คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. Jackie

แมนฯซิตี้ vs ลิเวอร์พูล ''ชิงพื้นที่ชปล.''

18/03/2017 22:21:19 น.


     พบกันได้จังหวะเวลาพอดีสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล

 

        ทีมหนึ่งพึ่งตกรอบชปล. พร้อมความกดดันมากมายอีกทีมลุ่มๆดอนๆ ถ้ามองถึงเป้าหมายที่สูงกว่านี้ แน่นอนยังไม่ดีพอ แต่ถ้าคิดว่าลุ้นเฉพาะที่สี่และพื้นที่นี้มันก็พอมีลุ้นแต่วันนี้มันยากขึ้นกว่าเดิม 


        ถ้าจะถามผม...


        ความคาดหวังในทีมลิเวอร์พูลเรื่องลุ้นแชมป์มันคือภาพลวงตาจากเป้าหมายที่แท้จริงคืออันดับชปล. พอพลาดหวังเรื่องลุ้นแชมป์ ทุกอย่างเลยดูสับสนไปหมด ทั้งที่ความจริงมาตรฐานของทีมได้แค่ ชปล.


        ก่อนเปิดซีซั่น ยังไม่ถูกคาดหวังอะไรไกลขนาดนั้น ผลงานที่ดีแบบพรวดพรวด ก้าวกระโดด กลายเป็นพอล้มแล้วลุกขึ้นมายากจากเดิมอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ถึงกับหมดโอกาส หมดหวังสำหรับพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก


        ถ้าหากชนะแมนฯซิตี้ ถึงบ้าน


        มันจะง่ายขนาด 19 แต้มที่พวกเขาทำมาได้กับทีมทอปซิกส์หรือไม่ ยังไม่แพ้ทีมในกลุ่มนำเลย ด้วยสภาพเงื่อนไขแทกติกที่ เจอร์เก้น คลอปป์ สามารถเล่นงานทีมใหญ่ได้ แต่ตายทีมเล็ก เกมนัดนี้ก็ต้องระวังอีกว่าสถิติที่ผ่านมากับทีมใหญ่ 


        จะต้องถูกลืม...อย่าให้เป็นภาพลวงตาอีก


        ว่าถึงสถานะการณ์ของแมนฯซิตี้ นั้นยากลำบากกว่าหงส์ในมุมของการลงทุน ความคาดหวัง จากเต็งแชมป์พวกเขาร่วงลงมาเป็นทีมที่อาจพลาดพื้นที่ชปล. หากแพ้ลิเวอร์พูลและไม่สามารถแก้ไขปัญหานักเตะไม่รับแทกติกของ เปีป กวาร์ดิโอล่า


        ปัญหามันอยู่ที่เขา....หรือนักเตะ


        แทกติก พาสซิงเกม ของเขาที่เคยใช้มาในทีมบาร์เซโลนาและบาเยิร์น มิวนิค กลับไม่สามารถใช้ที่นี่ได้ มันเป็นเพราะทีมบาร์ซ่าและบาเยิร์น มันมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้วหรืออว่าเป็นเพราะนักเตะแมนฯซิตี้ ไม่ดีพอ


        มันก้ำกึ่งกันนะครับ...


        ถ้าเราคนนอกจากแสดงทัศนะว่า เป๊ป ไม่เก่งจริง มันก็ได้ มันไม่มีใครมาบอกว่าผิดถูก มันคือทัศนะจากมุมมองที่มีต่อผลงานและเทียบกับสองทีมเก่าของ เป๊ป ที่มีองค์ประกอบดีอยู่แล้ว ถ้านั่นคือเหตุผลว่าองค์ประกอบดีอยู่แล้ว


        แสดงว่า "เรือใบสีฟ้า" มีองค์ประกอบไม่ดีนะสิ


        นักเตะ 18 คนสมควรโดนโละทิ้ง??? ตามข่าวที่ออกมาหน้าหนังสือพิมพ์อังกฤษ 


        ให้ความเป็นธรรมกับ เป๊ป ด้วยส่วนหนึ่ง ด้วยปัญหาที่ติดขัดในอีโก้ของเขาชาวบาร์เซโลนานั่นคือต้องทำบอลเล่นเกมรุก ทำรับไม่เป็น เน้นแทกติกเพื่อผลแข่งขันไม่เป็น ทุกอย่างต้องออกมาเพอร์เฟกต์ ยิ่งเขามีผลงานแบบสุดๆมาแล้ว


        มันไม่อนุญาตให้เขาทำทีมแบบเล่นเพื่อเสมอหรือหวังผลชนะ


        ดังนั้นผมว่าการวิจารณ์ เป๊ป ในเกมที่ส่งกลางรุกลงมากกว่ากลางรับนัดแพ้โมนาโก อาจเป็นการวิจารณ์ที่ไม่ได้มองธรรมชาติการทำงานของเขา ในมุมที่เขาคือโค้ชที่ไม่ใช่มาเล่นเพื่อรักษาผลแข่งขัน


