คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. มอนตี้

ทางออกของเวนเกอร์?

18/04/2017 22:57:45 น.


     อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกๆ คนในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจัน่ทร์ที่ผ่านมา


        "เซอร์ไพรส์" ในที่นี้ไม่่ได้หมายถึง "ชัยชนะ" ทวงคืนอันดับ 6 ยุติสถิติเลวร้ายพ่ายนอกบ้านไว้ที่ 4 นัดติดต่อกัน ในเมื่อเทียบคุณภาพมาตรฐานแล้ว "ไม่ชนะ" ถึงชวนช็อกยิ่งกว่า!


        สิ่่งที่นายใหญ่ชาวฝรั่งเศสเรียกเสียงฮือฮานั้นคือแผนการเล่นในสนามต่างหาก


        เวนเกอร์ ติดตั้งระบบ 3-4-3 โดยวาง ร็อบ โฮลดิ้ง, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ และ กาเบรียล เปาลิสต้า เล่นเซนเตอร์แบ็กร่วมกันเพื่อหยุดยั้งพลังเกมรุกของ...เอ่อ ทีมอันดับรองบ๊วย


        กราบขวาวาง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อีกฟากเป็น นาโช่ มอนเรอัล ตรงกลาง อารอน แรมซี่ย์ จับคู่ กรานิต ชาคา โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ และ เมซุต โอซิล ผนึกกำลังสนับสนุน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์


        บวกกับได้ ปีเตอร์ เช็ก ฟิตคืนเฝ้าเสา เท่ากับว่า เวนเกอร์ ปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 6 รายจากแมตช์โดนคริสตัล พาเลซ บอมบ์ 3 ตุงเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว


        ชโคดราน มุสตาฟี่ คือหนึ่งเดียวที่หายไปเพราะอาการบาดเจ็บ นอกนั้นเข้าข่ายดร็อปตามแท็กติกทั้งในราย เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ, เอ็กตอร์ เบเยรีน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, ธีโอ วัลค็อตต์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค


        เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณลุงเลือดน้ำหอมจัดทีมปืนใหญ่ในแผนหลังสาม--เคยมีมาแล้วจากเกมเยือนดารืบี้ เคาน์ตี้ ช่วงท้ายซีซั่น 1996-97 


        อนึ่ง ในเกมดังกล่าว เวนเกอร์ ใช้ โทนี่ อดัมส์, สตีฟ โบลด์ และ มาร์ติน คีโอว์น ลงเล่นด้วยกัน โดยกัปตันผู้ถักดีโดนใบแดงตั้งแต่นาที 13 ทว่ายังบุกชนะด้วยสกอร์ 3-1


        เวนเกอร์ ชี้แจงแถลงไขเกี่ยวกับแผนปรับหลังสามในรอบ 2 ทศวรรษว่าเพื่อรับมือเกมฟุตบอลไดเร็กต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


        "ใช่ นี่คือครั้งแรกในรอบ 20 ปี นั่นมันแสดงให้เห็นว่าขนาดในวัยอย่างผมก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้"


        "ผมเกิดความรู้สึกว่าควรเพิ่มเสถียรภาพให้มากขึ้นในการเล่นบอลยาว เราเจอเกมไดเร็กต์ และถูกลงโทษกันมาแล้ว" 


        "มันอาจทำให้คู่แข่งได้บอลมากขึ้น แต่อย่าลืมเกมกับคริสตัล พาเลซ เราครองบอลตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์แล้วยังแพ้เลย"


        อย่างไรก็ตาม โทษฐานที่เป็นครั้งแรก สามประสานหลังบ้านปืนดูมีปัญหาในการปรับจูนเข้าระบบ ปล่อยให้แนวรุกโบโร่ปั่นป่วนสร้างอันตรายพอควรในช่วงครึ่งเวลาแรก


        แต่นั่นล่ะ...นี่คือมิดเดิ้ลสโบรช์ ทีมรองบ๊วยที่พกแนวรุก "ห่วยแตก" ที่สุดในลีก


        เตะไป 32 นัดเพิ่งยิงได้แค่ 23 น้อยกว่า โรเมลู ลุกากู (24) คนเดียวซะอีก!


        นับเฉพาะในรังริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ยิ่งหนัก เพิ่งส่องตาข่ายเพียง 12 เม็ดก่อนลงสนามรับมือทัพกันเนอร์ส--มิต้องสงสัยเลยว่าน้อยกว่าทุกสมาชิกร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก!


        ก็ขนาดครองเกมดูดีกว่ายังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รูปเกม 45 นาทีแรกเลยออกมาแบบน่าเบื่อจนกระทั่งอาคันตุกะจากนอร์ท ลอนดอน มาได้สกอร์ขึ้นนำเอาดื้อๆ


        จุดเกิดเหตุมาจากจังหวะฟาวล์หน้าเขตโทษโดยไม่จำเป็นที่ อดัม เคลย์ตัน ดับเครื่องชน กรานิต ชาคา แล้ว อเล็กซิส ซานเชซ ก็จัดการปั่นโค้งตุงตาข่ายสวยงาม


        หมดสิทธิ์ป้องกันสำหรับ แบรด กูซาน...ต่อให้มือหนึ่งอย่าง บิกตอร์ บัลเดส ไม่เจ็บลงเล่นได้ก็จนปัญญาเช่นกัน


        ผู้รับผิดชอบควรเป็น "กำแพง" ยืนนิ่งไม่ยอมกระโดดกดดัน อีกทั้งยังกระจุกกันไม่เป็นระเบียบ ขืนโดนปัดหรือชนเสา-คานกระดอนออกมาก็คงมิแคล้วเจอซ้ำดาบสองเข้าไปได้อยู่ดี


        กระนั้นการขาดประสบการณ์ความเข้าอกเข้าใจกันในระบบใหม่ได้ส่งผลในช่วงต้นครึ่งหลังเมื่อโดนตีเสมอโดยต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งวิงแบ็ก และเซนเตอร์


        ชอตดังกล่าว สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทะลุขึ้นมาทางขวาจากบอลสวนกลับก่อนครอสโค้งเข้าในให้ อัลบาโร่ เนเกรโด้ แหย่เท้าชาร์จตุงก้นตาข่าย


        เป็นประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของหอกตัวยืมจากบาเลนเซีย และมิต้องสืบเลย...เนเกรโด้ คนนี้นี่แหละคือตัวท็อปสกอร์ของทีมสิงห์แดง


        หลังสกอร์กลับมาเท่ากัน เกมก็เปิดแลกกันมากขึ้นจนกระทั่ง โอซิล ตะบันในเขตโทษเสียบมุมเสาแรกก่อนประคองตัวเป็นประตูชัยในบั้นปลาย


        แข้งสิงห์แดงมีลุ้นเสมอได้เช่นกัน โดยเฉพาะตอนท้ายเกมที่ อดาม่า ตราโอเร่ ตัวสำรองทรงผมขัดใจแม่ ทะลุมาดีถึงเขตโทษก่อนจังหวะสุดท้ายเงอะงะๆ จนโดนสกัดเสียโอกาสทองไปเอง


        หากเปลี่ยนเป็นนักเตะคนอื่น หรือทีมอื่นที่เฉียบขาดกว่านี้ มีหวังน้ำตาตกในอีกแน่ๆ!


        เลยยิ่งไม่แปลกใจเหตุใด โบโร่ถึงอาการโคม่ารอวันถอดเครื่องช่วยหายใจอย่างนี้


        พวกเขาคือสโมสรเดียวในฟุตบอลอาชีพผู้ดีที่ยังไม่ชนะเกมลีกในปฏิทินปี 2017


        ฟอร์มการเล่นดูกระเตื้องขึ้นมาบ้างนับจากแต่งตั้ง สตีฟ แอ็กนิว รับช่วงต่อ ไอตอร์ การานก้า เมื่อเดือนที่แล้ว...ไม่นับผลสกอร์บอร์ด เกมรับมือปืนใหญ่นับเป็นทรงบอลที่ดูดีที่สุดแล้วก็ว่าได้


        แต่สุดท้ายได้แค่นั้นก็ไม่ช่วยอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือชัยชนะเพื่อขยับพื้นที่หนีโซนอันตรายต่างหาก


