กรีฑาไทยผ่านเพียง ตีโต้-วนิดา พร้อมลุยหาประสบการณ์บนเวที อลป.

โอลิมปิกเกมส์ กีฬาระดับโลก ที่คงจะไกลเกินสำหรับสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย
        เพราะแค่แต่ละครั้งกว่าจะสามารถพานักกีฬาควอลิฟาย ตามสถิติที่ทางสหพันธ์กรีฑานานาชาติตั้งขึ้น และยิ่งสูงขึ้นในแต่ละครั้งก็เพิ่มความยากในการล่าตั๋วให้กับนักกรีฑาไทยเป็นอย่างยิ่ง

        แม้ว่าสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย จะไม่มีหวังเรื่องการลุ้นเหรียญรางวัล เพราะส่วนใหญ่ก็จะตกเพียงแค่รอบแรกเท่านั้น แต่ในทุกครั้งก็จะมีนักกรีฑาสามารถควอลิฟายไปร่วมได้หลายรายการ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ปักกิ่งเกมส์ กรีฑาไทย สามารถควอลิฟาย ผ่านไปร่วมการแข่งขันได้ถึง 6 รายการเลย รวมทั้งสิ้น 16 ชีวิต ทีเดียว ประกอบด้วย  บัวบาน ผามั่ง (พุ่งแหลน), หนึ่งฤทัย ไชยเพชร (กระโดดสูง), วาสนา วินาโท (สัตกรีฑา), จุฑามาศ ถาวรเจริญ (วิ่ง 100 ม.), อรนุช กล่อมดี, สังวาลย์ จักษุนิล, นงนุช แสนราช, พัชรินทร์ จันแดง, จินตหรา เสียงดี (วิ่งผลัด 4x100 ม.), วัชระ สอนดี, สิทธิชัย สุวรประทีป, สมโภช สุวรรณรังษี, อภินันท์ สุขอภัย, ทวีศักดิ์ พูลทอง, ศิริโรจน์ ดาราสุริยงค์ (วิ่งผลัด 4x100 ม.)  ถือเป็นปีที่กรีฑาไทยสามารควอลิฟายได้ไปเยอะที่สุดเลยทีเดียว

        แต่มาปี 2012 ด้วย นักกีฬาชุดเก่าที่เลิกไปบ้างแล้ว รวมถึงทีมผลัด 4x100 ม.ชายและหญิง ที่ยังไม่ฟอร์มทีมเต็มร้อยเนื่องจากในชุดของผลัด 4x100 ม.หญิง ที่หลายคนต่างก็วาดหวังว่าจะสามารถควอลิฟายสถิติไปร่วมการแข่งขันที่โอลิมปิกเกมส์ได้ เพราะหลายปีให้หลังพวกเธอไม่ค่อยพลาด แต่มาครั้งนี้เนื่องจากหน้าที่การงาน บวกกับการหานักกีฬารุ่นใหม่เข้าเสริมทีม ทำให้ทีมผลัดชายและหญิง ไม่มีความพร้อมพอที่จะทำสถิติติดเป็น 1-16 ทีมของโลก ที่ผ่านเข้าร่วมลอนดอนเกมส์ได้สำเร็จ

        ทำให้ในครั้งนี้มีเพียง 2 หน่อจากประเภทลานของไทย ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2012 เริ่มจากคนแรก "วิ" วนิดา บุญวรรณ์ นักกระโดดสูงสาว ซึ่งเป็นนักกรีฑาคนแรกที่เป็นฮีโร่ คว้าตั๋วลุยโอลิมปิกเกมส์ได้เป็นคนแรก จากรายการ เอเชียนกรังด์ปรีซ์ ที่เมืองคุนชาน ประเทศจีน ในปี 2011  ซึ่งเธอทำได้ 1.92 ม. ผ่านในเกณฑ์ กลุ่ม บี ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมเป็น 1 ในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้
 



        หลังจากที่วนิดาสามารถคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ จากนั้นสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ก็ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะมีนักกรีฑาคนใดสามารถควอลิฟายเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะปี 2012 สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยนั้นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เอเชียนกรังด์ปรีซ์ ถึง 3 สนามเลยทีเดียว แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จ จะมีก็เพียงแค่ ปราโมทย์ พุ่มอุไร นักกระโดดสูงชายที่ทำสถิติเฉี่ยวการได้ไปเพียงนิดเดียว ซึ่ง ปราโมทย์ กระโดดได้ 2.26 ม. ขาดอีกเพียง 0.02 ซม. เขาก็จะได้เป็นนักกระโดดสูงชายคนแรกที่สามารถไปเหยียบเวทีโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ

        จนกระทั่งปลายเดือนมิถุนายน ไม่มีใครสามารถควอลิฟายเพิ่มเติมได้ทำให้ ทางเจ้าภาพให้สิทธิ์ไวลด์การ์ด 1 ใบให้กับสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยในประเภทชาย โดย "แฝดเล็ก" พล.ต.ต.ศุภวณัฏฐ์ อาริยะมงคล หัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติไทย  เลือกที่จะมอบโควตานี้ให้กับ "ตีโต้" ศุภนร ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา  ซึ่งเคยทำสถิติกระโดดไกลได้ถึง 8.04 ม. ขาดอีกเพียง 0.06 ม.เท่านั้น  ที่เขาจะคว้าตั๋วไปได้ ซึ่งสถิตินี้เขาทำได้เมื่อปี 2011 ที่ รายการเอเชียน กรังด์ปรีซ์ เช่นเดียวกัน

        นี่คือ 2 นักกรีฑาที่จะได้สิทธิ์ไปร่วมการแข่งขันบนเวทีโอลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้ และนี่ยังเป็นการร่วมเวทีโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกของทั้งคู่อีกด้วย

        วนิดากล่าวถึงการเดินทางไปร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2012 ครั้งนี้ว่า "ก็รู้สึกดีใจที่จะได้ไปร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ นี่เป็นครั้งแรกของวิ ความพร้อมเราก็พร้อมในส่วนของเรา เพราะไปในครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าสู้เขายาก แต่ก็อยากจะทำสถิติให้ดีที่สุด อยากจะทำให้ดีกว่า 1.92 ม. แต่ก็คงยากเพราะมันก็ไม่ได้โดดกันง่ายๆ  ตรงนี้ที่ไปก็เพื่อไปหาประสบการณ์ไปดูคนเก่งๆ ด้วย เราก็จะได้ศึกษาวิธีและเทคนิคจากเขาด้วย เพราะนี่เป็นเวทีโอลิมปิกเกมส์ก็จะมีนักกระโดดสูงจากระดับโลกมาร่วมอย่างมากมาย แต่สำหรับครั้งด้วยความที่เราเป็นนักกีฬาหญิงคนเดียวของกรีฑา ก็เหงาเหมือนกันที่จริงอยากให้ไปกันมากกว่านี้ แต่ก็ยังยินดีที่ตนสามารถคว้าตั๋วมาได้สำเร็จ ก็จะทำให้ดีที่สุด"

        ส่วนอีก 1 ประเภทซึ่งได้จากการไวลด์การ์ด "ตีโต้" ศุภนร ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา ซึ่งจะต้องลงทำการแข่งขันวันแรกของกรีฑา 3 ส.ค.  กล่าวถึงการได้ไวลด์การ์ดครั้งนี้ว่า "ก็ดีใจที่สักครั้งในชีวิตได้มีโอกาสไปเหยียบเวทีโอลิมปิก เกมส์ ซึ่งเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ แต่ใจก็อยากจะควอลิฟายสถิติไปให้ได้มากกว่า แต่เมื่อได้โอกาสแล้วก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด ไปก็หวังที่จะทำสถิติให้ดีที่สุด ตนเคยกระโดดได้ดีที่สุด 8.04 ม. และก็อยากจะทำให้ดีกว่านั้นในโอลิมปิกเกมส์ ก็จะพยายามโดดให้ได้ 8.00 ม.ขึ้นไปให้ได้ครับ"

        ด้าน "แฝดเล็ก" พล.ต.ต.ศุภวณัฏฐ์ อาริยะมงคล หัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาไทย กล่าวว่า "สำหรับครั้งนี้ในเวทีโอลิมปิกเกมส์ เราก็ต้องยอมรับว่าทัพกรีฑาไทยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะเมื่อครั้งก่อนเรามีจำนวนนักกีฬาควอลิฟายถึง 6 รายการ แต่ปีนี้มีเพียง 1 รายการที่ควอลิฟายได้ และได้ไวลด์การ์ดมา 1 ใบ ส่วนผลัด 4x100 ม.ชายและหญิงที่เคยเป็นความหวัง เราก็ไม่สามารถที่ฟอร์มทีมเพื่อทำสถิติทัน เนื่องจากติดในเรื่องของการทำงานของหลายคน และปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมาด้วย ทำให้เราต้องระเห็จหาที่ซ้อมกันใหม่ และภายในสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยก็ยังไม่เรียบร้อย ดังนั้นปีนี้ก็เลยต้องทำใจ ส่วนความหวังของเราอย่างที่บอกว่า กรีฑาเป็นประเภทกีฬาของสถิติ ก็ต้องยอมรับว่าในระดับโลกเราสู้เขาลำบาก แต่ในเวทีนี้ก็เพื่อให้เด็กได้ไปหาประสบการณ์ ได้ไปเจอกับคนเก่งๆ และได้ดูพวกเทคนิคของนักแข่งขันระดับโลกด้วย"

        แม้ว่าลอนดอนเกมส์ 2012  จะเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝันสำหรับนักกรีฑาของไทย แต่การที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์บนเวทีระดับโลกเช่นนี้

        เชื่อว่านักกรีฑาทั้ง 2 ของไทยจะได้ เรียนรู้เทคนิคระดับโลก กลับมาเป็นประโยชน์ให้กับตัวเองได้อีกมากทีเดียว
 




Share :

Comment :