ชาวมัญจาคีรีแห่เชียร์ น้องแต้ว พิมศิริ ศิริแก้ว
เสียงสะท้อน'กีฬา''ดัชนีชี้'ความสุข''ของคนไทย
แฟนกีฬาชาวไทยยังจำได้ดี "ขอนแก่น" เมืองฮีโร่ สร้างวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ "โม้อมตะ" สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ที่สร้างปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแรกให้กับวงการกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปี 1996 ณ เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา และ "เจ้าบาส" สมรักษ์ คำสิงห์ เลือดเนื้อเชื้อไขเมืองหมอแคนก็กลายเป็นฮีโร่ของเยาวชนไทยมาถึงปัจจุบัน
"น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว นักยกน้ำหนักสาวทีมชาติไทย เป็นอีกหนึ่งนักกีฬาชาวเมือง "หมอแคน" ที่สร้างกระแสให้กลับคืนมาอีกครั้ง การตัดสินใจของสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ส่งชื่อของ "พิมศิริ ศิริแก้ว" เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหนนี้ เป็นอีกปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตัวให้กับชาวขอนแก่นได้อย่างชัดเจน
บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ 15 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น บ้านของ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว คึกคักไม่แพ้บ้านเกิดของนักกีฬาทีมชาติไทยรายอื่นๆ ที่ลงแข่งขัน จัดกิจกรรมร่วมส่งแรงใจไปลอนดอน ชาว ต.กุดเค้า ตลอดทั้งชาว อ.มัญจาคีรี เดินทางมาให้กำลังใจจอมพลังสาวไทยตั้งแต่ 16.00 น. แม้ว่าการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในช่วง 21.00 น. ของคืนวันดังกล่าวก็ตาม
ผู้สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมครั้งนี้อย่าง จ.ขอนแก่น, อ.มัญจาคีรี, อบต.กุดเค้า ร่วมขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์หน้าบ้าน และตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เข้าเขต อ.ชนบท ได้เห็นรูปของ "น้องแต้ว" ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ข้างทาง ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ อ.มัญจาคีรี และทีมข่าวก็ต้องร้อง "อู้หู" อีกครั้ง เมื่อกิจกรรมส่งกำลังใจเชียร์น้องแต้ว ณ อ.มัญจาคีรีแห่งนี้ ไม่แพ้งานวัดขนาดย่อมที่จัดขึ้นทั่วไปเลยทีเดียว
อาหารการกินไม่ว่าจะเป็นขนมจีนสไตล์อีสาน กับข้าว แกง ของหวาน เครื่องดื่มต่างๆ ถูกจัดวางใต้ถุนบ้าน บริการทั้งผู้สื่อข่าวและชาวบ้านที่เดินทางมารอให้กำลังใจตั้งแต่หัวค่ำ ขณะที่อีกจุดซึ่งเป็นลานวัดโพธิ์ทอง ติดกับหน้าบ้านของนักยกเหล็กสาวไทย ติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ เสมือนจอฉายภาพยนตร์ขนาดย่อส่วน ขนาด 5x4 ม. ด้านหน้ามีเก้าอี้พลาสติกหลายร้อยตัว รอบนอกรายล้อมไปด้วยเต็นท์ และรถยนต์ถ่ายทอดสด พร้อมกับรถยนต์ของทัพนักข่าวทั่วประเทศ ด้วยความหวังที่จะได้รายงานข่าวเหรียญรางวัลเหรียญแรกของทัพนักกีฬาไทย หลังจากชวดไปแล้วหลายราย
ใกล้ๆ สถานที่จัดงาน หรือหน้าบ้านของน้องแต้ว เป็นที่ตั้งของ "ศาลเจ้าคุณปู่วาสนา" ศาลศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน ต.กุดเค้า ให้การสักการะ กราบไหว้ขอพร เพราะเชื่อว่าศาลแห่งนี้นำโชค และบันดาลให้ประสบความสำเร็จให้กับชาวบ้านที่ไปบนบานสานกล่าวเอาไว้
