คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. เปาผี

มันก็แค่นัดหนึ่ง... ซึ่งไม่ธรรมดา!

17/04/2017 22:58:06 น.


     ก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นสังเวียนปะทะกับ เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า เสียงแฟนๆ ส่วนใหญ่ จะเทใจไปยังมุมน้ำเงินนะครับ


        ไม่ว่าจะเป็นการพกดีกรีจ่าฝูง รวมไปถึงภาพการไล่ยำมุมแดงในไฟต์แรกที่ดวลกัน ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังคงหลอกหลอนแฟนผี


        หากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเพียวๆ ปรากฏว่า มุมแดง ไม่เคยโค่นมุมน้ำเงิน ได้เลยใน 8 ไฟต์หลัง กล่าวคือ เสมอ 4 และพ่าย 4 ซึ่งจัดว่า ยาวนานสุดแล้วสำหนับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเจอกับคู่ต่อสู้ทีมหนึ่ง


        และทันทีที่โผ 11 ตัวจริง ถูกประกาศออกมา แฟนๆ ส่วนใหญ่ น่ายิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า มุมน้ำเงินของ อันโตนิโอ คอนเต้ จะเป็นฝ่ายถูกชูมือ 


        หลากหลายคอมเม้นท์ ถูกโยนลงสู่โลกโซเชี่ยล แม้แต่กับแฟนผีเอง 


        "การลุ้นแชมป์จบแล้ว!", "การลุ้นท็อปโฟร์สิ้นสุดกันที!", "ว้า... จัดแบบนี้ก็รู้แล้วว่าใครจะชนะ!"


        ยูไนเต็ด ไม่มีนักเตะที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ของตัวเองอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ไร้เงานักมายากลอย่าง เฮนริค มคิทาร์ยาน, ปราศจากความเก๋าของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ควรถูกนำมาใช้ประโยชน์ในเกมที่ตึงเครียดเช่นนี้ 


        แต่ทันทีที่เสียงยกหวีดยาวจากลมปากผู้ตัดสิน ร็อบ แม็ดลี่ย์ จบลง คุณคงรู้แล้วว่า ฉายา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ


        กลยุทธ์ที่เขาวางไว้ ช่างแยบยล จนทำเอาลูกทีมของ คอนเต้ ไปไม่เป็น 


        ไม่แม้แต่ส่องประตูให้ตรงกรอบ เพียงครั้งเดียวก็ไม่ 


        มูรินโญ่ ทำให้ทีมที่เคยโดน เชลซี ไล่ถลุงยับเมื่อต้นฤดูกาล และทีมที่เคยถูกเขี่ยตกรอบ เอฟเอ คัพ ที่ตัวเองเป็นแชมป์เก่า กลายเป็นทีมอีกทีมที่จัดการคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด 


        แม้แต่ คอนเต้ ยังออกโรงให้สัมภาษณ์ยอมรับหลังจบเกมว่า ยูไนเต็ด สมควรเป็นผู้ชนะอย่างที่สุดแล้ว


        มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เคยหมดสภาพยอดดาวรุ่งในทั้งสองวาระที่เจอ เชลซี ก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นตัวอันตรายที่สุดของ ยูไนเต็ด อีกครั้ง นับตั้งแต่เขาโผล่เข้ามาเป็นความหวังให้แฟนผีที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อซีซั่นก่อน 


        มูรินโญ่ แจกแจงในเวลาต่อมาว่า เขารู้ดีว่า "อิบรา" เจ้าของผลงาน 28 ประตูชาวไวกิ้ง ต้องวิ่งมาไกลแค่ไหนจนถึงวันนี้ จึงตัดสินใจให้พักร่างกายที่ล้า เพื่อเปิดทางให้ แรชฟอร์ด ที่ปราดเปรียวกว่า ได้สร้างความบันเทิงแก่แนวรับ เชลซี 


        แกรี่ เคฮิลล์ กับ ดาวิด ลุยซ์ ที่เตรียมตัวมารับมือกับการใช้ร่างกายบดขยี้ของ "บร๊ะเจ้าหลา" จึงต้องปรับชุดความคิดใหม่ เมื่อ แรชฟอร์ด วัยใส 19 ปี มาในสไตล์ที่แตกต่างออกไปจากสตาร์วัย 35 


        และเพียงเจ็ดนาที ดาวยิงผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวแมนคูเนี่ยนก็จัดให้ เมื่อวิ่งสอดหลัง ลุยซ์ เข้าไปรับบอลจากการเปิดให้โดย อันเดร เอร์เรร่า ก่อนควบเข้าไปกระทุ้งประตูติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ กันยายน 2016 


        หลังจากขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกมแล้ว ขุนพล "ปีศาจแดง" เหมือนได้ใจ นักเตะทุกคนอะดรินาลีนฉีดพล่าน โดยเฉพาะ เอร์เรร่า ที่โดดเด่นอย่างมากในแดนกลาง 


        เขาผนึกกำลังกับ มารูอาน เฟลไลนี่ และ ปอล ป็อกบา ที่ได้แรงขับจากความกระหายในการเจอเจ้านายเก่า ยึดสมรภูมิกลางสนามมาครองได้อย่างเบ็ดเสร็จ


        เอร์เรร่า พล่านแบบไม่มีหมด ตามหายใจรดต้นคอ เอแด็น อาซาร์ แบบไม่ต้องเล่นหนักถึงขั้นเตะดื้อๆ กลางสนามจนโดนไล่ออกเหมือนเมื่อคราวดวลกันใน เอฟเอ คัพ 