        ถึงจุดนี้ โบโร่มีแค่ 24 แต้มขณะเหลือเพียง 6 เกมสุดท้าย เท่ากับว่าต้องชนะ 5 เสมอ 1 เพื่อสะสมแต้มถึง 40 ตามมาตรฐานทีมรอดตกชั้น


        แล้วไปดูโปรแกรมที่เหลืออยู่ รอเจอของแข็งทั้งแมนฯ ซิตี้ (เหย้า, อาทิตย์ 30 เม.ย.), เชลซี (เยือน, จันทร์ 8 พ.ค.) และลิเวอร์พูล (เยือน, นัดรูดม่าน อาทิตย์ 21 พ.ค.)


        จะรอดมั้ยล่ะครับ!


        กลับกันทางด้าน "กูนเนอร์ส" ได้พบบทสรุปเกมแบบหน่วงๆ จากทริปเยือนทีไซด์


        ไม่ถึงกับสุข ไม่ถึงกับเศร้าในเวลาเดียวกัน


        ยังไง 3 แต้มล่้ำค่าย่อมน่ายินดี ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจต่อทีม รักษาความหวังแย่งอันดับท็อปโฟร์ ซึ่งเวลานี่้ตามทีมเรือใบ 7 แต้มแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด


        ต่อเมื่อผลงานในสนามยังไม่อาจมอบอารมณ์อุ่นใจใดๆ ไร้ซึ่งสัญญาณที่ดีขึ้น


        เอาตัวรอดด้วยคุณภาพผู้เล่นที่ดีกว่าซะมากกว่า


        เกมรับถูไถไม่เสีย 3 ประตูนอกรังเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน หากแต่ลงลึกดูสถิติแล้วน่าเป็นห่วงอยู่ดี


        ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทั้ง กอสซิแอลนี่, กาเบรียล และ โฮลดิ้ง ต่างเข้าแท็กเกิลรวมกันเป็น "0" ตลอดช่วง 60 นาทีแรกของเกม


        ทางออกแท็กติกของ เวนเกอร์ ยังไม่ผ่านในแมตช์แรกที่ทำการทดลอง


        เรื่องละเอียดอ่อนในสนามทำนองนี้คงต้องใช้เวลาพิสูจน์ หากแต่เราเห็นตรงกันว่าแฟนๆ ปืนใหญ่ต้องการทางออกอีกรูปแบบมากกว่า...


"มอนตี้"
Facebook : Monty Fanpee

 

 

ภาษากาย

        นอกเหนือได้ฉลองชัยกลับบ้านยังมีอีกเรื่องให้น่ายินดีสำหรับชาวกูนเนอร์สจาก "ภาษากาย" ของ อเล็กซิส ซานเชซ


        ตลอดฤดูกาลที่ผ่านพ้นมา สตาร์ทีมชาติชิลีแสดงท่าทางไม่สบอารมณ์ในสถานการณ์ทีมอยู่เสมอ ท่ามกลางข่าวลือโยงใยเตรียมหาทางอำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในช่วงซัมเมอร์


        อย่างไรก็ดี ท่าทีดีใจหลังปั่้นฟรีคิกตุงตาข่ายได้บ่งบอกว่า อเล็กซิส ยังพอมีใจ พกอารมณ์ร่วมกับต้นสังกัด จากการเข้าสวมกอดแตะมือกับบรรดาทีมเมต


        มิเท่านั้นยังยิ้มแป้นแล้นหลังจบแมตช์ พร้อมเข้าไปเฉลิมฉลองกับกลุ่มแฟนบอลทีมเยือนอีกต่างหาก


        ภาษากายในครั้งนี่้้อาจไม่เพียงพอโน้มน้าวให้แฟนๆ อุ่นใจเรื่องย้ายทีมได้ ทว่าสำหรับ เวนเกอร์ ยังไงก็น่ายินดีที่ลูกทีมคนเก่่งทุ่มเทเค้นฟอร์มเพื่อทีมอยู่

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : มอนตี้

จำนวนเรื่อง : 127
All post :
All view : 1,118,307
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263