เช่นเดียวกับ "น้องแต้ว" ทุกครั้งที่เธอเดินทางไปแข่งขันกีฬาทั้งในและต่างประเทศ สถานที่แห่งนี้คือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของสาวเมืองมัญจาคีรี ทำให้เกิดศรัทธาในสิ่งที่กำลังจะทำ โดยศาลแห่งนี้ตั้งขึ้นก่อนที่ "น้องแต้ว" จะลืมตาขึ้นมาดูโลกด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกใจที่ชาวบ้านกุดเค้าให้ความเคารพ ด้วยการสักการะและแก้บนด้วยสิ่งของที่เป็นสีแดง
ว่ากันว่า "เจ้าปู่วาสนา" ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ยิ่งนัก ดังนั้นสิ่งของที่จะมาแก้บนครั้งนี้ "พ่อคำปุ่น" และ "แม่อมรรัตน์" จึงบนเอาไว้ว่า หากลูกสาวคว้าเหรียญรางวัลมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญใดก็ตาม จะทำการแก้บนด้วยการจ้างภาพยนตร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หนังกลางแปลง" มาฉาย เพื่อให้หลวงปู่วาสนาได้รับชม
ขณะเดียวกันต้องบอกว่าชาวบ้าน อ.มัญจาคีรี ไม่ว่าจะรู้จักกันหรือไม่รู้จัก ต่างก็ทยอยเข้ามาให้กำลังใจคึกคัก งานนี้มีมากกว่า 500 คนขึ้นไป ซึ่งการรวมตัวเพื่อให้กำลังใจสาวไทยหนนี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาไทย อย่างน้อยจะได้เห็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แม้ว่าจะไม่ใช่ลูกหลานของตนเอง แต่ทุกคนก็พร้อมใจสวมเสื้อเชียร์ โพกศีรษะด้วยผ้ามีข้อความให้กำลังใจ "น้องแต้ว" ในฐานะที่เธอเป็นสายเลือดของชาวมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาพของประชาชนรากหญ้าเหล่านี้ที่ถูกตีแผ่ ผ่านสื่อต่างๆ สะท้อนสังคมและเป็นเครื่องบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า กีฬาคือดัชนีชี้วัดความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง
แฟนกีฬาชาวไทยยังจำได้ดี "ขอนแก่น" เมืองฮีโร่ สร้างวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ "โม้อมตะ" สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ที่สร้างปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแรกให้กับวงการกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ปี 1996 ณ เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา และ "เจ้าบาส" สมรักษ์ คำสิงห์ เลือดเนื้อเชื้อไขเมืองหมอแคนก็กลายเป็นฮีโร่ของเยาวชนไทยมาถึงปัจจุบัน
"น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว นักยกน้ำหนักสาวทีมชาติไทย เป็นอีกหนึ่งนักกีฬาชาวเมือง "หมอแคน" ที่สร้างกระแสให้กลับคืนมาอีกครั้ง การตัดสินใจของสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ส่งชื่อของ "พิมศิริ ศิริแก้ว" เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหนนี้ เป็นอีกปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตัวให้กับชาวขอนแก่นได้อย่างชัดเจน
บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ 15 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น บ้านของ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว คึกคักไม่แพ้บ้านเกิดของนักกีฬาทีมชาติไทยรายอื่นๆ ที่ลงแข่งขัน จัดกิจกรรมร่วมส่งแรงใจไปลอนดอน ชาว ต.กุดเค้า ตลอดทั้งชาว อ.มัญจาคีรี เดินทางมาให้กำลังใจจอมพลังสาวไทยตั้งแต่ 16.00 น. แม้ว่าการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในช่วง 21.00 น. ของคืนวันดังกล่าวก็ตาม