        แนวคิดในเกมเยือนโมนาโกคือยิงประตูให้ได้ แล้วชนะในเกมมากกว่ามาเล่นเพื่อเสมอหรือแพ้ 2-1 เข้ารอบ


        โอเค...จุดนั้นข้ามไป มาจุดที่ว่าเขาไม่สามารถรังสรรค์ทีมแมนฯซืตี้ให้มันเปรี้ยงปร้าง ไหลลื่น เหมือนที่เขาทำมาสองทีม นั่นอาจเป็นเพราะธรรมชาติฟุตบอลที่นี่ไม่เหมือนบอลสเปนและเยอรมัน ที่18 ทีม 18สไตล์


        บอลสเปนและเยอรมันทุกสโมสรเล่นบอลคล้ายๆกัน แทกติกเหมือนๆกัน ต่างที่รายละเอียดในเกม


        ดังนั้นการวางแผนจึงเป็นไปแบบเดิมๆ ไม่ปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก พอมาทำบอลอังกฤษ เป๊ป เจองานช้างซะแล้ว 18 ทีม 18 สไตล์ โค้ชก็ต่างชาติเต็มไปหมด นักเตะก็ต่างชาติเต็มไปหมด บอกได้ว่า แพทเทิร์น ในการเล่นมันเปลี่ยนไปแต่ละนัด


        การวางแผนแบบเดียวดูไม่ง่ายในการปรับตัว แต่ถ้าแผนการณ์นั้นเวิร์คที่สุดแล้ว เจอสไตล์ต้องชนะ


        อันนี้ผมคิดว่าจริง


        เป๊ป อาจไม่เข้าใจธรรมชาติบอลอังกฤษเขากำลังเรียนรู้ แต่ ณ จุดนี้สิ่งหนึ่งที่มองเห็นจากความพ่ายแพ้โมนาโกคือ "เกมรุก" อันประกอบไปด้วย กุน อเกรโร, เลอรอย ซาเน, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง และ เควิน เดอ บรอยน์ อาจจะต้องปรับเปลี่ยน ถอดออกหนึ่งคน


        คงใช้ก๊วนนี้ทั้งหมดไม่ได้ แต่โดยภาพรวม ถอดใครพักส่งใครลงในก๊วนนี้ เกมรุกดูโอเค แค่ปิดสกอร์ให้คมๆเด็ดขาดเท่านั้นจบ


        ปัญหาของซิตี้ปีนี้คือใช้โอกาสเปลืองและเกมรับไม่ชัวร์ คล้ายๆลิเวอร์พูล


        ดังนั้นแนวคิดในการเล่นเกมนี้...."รุกต้องเด็ดขาด" 


        ประเด็นคือการจัดตัวของเขาจะต้องปรับจากนัดเยือนโมนาโก คงจะมาใส่กลางรุกเยอะแยะคงไม่ได้ เชื่อว่า ยายา ตูเร อาจจะต้องลงมาทำเกมแดนกลางกับ แฟร์นานดินโญ หวยจะไปออกที่ใครในเกมรุก


        ซิลบา, ราฮีม, ซาเน, หรือเดอ บรอยน์ ชั่วโมงนี้ ดูแล้วอ่านใจเขายากเหมือนกัน แต่ช่วงหลังที่ ซาเน, ราฮีม, กุน และ เดอ บรอยน์ ทำผลงานร่วมกันได้ดี ซิลบา จึงหลุดทีมไป เกมนี้วัดใจ เป๊ป ยากเหมือนกันว่าเขาจะวางเกมออกมาแนวไหน


        เขาต้องอ่านไต๋ว่า เจเค มาเพรสซิงแดนกลางแน่นอน แล้วโจมตีเร็ว เปิดโอกาสให้ ซิตี้ คุมเกมบุกเข้าหา ตั้งโซนรับ แต่พอได้จังหวะเพรสซิงทันที ตัดบอลได้ โจมตีเร็ว มาเน่, ฟีร์มีโน ที่คาดว่าจะลงสนามรอเล่นเกมรุกแบบสายฟ้าแลบอยู่


        เหมือนหลายๆเกมที่ลิเวอร์พูลเล่นกับทีมทอปซิกส์ ดังนั้นวิธีแก้เพรสซิง จะเป็นอย่างไร


        เพรสมา เพรสกลับ อันนี้ต้องมั่นใจในพลังของแดนกลาง การช่วงชิงพื้นที่ตรงนี้สำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคือการนำไปสู่เกมรุกของทีม ถ้าชนะแดนกลาง โอกาสทำเกมรุกเข้าไปกรอบโทษมีสูง ถามว่าเล่นได้มั้ย พวกเขาก็เล่นได้นะ


        ประสิทธิภาพแค่ไหนอีกเรื่อง


        สิ่งที่น่าสนใจในการวางแผนการเล่นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คือ จะแก้ เพรสซิงของหงส์แดงอย่างไร ส่วนอื่นๆ รับและรุก ตามธรรมชาติของพวกเขา ที่รับไม่ค่อยชัวร์ วางแผนอย่างไรก็พร้อมเสียประตู 


