คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. Jackie

งานใหญ่ที่แมนเชสเตอร์

17/03/2017 22:31:39 น.


     หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือยอมรับว่ามันคือความผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ขณะที่ โชเซ มูรินโญ ยืนยันล่าสุด ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์''

 

        เกิดอะไรขึ้นกับสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ 


        ดูเหมือนสถานะการณ์ล่าสุดมันเป็นไปในทิศทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงกับออกปากเช่นนั้น


        เอาเรื่องของ เป๊ป ก่อน


        ควันหลังจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถยกระดับตัวเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนยิ่งนัก แม้กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตอนนี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เพราะทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้ว


        ดูจากตัวเลข...หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าหดหู่และท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป 


        ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น ออกลูกสะเปะสะปะ แดนกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้


        เป๊ป ถูกตั้งคำถามว่าสกอร์ที่ได้เปรียบ 2 ลูกคือสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระให้ แฟร์นานดินโญ คนเดียวที่เป็นตัวตัดเกม สุดท้ายมันเกิดขึ้นตรงนั้นคือแดนกลางแพ้ราบคาบ


        แดนกลางแพ้...กองหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้


        การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่พวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีใครมองว่ามันเป็นเช่นนั้น ทุกคนมองว่ามีแต่จะโดนเพิ่มถ้าออกมาทรงนี้ 


        ความมั่นใจมันก็สวนทางกัน...ซิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆ ไม่งั้นโดนถล่มเละ


        เกมดูดีขึ้นแต่กว่าจะได้ยิงก็ปาเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นคือจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามตรงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด


        แต่ปัญหาคือกองหน้าดันไม่คมอีก...ใช้โอกาสเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และจากนั้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายจากผลรวม 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู


        ประเด็นคือเกมรุกยังพอวางใจได้ว่าดี แต่พอเกมรับซึ่งยังไม่ปรับปรุงและพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว และเมื่อดูภาพรวมๆ รุกพอใช้ได้ แดนกลางงั้นๆ ไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสีย


        เรือใบสีฟ้า จึงเป็นทีมที่คล้ายๆกับลิเวอร์พูลคือ...."ขาดสมดุล" ในทีมไป


        รับแย่ รุกพอได้ แบบนี้โอกาสประสบความสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราเห็นคือประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ลุ้นแชมป์คงยาก เพราะความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดส่วนสำคัญในทีมไป


        เช่นเดียวกับทีมที่รับดี...แต่รุกไม่ได้โอกาสประสบความสำเร็จลดลง


        เป๊ป ยอมรับหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถทำให้ลูกทีมเล่นแบบดุดัน ก้าวร้าว และมีเกมรุกที่ดีพอในการชนะโมนาโก เขายอมรับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่เชื่อว่าในใจคงมีหลายคนที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่นอน


        แผงหลังเวลานี้ต้องการฟูลแบกใหม่เพื่อมาเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอฟ หรือกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากมาย แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ตาม


        แผงหลังนี่ยกแผง ...จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าคาดหวังให้เขาคุมหลังคนเดียวตอนนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมระดับสูง ขณะที่แดนกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป


        แนวรุกถือว่าพอไปได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับตัวเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวคือ เควิน เดอ บรอยน์ ขณะที่ ซิลบา ปีหน้าจะยิ่งโรยหนักกว่านี้ 


        ดูแล้วเหนื่อย...มันคืองานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของวงการ โดยเฉพาะการก้าวไปคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้แข็งแกร่ง


        จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่ดูเงียบๆ ไม่ฮือฮาเหมือนช่วงซัมเมอร์ ที่มีความหวังมากมายหลังการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม


        ล่าสุดแม้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลยูโรปา ลีก และเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ พิธีกรรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี หลากหลายประเด็น


        ที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"


        คมกริบสำหรับประโยคนี้ และมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้มากมาย 


        "ผมคิดว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ เรายังไม่พร้อมที่จะพยายาม, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ และสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆในเวลานี้