ผู้สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมครั้งนี้อย่าง จ.ขอนแก่น, อ.มัญจาคีรี, อบต.กุดเค้า ร่วมขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์หน้าบ้าน และตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เข้าเขต อ.ชนบท ได้เห็นรูปของ "น้องแต้ว" ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ข้างทาง ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ อ.มัญจาคีรี และทีมข่าวก็ต้องร้อง "อู้หู" อีกครั้ง เมื่อกิจกรรมส่งกำลังใจเชียร์น้องแต้ว ณ อ.มัญจาคีรีแห่งนี้ ไม่แพ้งานวัดขนาดย่อมที่จัดขึ้นทั่วไปเลยทีเดียว
อาหารการกินไม่ว่าจะเป็นขนมจีนสไตล์อีสาน กับข้าว แกง ของหวาน เครื่องดื่มต่างๆ ถูกจัดวางใต้ถุนบ้าน บริการทั้งผู้สื่อข่าวและชาวบ้านที่เดินทางมารอให้กำลังใจตั้งแต่หัวค่ำ ขณะที่อีกจุดซึ่งเป็นลานวัดโพธิ์ทอง ติดกับหน้าบ้านของนักยกเหล็กสาวไทย ติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ เสมือนจอฉายภาพยนตร์ขนาดย่อส่วน ขนาด 5x4 ม. ด้านหน้ามีเก้าอี้พลาสติกหลายร้อยตัว รอบนอกรายล้อมไปด้วยเต็นท์ และรถยนต์ถ่ายทอดสด พร้อมกับรถยนต์ของทัพนักข่าวทั่วประเทศ ด้วยความหวังที่จะได้รายงานข่าวเหรียญรางวัลเหรียญแรกของทัพนักกีฬาไทย หลังจากชวดไปแล้วหลายราย
ใกล้ๆ สถานที่จัดงาน หรือหน้าบ้านของน้องแต้ว เป็นที่ตั้งของ "ศาลเจ้าคุณปู่วาสนา" ศาลศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน ต.กุดเค้า ให้การสักการะ กราบไหว้ขอพร เพราะเชื่อว่าศาลแห่งนี้นำโชค และบันดาลให้ประสบความสำเร็จให้กับชาวบ้านที่ไปบนบานสานกล่าวเอาไว้
เช่นเดียวกับ "น้องแต้ว" ทุกครั้งที่เธอเดินทางไปแข่งขันกีฬาทั้งในและต่างประเทศ สถานที่แห่งนี้คือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของสาวเมืองมัญจาคีรี ทำให้เกิดศรัทธาในสิ่งที่กำลังจะทำ โดยศาลแห่งนี้ตั้งขึ้นก่อนที่ "น้องแต้ว" จะลืมตาขึ้นมาดูโลกด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกใจที่ชาวบ้านกุดเค้าให้ความเคารพ ด้วยการสักการะและแก้บนด้วยสิ่งของที่เป็นสีแดง
ว่ากันว่า "เจ้าปู่วาสนา" ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ยิ่งนัก ดังนั้นสิ่งของที่จะมาแก้บนครั้งนี้ "พ่อคำปุ่น" และ "แม่อมรรัตน์" จึงบนเอาไว้ว่า หากลูกสาวคว้าเหรียญรางวัลมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญใดก็ตาม จะทำการแก้บนด้วยการจ้างภาพยนตร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หนังกลางแปลง" มาฉาย เพื่อให้หลวงปู่วาสนาได้รับชม
ขณะเดียวกันต้องบอกว่าชาวบ้าน อ.มัญจาคีรี ไม่ว่าจะรู้จักกันหรือไม่รู้จัก ต่างก็ทยอยเข้ามาให้กำลังใจคึกคัก งานนี้มีมากกว่า 500 คนขึ้นไป ซึ่งการรวมตัวเพื่อให้กำลังใจสาวไทยหนนี้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาไทย อย่างน้อยจะได้เห็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แม้ว่าจะไม่ใช่ลูกหลานของตนเอง แต่ทุกคนก็พร้อมใจสวมเสื้อเชียร์ โพกศีรษะด้วยผ้ามีข้อความให้กำลังใจ "น้องแต้ว" ในฐานะที่เธอเป็นสายเลือดของชาวมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาพของประชาชนรากหญ้าเหล่านี้ที่ถูกตีแผ่ ผ่านสื่อต่างๆ สะท้อนสังคมและเป็นเครื่องบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า กีฬาคือดัชนีชี้วัดความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง




