คอลัมน์ : มุมสี่สิงห์ โดย.. นนท์นี่คุง

ผลข้างเคียง

19/04/2017 8:33:27 น.


     คงจะอิ่มหนำสำราญกับวันหยุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ไปฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยอย่างสงกรานต์กันแบบชุ่มปอด จะว่าไปประเทศเราก็ดีไม่น้อย เพราะมีหลายวันพักผ่อนในรอบ 1 ปี


        ยิ่งปีใหม่นั้นมีถึง 3 ครั้ง ก็คือ ปีใหม่แบบเคาต์ดาวน์ตามหลักสากล, ปีใหม่ของคนจีน หรือ "ตรุษจีน" รวมทั้งปีใหม่ไทยอย่าง "สงกรานต์" ซึ่งแต่ละวันล้วนแต่มีความหมายอย่างมาก อยู่ที่การบริหารจัดการว่าเราจะใช้วันหยุดเหล่านั้นมีค่ามากเพียงใด
 
        เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในการหยุดพักผ่อนแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเดินหน้ากันต่อในฐานะคนวัยทำงานอย่างเราๆ แน่นอนว่าถ้าเป็นวงการฟุตบอลไทย คงจะหนีไม่พ้นตำแหน่งกุนซือใหญ่ที่จะเข้ามารับงานต่อจาก "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในการกุมบังเหียน "ช้างศึก"

        หลายรายชื่อทั้งต่างชาติและคนไทย ที่กลายเป็นแคนดิเดตในการเข้ามารับงานชิ้นนี้ล้วนแต่มีความน่าสนใจต่อแฟนบอลอย่างยิ่ง แม้แต่บางคนยังถูกยกว่าน่าจะช่วยเข้ามาดึงศักยภาพแข้งไทยได้
 
        แต่ถ้าตัดกันจริงๆแล้ว ดูเหมือนว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย น่าจะยกเครื่องในการดึงแม่ทัพจากต่างแดนเข้ามากุมบังเหียน ซึ่งคาดกันในวงการของสื่อมวลชนแล้ว กุนซือชาวไทยคงมีเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากในการคุมทีมบ้านเกิดของตัวเอง
 
        และถ้าเจาะลึกกันลงไปอีก กุนซือนอกที่กระเด็นเป็นที่แน่นอนแล้ว คงจะหนีไม่พ้น "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ ที่ยื่นโปรไฟล์พร้อมกับรุดไปสอบสัมภาษณ์ด้วยตัวเองกับ "บิ๊กอ๊อด"พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการหวนกลับมาคุมทัพ "ช้างศึก" รอบสอง

        หมอนี่เคยทำงานให้กับทีมชาติไทยมาแล้วช่วงระหว่างปี 2011-13 นำทีมเข้าถึงรอบ 3 ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย แต่ก็ทำได้ดีแค่รอบนั้น แถมพ่วงด้วยการเป็นรองแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012
 
        ตามที่ได้ข่าวเจ้าตัวน่าจะยังไม่รู้ตัวว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะได้หมอนี่รีเทิร์นกลับมา แต่ก็ยังสร้างประเด็นให้กับตัวเอง ด้วยการเดินทางไปดูฟุตบอลไทยอย่างต่อเนื่อง แถมออกมาโพสต์โซเชียลของตัวเองว่าการเป็นโค้ชจะต้องไปชมยลฝีเท้าของนักเตะถึงขอบสนาม
 
        ผมว่าที่ "วินนี่" ออกมาโพสต์แบบนี้ ไม่ใช่มืออาชีพมากพอ เพราะผมมองว่าเขาต้องการที่จะตอกย้ำเฮดโค้ชทีมชาติไทย ชุดใหญ่ คนเก่าอย่าง "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แต่เขารู้หรือไม่ว่าทำไมเขาถึงไม่ได้งานในการกลับมาสยามประเทศครั้งนี้
 
        ก็เพราะว่านักเตะทีมชาติไทยหลายคนที่อยู่ในชุดใหญ่ปัจจุบันไม่มีความต้องการที่อยากจะได้หมอนี่กลับมากุมบังเหียน ประกอบกับเวลานี้ผู้ใหญ่ในสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รู้แล้วว่าด้านมืดของเฮดโค้ชชาวเยอรมันมีอะไรบ้าง แถมยัง "หน้าเลือด" ขนาดไหน
 
        ถ้าจะให้เหลาจริงๆ ชื่อของ "วินนี่" น่าจะหากินในเมืองไทยไม่ได้แล้วล่ะ ฉะนั้นคงจะต้องตัดเขาออกไปในเวลานี้เสียที
 
        ส่วน เคลาดิโอ รานิเอรี่ อดีตกุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ "บิ๊กอ๊อด" อยากได้เข้ามาคุมทีมชาติไทย ก็ติดอยู่เรื่องเดียวตรงที่ค่าเหนื่อยของเขาตกปีละ 200 ล้านกว่าบาท น่าจะทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถอยหลังออกมาจากการพูดคุย
 