        "มันยากขึ้นกว่าเดิม มันแตกต่างจาก 10-20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง"


        ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้ชัดเจนในเรื่องนี้  เขากำลังสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังระดับสูงและต้องพยายามทำตัวแบบจมให้ลง เพราะมันจะเข้าข่ายกลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบนั้นมาตลอด 26 ปี หลังจากได้แชมป์ลีกครั้งสุดท้ายปี 1990


        อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญคือ "ผมมาทำงานกับสโมสรที่น่าเศร้าใจ"


        อันนี้ว่าใครนะ...ลองอ่านกันดู 


        "I found a sad club," he said. "Manchester United sold players that I would never sell, bought players that I would never buy."


        ผมมาพบกับสโมสรที่น่าเศร้าใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขายนักเตะที่เป็นผมไม่มีวันขาย และซื้อนักเตะที่ผมไม่มีวันซื้อ"


        หมายถึงใคร...และว่าใคร 


        เอาหลักๆคือเขาพูดว่า "ถ้าเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และ แดนนี เวลเบค"


        เชื่อว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่ๆ เพราะ ดิ มาเรีย มาในช่วงที่ทีมตกลงไปจากเดิม ขณะที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความชื่นชมมากมายนัก  ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่


        ทว่าเชิงแทกติกแล้วการขาย เวลเบค และ ชิชาริโต้ ออกไปมันคือคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์


        ส่วน ดิ มาเรีย นั้นคือนักเตะที่ มูรินโญ ชื่นชอบ และเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด และ ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับทีม เปแอสเช เชื่อว่าถ้า มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้


        เขาก็ซื้อมาร่วมทีมและใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก


        ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเพราะจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันและการจัดทีมลงเล่นทุกสัปดาห์พอจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยาก


        มูรินโญ มีมารยาทและมืออาชีพมากพอที่จะไม่พูดถึงและมันไม่ควรพูดถึง แต่ผมเชื่อว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก


        1 เมมฟิส เดอ ปาย


        2 บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์


        3 มอร์แกน ชไนเดอลิน


        4 ลุค ชอว์


        สิ่งที่ผมเชื่อว่าแฟนผีและแฟนบอลทั่วไปต้องชื่นชอบกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่มาก ไม่จำเป็นต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อดึงดูดนักเตะมาร่วมทีม"


        เขาพูดถึง...อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนตุส และ มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้านักฟุตบอลคิดถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆ ถ้านักเตะตัดสินใจไม่ย้ายมาเพราะทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักเตะแบบนี้มาร่วมทีม


        พูดง่ายๆว่า นักเตะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยเงื่อนไขเดียวคือเพราะนี่คือแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่ต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น 


        จริงครับ...การพูดแบบนี้ไม่ใช่เอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แต่มันคือแนวทางการทำงานของ มูรินโญ และผมเชื่อว่าโค้ชทุกคนต้องมีแนวทางแบบนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงไม่ต้องการนักเตะที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติยศ หรืออะไร


        นักเตะจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สโมสรแห่งนี้"


        มันยังไม่หมดยุคหรอก...เพราะท้ายที่สุดแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดเวลา ไม่สามารถดึงนักเตะที่มีความสามารถและมีจิตใจอยากประสบความสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้


        ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ


        ขณะที่ เป๊ป บอกว่าไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นเกมตามที่เขาต้องการได้ และทีมคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายๆกับ มูรินโญ เพียงแต่ มูรินโญ มีแนวทางการทำงานของเขาที่ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า


        "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะนี่คือแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"


        นักเตะทักษะสูงเล่นเพื่อเงินแต่ขาดหัวใจ ความล้มเหลวจะมาอยู่ใกล้กว่าความสำเร็จ 


        ลองติดตามงานใหญ่จากเมืองแมนเชสเตอร์ดูครับ ปีนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ปีหน้าผมว่าสองทีมนี้เล่นใหญ่อย่างแน่นอน


Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 979
All post : 6,718
All view : 4,368,123
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263