คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. บอ.บู๋

ชัยชนะของ ''ยูดาส''

18/04/2017 22:50:54 น.


     โทษฐานที่เคยเป็นเทพเจ้าแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน กุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ จึงถูกแฟนบอลบางจำพวกของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''


        "ยูดาส" (Judas) อันหมายถึง ยูดาส อิสคาริออต หนึ่งในอัครทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าใครคือพระเยซูจนส่งผลให้ท่านถูกจับไปตรึงบนไม้กางเขนนั่นแล 


        ฉะนั้น & ฉะนี้ 


        คำว่า "Judas" จึงแปลเป็นไทยได้ว่า "ไอ้คนทรยศ" 


        ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ เมื่อตอนกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นส่งเสียงโห่ไล่พลางร้องเพลงล้อเลียนอดีตผู้จัดการทีมของตัวเองที่บุกมาเยือนว่าเป็น "ยูดาส"


        หลังพ่ายศึกครั้งนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ - โชเซ่ มูรินโญ่ จึงส่งสารถึงกองเชียร์กลุ่มนั้นว่า...ก็ไอ้คนทรยศคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้ทีมของพวกมึงครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย! 


        อืมมมม...บางทีผมก็รู้สึก "พ่อไม่เข้าใจตุ้ม" อย่างรุนแรงกับแฟนบอลบางประเภทในยุคปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่โลกเน่าๆ ของเราถูกครอบงำด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันก่อกำเนิดแฟนบอลประเภทผ่าเหล่าที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "เกรียนคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลประเภทนี้มักจะเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่อง แตะต้องไม่ได้ โดนแซวไม่ได้ และแพ้ไม่เป็น แถมไม่มีอารมณ์ขันอีกต่างหาก 


        แน่นอนว่าแฟนบอลประเภทนี้สามารถพบได้อย่างชุกชุมอยู่ในโลกเสมือนจริงนี่แหละ


        บางทีกองเชียร์ของ เชลซี ประเภทนี้อาจเกิดไม่ทันในยุคแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กระชากความยิ่งใหญ่กลับมาให้ เชลซี อีกครั้งเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะรู้เรื่องอะไรก็ไม่ทราบ ทั้งที่ความจริงมันก็เพิ่งจะผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่


        พวกเขาถึงไม่รู้ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยทรยศ เชลซี 


        มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยซ้ำที่ทรยศ โชเซ่ มูรินโญ่


        ตอนวางตูดอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ กุนซือชาวขนมฝอยทองผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของสโมสร แม้จะต้องแลกมาด้วยความเกลียดชังก็ตาม 


        ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคือการถูก "หักหลัง" ถึง 2 ครั้ง 2 ครา


        ถ้าใครไม่เชื่อ เวลาเจอตัวเป็นๆ ของ "มูมู่" ก็ลองขอพี่แกดูแผ่นหลังได้เลยนะครับ หากพี่แกยอมเปิดให้ดู คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่บริเวณกลางหลังถึง 2 รู


        รูที่หนึ่ง - พี่แกถูกเจ้าของทีมชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่ผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อว่าสหภาพโซเวียตทิ่มแทง หลัง เชลซี สูญเสียความยิ่งใหญ่ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกเนรเทศออกจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมเงื่อนไขมากมาย เช่นห้ามรับงานผู้จัดการทีมทันที รวมถึงห้ามเป็นกุนซือให้ทีมอื่นในอังกฤษภายในเวลา 1 ปี 


        กระทั่งแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีจึงกลับมาจูบปากกันใหม่ คราวนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกครั้ง


        ทว่าเพียงฤดูกาลต่อมาที่กุนซือผู้โอหังถูกลูกทีมตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆ กะซวกเข้าที่กลางหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต         


        เท่านั้นไม่พอ ลูกทีมของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "เชนซอว์" (Chainsaw) จากมลรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนขาดสะบั้น ส่งผลให้พี่แกถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมเนรเทศออกจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2


        เมื่อไม่มีพันธะสัญญาใจใดๆ ต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านซาตาน หรือสโมสรไหนก็ได้โดยไม่ผิดกติกาและมารยาทมิใช่หรือ? 


