว" เอาไว้เป็นของขวัญให้ลูก และตนจะบวชชีพราหมณ์ เป็นเวลา 9 วัน เพื่อเป็นการแก้บนที่วัดโพธิ์ทอง ติดกับบ้านของตนเองอีกด้วย
คุณพ่อฮีโร่สาวไทยคนใหม่ ยังยืนยันว่า ตนพร้อมด้วยภรรยา และพี่ชายของน้องแต้ว พงศกร ศิริแก้ว จะเดินทางไปรับลูกสาวที่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่างแน่นอน ซึ่งต้องขอดูกำหนดการของทางสมาคมกีฬายกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ก่อนว่า จะกำหนดวันและเวลา จัดขบวนแห่ต้อนรับลูกสาว โดยเตรียมขบวนกลองยาวชื่อดังของขอนแก่น เพื่อไปรับลูกสาว และจะจัดแห่เพื่อฉลองจาก อ.มัญจาคีรี มาถึงบ้านปัจจุบันที่จัดงาน
ด้าน นายเฉลิมชัย ชะละธาร นายอำเภอมัญจาคีรี กล่าวว่า หลังจากการแข่งขันจบลงตนได้รับสายจาก นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น โดยท่านผู้ว่าฯ ได้แสดงความยินดีกับ นายคำปุ่น และครอบครัว และรับปากว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองให้อย่างสมเกียรติแน่นอน
ขณะเดียวกัน นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ตนเตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดและดำเนินการระดมทุนเพื่อหาเงินรางวัลและทองคำมอบให้กับ "น้องแต้ว" เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้อำเภอและจังหวัด แต่เบื้องต้นจะต้องขอปรึกษาทางจังหวัดก่อน
หลังจากคว้าเหรียญเงินมาคล้องคอได้ประมาณ 30 นาที "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว ได้โทรศัพท์มาหาแม่ ซึ่งกำลังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอยู่ โดยแม่ของน้องแต้วได้รับโทรศัพท์ และเปิดลำโพงให้กับผู้สื่อข่าวได้ฟัง ซึ่ง น้องแต้ว ได้บอกแม่ว่า ตื่นเต้นมาก และหายเหนื่อยแล้ว
ตอนนี้เหมือนยกภูเขาออกจากอกไม่เครียดเหมือนก่อนแข่งขันแล้ว ตอนนี้ทำได้แล้วและอยากมอบเหรียญเงินเหรียญนี้ให้กับแม่ เนื่องในวันเกิด โดยกลับมาถึงบ้านจะหอมแก้มแม่ทันที ท่ามกลางความยินดีและรอยยิ้มของผู้สื่อข่าวที่รอฟังเสียงสัมภาษณ์
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสอบถามเกี่ยวเงินอัดฉีดที่ "น้องแต้ว" จะได้รับจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท และจากผู้สนับสนุนอีกหลายราย ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ในเรื่องนี้ คุณแม่อมรรัตน์ กล่าวว่า เรื่องเงินตนไม่ได้คิดว่าจะต้องจัดการให้ลูกสาว
อยู่ที่การตัดสินใจของน้องแต้วจะจัดการและวางแผนอย่างไร ส่วนตนแล้วอยากให้ลูกมีธุรกิจส่วนตัว เพื่อต่อยอด ขณะที่พ่อกับแม่ยังไม่เลิกอาชีพขายเฟอร์นิเจอร์ และจะทำต่อไปอย่างแน่นอน
ขณะที่บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ 15 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ยังคงคึกคักตลอดทั้งวัน โดยตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา มีญาติสนิท ประชาชนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงเดินทางมาแสดงความยินดีและให้กำลังใจตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น
