คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. เอล โตโร่

เคล็ดลับสู่การเป็นกุนซือแห่งปีของ จูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ยอดกุนซือ 29 ปี เจ้าของสถิติกุนซืออายุน้อยสุดของลีก

17/04/2017 7:57:02 น.


     เมื่อ จูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีม ฮอฟเฟนไฮม์ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มันก็มีเสียงกังวลเกิดขึ้นมากมาย แต่มาถึงตรงนี้ใครกันจะตำหนิพวกเขา?

 

        ด้วยความเป็นกุนซือหน้าใหม่วัยกระเตาะเพียงแค่ 28 ปี และแทบไม่มีประสบการณ์ในการจัดการทีมชุดใหญ่มาก่อน และเข้ามากอบกู้สโมสรจากการก้นตารางบุนเดสลีก้า จากตอนแรกกับบทบาทกุนซือชั่วคราว และกับสัญญา 3 ปีในการคุมทีมเยาวชนชุด ยู-19 มันแสดงให้เห็นว่า ฮอฟเฟนไฮม์ เชื่อมั่นในตัวของ นาเกลส์มันน์ แค่ไหน และมาถึงตรงนี้เขาคือกุนซือที่มีอายุน้อยที่สุดในลีกสูงสุดของเยอรมัน ความเชื่อมั่นนี้เองมันก็ผลิดอกออกผล กับการผสมผสานของ นาเกลส์มันน์ ด้วยการพา ฮอฟเฟนไฮม์ หยิบ 23 แต้มจาก 42 คะแนน และพาทีมหนีจากการตกชั้นด้วยการจบลีกด้วยอันดับ 15

        มาในซีซั่นนี้ เขาได้สร้างเทพนิยายขึ้นมาใหม่ของเวทีบุนเดสลีก้า ด้วยการพา ฮอฟเฟนไฮม์ แพ้เพียงแค่ 3 นัดจาก 28 นัด และมีโอกาสลุ้นไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย
 
        กุนซือยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมัน ทำได้ยังไง?
        "สิ่งที่เป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้เล่นก็คือกิจวัตรอันจำเจ และนั่นคือความเห็นของเขา" มาริโอ ฮาร์เตอร์ กูรูฟุตบอลเยอรมันเผยถึงแนวทางการทำทีมของ นาเกลส์มันน์ "เขาไม่เคยต้องการให้นักเตะของเขารู้สึกเบื่อหน่าย เขาพยายามสร้างความท้าทายให้พวกเขาเสมอๆ"
 
        "ผมรู้สึกสนุกที่นั่งชมการเล่นของ ฮอฟเฟนไฮม์ มันไม่เคยน่าเบื่อเลย และแทคติคของ นาเกลส์มันน์ เป็นอะไรที่มีความยืดหยุ่นมาก เขามักจะเปลี่ยนโน้นเปลี่ยนนี้เสมอๆ ทุกอย่างมันผูกกัน และเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับกิจวัตรอันจำเจด้วย"
 
        นาเกลส์มันน์ ไม่เคยที่จะสร้างอะไรที่จำเจ การทำงานของเขามันแตกต่าง และแปลกแยกจากกุนซือคนอื่นๆ โดยที่เขาจะกำหนดรูปแบบชนิดวัน-ต่อ-วัน
 
        ตามที่สื่อของ เยอรมัน เผยถึงการเตรียมแทคติคของ นาเกลส์มันน์ คือมีแค่ปากกา และกระดาษจดโน้ตเพียงแค่นั้น ฮอฟเฟนไฮม์ เป็นสโมสรที่มีสไตล์การเล่นฟุตบอลแบบสมัยใหม่ และใช้ตัวเลขสถิติเหมือนกับสโมสรอื่น แต่กับการเตรียมการที่เรียบง่ายของ นาเกลส์มันน์ มันจะมีการระบุในท้ายที่สุดก่อนหน้าเกมในช่วงบ่ายวันเสาร์เพียงเท่านั้น
 
        ด้วยการเป็นกุนซือในวัยแค่ 29 ปีเท่านั้นมันเป็นเรื่องยากในการจะสร้างศรัทธา แต่แค่ชัยชนะมันช่วยทุกอย่างได้ แต่สิ่งหนึ่งในการทำงานของ นาเกลส์มันน์ ก็คือความเท่าเทียมกัน

        "นาเกลส์มันน์ ไม่มีโต๊ะทำงานใน ฮอฟเฟนไฮม์" ฮาร์เตอร์ กล่าวต่อ "เขาแค่แบ่งที่ทำงานของเขาร่วมกับผู้ช่วยของเขา และนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขา"
 
        นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมงานสต๊าฟฟ์ของเขาทั้งหมด ก็คือการร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวแบบเสมอภาค และรวมถึงการบรรดานักเตะภายในทีมด้วยเช่นกัน
 
        นาดีม อมิรี่ กองกลางทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่เขาก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในระบบหมุนเวียนกันเล่น เช่นเดียวกับ อดัมส ซลาไล ที่ครั้งหนึ่งเกือบถูกเขี่ยออกจาก ฮอฟเฟนไฮม์ มาถึงตอนนี้เขากลายเป็นส่วนสำคัญของทีมจากบทบาทตัวสำรอง โดยเขาจะแข่งกับ อันเดรจ ครามาริช, มาร์ค อูธ, มาร์โก เตอร์ราซซีโน่ และ ซานโดร ว๊ากเนอร์ ในการลงสนาม โดยเฉพาะกับ ว๊ากเนอร์ ที่มีผลงานที่น่าประทับใจเช่นกัน
 
        นาเกลส์มันน์ เผยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า "กุญแจสำคัญคือการดูแลบรรดานักเตะตัวสำรองให้เหมือนเช่นนักเตะอื่นๆ"
 
        นาเกลส์มันน์ เกิดที่ บาวาเรีย และเป็นแฟนตัวยงของ บาเยิร์น มิวนิค และนักเตะในตัวใจของเขาที่ประทับใจมากที่สุดก็คือ เมห์เมต โชลล์ ยอดกองกลางอัจฉริยะที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง และด้วยมันสมองที่ชาญฉลาด
 
        มันไม่แปลกใจที่การเข้ามาของระบบของ นาเกลส์มันน์ จะพลิกรูปแบบของ ฮอฟเฟนไฮม์ ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการปรับรูปแบบการเล่นจากหลัง 3 มาเป็นหลัง 4 หรือ 5 ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเสมอๆในช่วงกลางเกม
 
        เกมที่พวกเขาเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 1-0 ทีมของ นาเกลส์มันน์ ปรับจากหลัง 3 ด้วยการให้ เซบาสเตียน รูดี้ ยืนเป็นตัวปิดท้าย ทำให้ทีมแชมป์บุนเดสลีก้าเจอปัญหากับการบีบสูงของ ฮอฟเฟนไฮม์
 
        รูดี้ ทำผลงานได้น่าประทับใจ และนั่นทำให้เขาเตะตา บาเยิร์น ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาล่วงหน้า เช่นเดียวกับกองหลังอย่าง นิคลาส ซูเล่ ที่จะย้ายสู่ทีมเสือใต้ในซัมเมอร์นี้ด้วย
 
        แน่นอนไม่ใช่หนแรกของ บาเยิร์น ที่พยายามเสริมความแข็งแกร่งด้วยการดึงนักเตะฝีเท้าดีจากในลีกเดียวกัน เช่นเดียวกับกับกุนซือวัยหนุ่มอย่าง นาเกลส์มันน์ เขาก็ดูจะกลายเป็นที่จับตาของทีม เสือใต้ ด้วยเช่นกัน และหลายคนก็มองว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือเสือใต้ในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้?
 
        "กับอนาคตอันใกล้ เขาน่าจะถูกสโมสรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ดึงเข้าไปทำงานอย่างแน่นอน" ฮาร์เตอร์ กล่าว "เขาอายุแค่ 29 ปี แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมได้ และในอีก 40 ปีข้างหน้ามันยังมีเวลาอีกมากมายสำหรับเขา และเชื่อว่าเขาคงอยู่กับ ฮอฟเฟนไฮม์ อีกไม่นานแน่ และที่ไหนล่ะที่เขาจะก้าวต่อไป?"
 
        "มันก็มีข่าวลือมากมายถึงการเข้าไปคุมทัพ บาเยิร์น แต่ก็มีหลายข่าวลือว่า ดอร์ทมุนด์ เองก็สนที่จะดึงเขาไปคุมทีมแทน โธมัส ทูเชล หรือว่า เร้ดบูลล์ ไลป์ซิค ก็สนดึงเขาไปแทน ราล์ฟ ฮาเซนฮัตเทิล ซึ่ง นาเกลส์มันน์ ก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องตลกที่มีข่าวลือแบบนั้นออกมา และเผยว่าเขาสนิทกับทั้ง ทูเชล และ ฮาเซนฮัตเทิล"

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : เอล โตโร่

จำนวนเรื่อง : 117
All post : 167
All view : 355,188
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263