        ก่อนที่มิดฟิลด์ชาวแคว้นบาสก์ จะตะบันประตู 2-0 แบบมีโชคช่วยเล็กๆ เมื่อแฉลบจนเข้าไปตุงตาข่ายในนาทีที่ 49 จนทำให้เขาบันทึกสถิติทั้งยิงทั้งจ่ายในนัดเดียวได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมเจอ เอฟเวอร์ตัน ตอน ตุลาคม 2015 สำเร็จ


        กระนั้น มันไม่ใช่แค่คน สองคน หรือสามคน ที่โดดเด่น 


        หากแต่นี่คือการพร้อมใจกันแสดงผลงานแบบทั้งทีมของขุนพล "ปีศาจแดง" 


        มาร์กอส โรโฮ ตามตื๊อ ดีเอโก้ คอสต้า แบบไม่ลดละ เหมือนกับที่ เอร์เรร่า ประกบ อาซาร์


        เจสซี่ ลินการ์ด พยายามสับเท้าด้วยความเร็วเพื่อสร้างความกระอักกระอ่วนให้แนวรับ เชลซี เหมือนอย่างที่ แรชฟอร์ด ทำ


        เฟลไลนี่ ทุ่มเทในการใช้สรีระที่สูงใหญ่เล่นลูกกลางอากาศ เก็บบอล และออกบอลง่ายๆ ในเงื่อนไขว่า จะไม่สกัดแบบโฉ่งฉ่าง จนแฟนๆ บน สเตรทฟอร์ด เอนด์ พร้อมใจกันร้องเรียกชื่อเขาเพื่อสดุดี


        มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ที่เคยถูกตราหน้าว่า ไร้ซึ่งความสม่ำเสมอ กลับเล่นอย่างเคร่งวินัย กระทั่งได้มีเกมที่น่าจดจำพอๆ จน มูรินโญ่ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถึงในห้องแถลงข่าวหลังเกม 


        ป็อกบา ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะลบคำสบประมาทให้จงได้ หลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และการเข้าอัด คอสต้า แบบแน่นๆ ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของอดีตดาวเตะ ยูเวนตุส เหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณให้คู่แข่งได้รู้ว่า วันนี้ พวกข้าเอาเอ็งตายแน่!


        ผลงานการดับ เชลซี 2-0 ในนัดนี้ อาจทำให้แฟนผีหลายราย หวนนึกถึงตอนที่เห็นทีมรักคว่ำ อาร์เซน่อล ได้ด้วยสกอร์เดียวกันเมื่อ ธันวาคม 2002 นะครับ ซึ่งหลายคนจำได้แม่นว่า ฟิล เนวิลล์ แจ่มแมวมากกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ ผู้สะกดเกมรุกของ "ปืนใหญ่" ที่ยิงสลุตในลีกทุกนัดตั้งแต่เปิดฤดูกาล 


        บางคนอาจมองว่า สามแต้มเหนือ เชลซี มันก็แค่ชัยชนะนัดหนึ่งเท่านั้น 


        ครับ, กระนั้น มันก็สมควรจะถูกจดจำในฐานะชัยชนะอันน่าประทับใจของ ยูไนเต็ด ที่แม้ต้องขาดผู้เล่นคนสำคัญหลายราย แต่สามารถจัดการทีมจ่าฝูงสุดแกร่งได้อย่างราบคาบ


        แต่อืมมม ดูเหมือนว่า จะมีคนหนึ่งคน คนสำคัญเสียด้วยสิที่บอกว่า มันก็แค่ชัยชนะนัดหนึ่งเหมือนกัน


        ครับ, มูรินโญ่ ยืนยันว่า มันก็แค่เกมอีกเกมสำหรับเขา 


        ใช่, มันเป็นเกมอีกเกมก็จริง แต่เกมนี้ มันทำให้เขาถูกจารึกว่า สามารถเอาชนะทุกทีมในพรีเมียร์ลีก ที่ตัวเองเจอในฐานะกุนซือได้แล้ว (34 ทีม) 


        แล้วโปรดอย่าลืมนะครับว่า นี่คือการกำชัยเหนือทีมที่เคยตะเพิดกุนซือผู้เสกแชมป์ลีกให้สโมสรถึงสามสมัยอย่างตัวเขาเอง


        เหนือสิ่งอื่นใด มันคือการบอกให้โลกรู้ว่า เขากับสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกที่ควร


        ทันทีที่เกมจบ มูรินโญ่ เดินเอามือจิ้มตราบนหน้าอกซ้าย เลาะไปทางขอบสนามมุ่งหน้าเข้าอุโมงค์มุมอัฒจันทร์ฝั่ง สเตรทฟอร์ด เอนด์ ที่กำลังคำรามก้องชื่อของเขา ประสานกับเสียงกระหึ่มจากทั้งฝั่ง เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน สแตนด์ และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สแตนด์ 


        สิ่งที่ มูรินโญ่ ทำในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า เขายังคงเป็น "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" 


        ฉะนั้น & ฉะนี้ ที่ มูรินโญ่ ยักไหล่บอกว่า มันก็เป็นแค่เกมนัดหนึ่ง


        อม "บร๊ะเจ้าหลา" มาพูดก็ไม่เชื่อครับ!


เปาผี

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

เปาผี
นามปากกา : เปาผี

จำนวนเรื่อง : 112
All post :
All view : 697,322
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263