โดยมีนายคำปุ่น-นางอมรรัตน์ ศิริแก้ว พ่อและแม่ของ ''น้องแต้ว'' ให้การต้อนรับ เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ และภูมิภาคไปร่วมรายงานข่าวและสัมภาษณ์ความรู้สึกของครอบครัว ''ศิริแก้ว'' โดยเจ้าบ้านได้จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อรองรับผู้คนที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี
ขณะเดียวนายเฉลิมชัย ชะละธาร นายอำเภอมัญจาคีรี เปิดเผยว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้รับทราบรายงานจากตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเบื้องต้นได้เรียนถึงกรณีที่จะมีการจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อฉลองชัยให้กับ ''น้องแต้ว''
โดยพ่อเมืองหมอแคนรับปากว่าจะมีงานเลี้ยงจัดให้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันตนก็ได้เตรียมประสานงานกับทางภาครัฐภายในอำเภอและเอกชน ตลอดทั้งพ่อค้าแม่ขายจากห้างร้านต่างๆ ที่ต้องการจะให้กำลังใจน้องแต้ว ร่วมกันสนับสนุนเงินรางวัล และสร้อยคอทองคำ
ที่จะมอบให้กับฮีโร่ของชาวมัญจาคีรี ระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับที่จะมีขึ้น ซึ่งต้องรอทราบกำหนดการของทางสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ก่อน จึงจะสามารถกำหนดได้ว่าจะจัดงานวันไหน ทั้งนี้สถานที่จัดงานจะจัดขึ้นที่ลานวัดโพธิ์ทอง ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับกิจกรรมเชียร์ให้กำลังใจเมื่อคืนที่ผ่านมา
ด้านนายชาญชัย หมื่นศรีจูม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขวา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ ''น้องแต้ว'' เคยศึกษาอยู่ในชั้นประถมปีที่ 1-6 ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้เตรียมประชุมร่วมกับคณะครูและกรรมการโรงเรียนเพื่อเตรียมจัดตั้งห้องเกียรติยศให้กับ ''พิมศิริ ศิริแก้ว''
ในฐานะศิษย์เก่าของโรงเรียนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและชาวมัญจาคีรี โดยจะตั้งชื่อห้องเกียรติยศว่า ''ห้องพิมศิริ'' โดยนำประวัติของ ''น้องแต้ว'' พร้อมด้วยรูปภาพต่างๆ และเหรียญรางวัลที่จะขอความอนุเคราะห์จากเจ้าตัวมาจัดแสดงเพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจแก่นักเรียนและน้องๆ รุ่นหลัง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมกันนั้นในวันที่น้องแต้วกลับบ้านจะเชิญเจ้าตัวมาเปิดห้องเกียรติยศแห่งนี้ด้วย
นอกจากนั้นนางอมรรัตน์ ศิริแก้ว มารดาของ พิมศิริ ศิริแก้ว ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเดินทางไปแข่งขันลูกสาวได้ฝัน 3 วันติด โดยคืนแรกฝันว่าได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพฯ คืนที่สองฝันว่าเจองูเห่าแผ่แม่เบี้ยใส่ แต่เจ้าตัวไม่กลัวและยืนประจันหน้ากับงูกระทั่งเลื้อยหายไป
ส่วนวันที่สามฝันขณะที่นอนพักผ่อนตอนกลางวัน ว่ามีเด็กสามคนชื่อ เจ้าทอง เจ้าเงิน เจ้าทองแดง นั่งอยู่ ตนได้เดินผ่านทองแดงไป โดยเจ้าเงินได้ยิ้มให้ตนเองกระโดดกอด ขณะที่ตนอยากเดินไปหาเจ้าทอง แต่เจ้าเงินไม่ให้ไปก็เลยต้องกอดเจ้าเงินเอาไว้ โดยเรื่องนี้ตนและลูกสาวรู้กันสองคนก่อนที่จะเดินทางไปแข่งขัน เป็นความลับไม่ได้เล่าให้พ่อฟังแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อว่าความฝันของลูกสาวได้กลายเป็นความจริง หลังจากที่บนบานศาลเจ้าคุณปู่วาสนาเอาไว้