        คราวนี้มาถึง มิโลวาน ราเยวัช อดีตกุนซือทีมชาติกานาชาวเซอร์เบียที่พาทีมเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งสามารถทะลุไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยมีแข้งอย่าง ไมเคิ่ล เอสเซียง, เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง, สเตฟาน อัปเปียห์, อซาโมอาห์ กียาน รวมทั้ง โดมินิค อาดิเยียห์ กองหน้าที่ค้าแข้งอยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในปัจจุบัน 
 
        ทว่าเมื่อลาออกจากกานาเขาได้ไปคุมชาติในเอเชียอย่าง กาตาร์ ในวันที่ 2 มี.ค. 2011 แต่อยู่ได้ถึงวันที่ 8 ส.ค. 2011 ก็ต้องลาจากตำแหน่งเมื่อทำทีมได้แค่ 3 นัด
 
        กระทั่งวันที่ 1 ก.ค. 2016 ได้เข้ารับงานกับทีมชาติแอลจีเรีย ทว่าทำได้ถึงวันที่ 11 ต.ค. 2016 ก็ต้องลงจากตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งนัดสุดท้ายที่คุม คือวันที่ 9 ต.ค. 2016 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนแอฟริกา พาทีมเปิดบ้านเสมอกับ แคเมอรูน 1-1
 
        อย่างไรก็ตามมีการเปิดเผยจากเว็บไซต์อย่าง www.myjoyonline.com ซึ่งลงไว้เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2016 หรือหลังจากที่ มิโลวาน ราเยวัช ลงจากการคุมทีมชาติแอลจีเรียได้ 1 วัน ซึ่งเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงว่า บรรดาแข้งดังที่นำโดย ริยาด มาห์เรซ เพลย์เมกเกอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ กับ อิสลาม สลิมานี่ ไม่ปลื้มกับหมอนี่เอาเสียเลย
 
        สาเหตุที่ขุนพลแอลจีเรียออกอาการไม่ปลื้ม มิโลวาน ราเยวัช เป็นเพราะการฝึกซ้อมและการจัดตัวผู้เล่นลงสนาม ก่อนที่จะมีการแจ้งไปยังสมาคมฟุตบอลแอลจีเรีย จึงเป็นสิ่งที่เชื่อกันว่าเขาทำทีมได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นก็ต้องลงจากตำแหน่งเสียแล้ว
 
        สิ่งที่ออกมาเขียนครั้งนี้ไม่ได้มีความต้องการดิสเครดิตใครทั้งสิ้น แต่หากทีมชาติไทยเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ผมในฐานะสื่อ "ฟุตบอลสยาม" ก็อยากจะเป็นกระบอกเสียงให้กับ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับทราบเหมือนกัน
 
        ถ้าได้คนดีมาก็เห็นด้วยครับ เราเดินหน้าด้วยกันต่อไป แต่ถ้าตรงกันข้ามขึ้นมาล่ะก็ งานนี้มีผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับทีมชาติไทยแน่นอน ทั้งเรื่องของรูปแบบการซ้อม, แท็กติกการเล่น และทัศนคติต่างๆ จากตัวโค้ชที่จะส่งไปถึงนักเตะทีมชาติไทย
    
        ใครจะกลายเป็นกุนซือต่างชาติคนที่ 12 ในการเป็นแม่ทัพ "ช้างศึก" ต่อจาก วินฟรีด เชเฟอร์, ไบรอัน ร็อบสัน, ปีเตอร์ รีด, ซิกกี เฮลด์, คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัลโย่, ปีเตอร์ วิธ, เดทมาร์ คราเมอร์, ปีเตอร์ สตัปป์, แวร์เนอร์ บิคเคลเฮาพ์ท, เพเทอร์ ชนิทเกอร์, กึนเทอร์ กลอมบ์ อันนี้ก็น่าสนใจ

        แต่ถ้ามาแล้วมันมีผลข้างเคียงที่ก่อให้เกิดการทำให้ทีมชาติไทยตกต่ำลงกว่าเดิม หรือไม่สามารถทำได้เหมือนที่พรีเซนต์ตัวเองเอาไว้ในโลกโซเชียล อันนี้แหละครับที่จะเป็นปัญหาในอนาคตที่เราต้องกลับมาแก้ไข แทนที่จะจับมือเดินหน้ากันต่อ


         นนท์นี่คุง
 

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นนท์นี่คุง

จำนวนเรื่อง : 209
All post :
All view : 569,246
คอลัมน์ มุมสี่สิงห์
เลิกเถอะครับ!
ขุนเขาตะวันตก
เลิกเถอะครับ!

View : 6,168 Post : 0
หรือปีทองของทีมเหนือ?
ทวนเหล็ก
หรือปีทองของทีมเหนือ?

View : 6,164 Post : 0
ลุ้นไปฝรั่งเศส
ทวนเหล็ก
ลุ้นไปฝรั่งเศส

View : 4,188 Post : 0
ถึงปธ.เอเอฟซี
อ๊อฟ อ๊อฟ
ถึงปธ.เอเอฟซี

View : 5,793 Post : 0
เก้าอี้ดนตรี
นนท์นี่คุง
เก้าอี้ดนตรี

View : 8,889 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263