        อันนี้ปัญหาเดียวกันกับหงส์แดง ....จัดตัว ปรับตัว เปลี่ยนตัว มาตลอดทั้งซีซั่น ก็ยังเสียประตูเหมือนเดิม 


        ส่วนแนวคิดการเล่นทีมเยือนชัดเจนที่สุดสำหรับการเผชิญหน้ากับทีมใหญ่และสไตล์ เกเก้น เพรสซิง ของคลอปป์ เพียงแต่มาถึงเส้นทางตรงนี้พลังของนักเตะคงไม่เหมือนกับช่วงต้นซีซั่น ที่ลุยแหลกได้


        พลังจะไม่มีมากพอเหมือนต้นซีซั่น อาจต้องเล่นแบบรู้จังหวะ ไม่ใช่เพรสซิง ตลอดเวลา ซึ่งจุดนี้มันคือปัญหาของหงส์แดงอยู่ด้วยเหมือนกัน อาจจะเล่นแบบนี้เป็นช่วงเวลา จากนั้นผ่อนเกม ตั้งโซน หรือเลือกแดนที่จะเพรสซิง เช่นหน้าเขตโทษคู่แข่ง พื้นที่แคบๆ ริมสนาม ตรงกลางถ้าไม่ได้จังหวะ เพรสลำบาก


        ถ้าคนหนึ่งเข้าอีกคนเดิน หรือเหม่อ


        โดนแมนฯซิตี้ แก้เพรสซิงได้บอลถึงหน้าเขตโทษแน่นอน เพราะความแม่น ความเร็วแนวรุกยังมีอยู่ ดังนั้นคงไม่ใช่ทุกแดนที่จะมาตะลุยเพรสซิง อย่างสนุกสนานสำหรับบอสเจเค 


        ตัวผู้เล่นอย่างที่ทราบๆกัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยังเล่นไม่ได้ ชุดเดิมแดนกลาง เอมเร ชาน, จินี ไวนัลดุ้ม และ อดัม ลัลลานา ส่วนแดนหน้านั้น ฟีร์มีโน น่าจะลงมาแทน โอริกิ ทำงานกับ คูตินโญ และ มาเน แดนหลัง ลอฟเรน ได้ข่าวว่าเล่นทีมยู 23 แล้ว มีโอกาสลงมาแทน รักนาร์ คลาวาน 


        ส่วน แดเนียล สเตอริดจ์.......เจ็บเหมือนเดิม


        แมนซิตี้ ถ้าจะปรับแนวรับคงเป็นแบกสองข้างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โดยคู่เซนเตอร์ โอตาเมนดีกับ จอห์น สโตน ประตูก็ กาบาเยโร แดนกลาง แฟร์นานดินโญ กับ ยายา ตูเร ผมคิดว่า ดาบิด ซิลบา พัก ข้างหน้าเป็น กุน, ราฮีม, ซาเน โดย เดอ บรอยน์ ทำเกมรุกสนับสนุน


        โดยสรุปตัวผู้เล่นคงไม่ใช่นักเตะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะมาใส่ใจมากเท่ากับการทำเกมรุกของพวกเขาในการรับมือลิเวอร์พูล คงต้องต่างจากนัดแพ้โมนาโก ในการจัดตัวผู้เล่น ดูแล้วคงจะต้องพักหนึ่งคนแล้วใส่กลางรับลงไปช่วยงาน เพื่อให้มันสอดคล้องกับ เกเก้น เพรสซิง ของ เจอร์เกน คลอปป์ ที่ตะลุยแดนกลางแน่นอน


        คู่นี้มีจุดที่น่าสนใจอยู่จุดเดียว


        แม้ว่าจะแย่งบอลแดนกลางเพื่อเอาบอลมาเล่นเกมรุกโจมตีคู่แข่ง แต่สุดท้ายแล้วอยู่ที่เกมรุกว่าใครจะเด็ดขาดกว่า ผมมองว่าสร้างโอกาสยิงประตูได้แน่ๆ ทั้งสองฝั่ง เพียงแต่ใครจะเด็ดขาดกว่า ส่วนเกมรับไม่ต้องพูดถึง แย่พอกัน


        เกมรับตัดไปได้เลย จัดยังไงก็เอาเกมรุกอีกฝั่งไม่อยู่


        จะ ลอฟเรน กลับมาลงคู่ มาติป คงยากที่จะจัดการกับ ซาเน, กุน, ซิลบา และ เดอ บรอยน์ คือมีหลุดแน่ เช่นเดียวกันครับ โอตาเมนดี, สโตน และทีมงานจัดการกับ มาเน, ฟีร์มีโนและคูตี้ ไม่อยู่ ดังนั้นเกมนี้


        แนวรุกใครคมกว่า....ได้โอกาสแล้วจบสกอร์ปิดบัญชี


        ทีมนั้นชนะ


        แมนฯซิตี้ ปะทะ ลิเวอร์พูล นัดชิงพื้นที่ชปล. จึงวัดกันที่แนวรุกล้วนๆครับ 


Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 979
All post : 6,718
All view : 4,372,560
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263