        นอกจากนี้ เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่คู่รัก-คู่แค้น, คู่เวร-คู่กรรม หรือคู่บุญ-คู่บวชของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย


        ที่สำคัญคือในการเจอกัน 2 ครั้งแรกของฤดูกาลนี้ เชลซี ก็เป็นฝ่ายมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง


        มันไม่มีเหตุผลอันใดเลยนะครับที่แฟนบอล เชลซี บางจำพวกจะไปเรียกอดีตกุนซือทีมตัวเองว่า "ยูดาส"


        นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงชูสามนิ้วพลางเอากำปั้นขวาทุบไปบนหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองที่มีตราปีศาจสามง่ามประทับอยู่ ประหนึ่งต้องการบอก "แฟนเก่า" ของตัวเองว่า "ไอ้เชี่ย!...กูไปฆ่าพ่อมึงเหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ ประหนึ่งต้องการบอก "แฟนเก่า" ของตัวเองว่า "กูนี่แหละที่เสกให้ทีมของพวกมึงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย และตอนนี้กูคือปีศาจแดง"


        เข้าใจว่าพี่แกคงจะแค้นฝังหุ่นมากนะครับที่แพ้ทีมเก่าของตัวเอง 2 นัดติดต่อกัน - โดนไป 5 ดอกเน้นๆ โดยเอาคืนไม่ได้เลย แถมถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ทรยศอีก


        การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลจึงถือเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!


        มันจึงนำมาซึ่ง "สูตรพิเศษ" ที่กุนซือวัย 54 กะรัตผู้คั่งแค้นผู้นี้คิดค้นขึ้นมาเพื่อกำราบทีมเก่าของตัวเองโดยเฉพาะ


        นั่นคือระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2


        สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นเหมือนเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก - ขยับขึ้นไปคือผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน คอยทำหน้าที่ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้ากึ่งปีกของ เชลซี ในรูปแบบ "มึงไปไหน กูขอไปด้วยคนนะครับ"


        สำหรับ 4 ตรงกลาง ประกอบด้วยมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ขนาบข้างด้วยแบ็คกึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 คนใช้ผู้เล่นที่มีความคล่องแคล่วและรวดเร็วอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง


        กลยุทธคือให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้ากึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3


        นั่นเท่ากับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร จะถูกตัดออกจากเกมไปโดยปริยาย ขณะที่หัวหอกคนเดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ต้องเจอรุมกินโต๊ะจากทั้ง เอริก ไบยี่ และ มาร์กอส โรโฮ 


        มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน คอยทำลายจังหวะคู่แข่งและเชื่อมเกม 


        วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ทำหน้าที่ทั้งรุกและรับ 


        สำหรับกองหน้า 2 คน นอกจากจะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้และซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในแดนของคู่แข่ง


        เมื่อผู้เล่นปีศาจแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระเบียบวินัยบนความมุ่งมั่นและทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะจู่โจมอย่างฉาบฉวยให้น้อยจังหวะ


        ผลลัพธ์ที่ออกมา นอกจากจะกะซวกชัยอย่างสวยสดงดงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักครั้ง! 


        อันที่จริง "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษคอยลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะ


        รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นรองเจ้าถิ่นเลยด้วยซ้ำ กระทั่งแผนดันมาแตกเสียก่อน เพราะความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกจากสนามแบบไม่สมเหตุสมผล


        มันก็น่าคิดเหมือนกันนะครับว่าถ้าเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกเสียก่อน ผลจะออกมาอย่างไร?


        ในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติไม่ชนะ เชลซี อย่างยาวนานเอาไว้ที่ 12 นัด (นับตั้งแต่ปี 2012) ทว่ามันต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมหาศาล ซึ่งเดือนเมษายนผ่านไปแค่ครึ่งทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัด


        บางทีมันอาจส่งผลกระทบถึงเกมต่อไปก็ได้ใครจะไปรู้ ???


        อย่างไรก็ตาม 


        โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถชำระแค้นทีมเก่าที่เคยแทงตัวเองจากข้างหลังได้อย่างสาสม


        แถมชัยชนะของ "ยูดาส" ในนัดนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกลดลงเหลือแค่ 4 แต้มอีกต่างหาก


        กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส นะครับ เพราะพวกเขาเจอโปรแกรมที่เบากว่าเยอะ


        เพียงแต่อย่าพลาดมาแล้วกัน 


        ว่าแล้วก็แอบนึกถึงรอยยิ้มอ่อนอันแฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตของ "ยูดาส"

 

"บอ.บู๋"
Bbmeetyou@yahoo.com

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : บอ.บู๋

จำนวนเรื่อง : 467
All post : 5,177
All view : 4,658,821
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263