คอลัมน์ : มุมสี่สิงห์ โดย.. ลูกแม่พวง

เทศกาลปลดโค้ช

17/03/2017 8:29:59 น.


     ขอตัดริบบิ้นต้อนรับสู่ ''เทศกาลปลดโค้ชประจำฤดูกาล 2017'' อย่างเป็นทางการ


        ปัจจุบัน มีกุนซือไทยตกงานแล้วหลายราย นับเฉพาะเวทีไทยลีก 1 มี 3 ราย ไล่เรียงให้เห็นภาพตั้งแต่คนแรก "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติไทย ดีกรีดาราเอเชีย กระเด็นเป็นรายแรก หลังคุมทีม "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี เพียงแค่ 3 เกมเท่านั้น ชื่อเสียงสมัยค้าแข้งของเจ้าตัวไม่สามารถช่วยได้ในกรณีนี้       
 
        ต่อมาก็คือ "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล กองกลางทีมชาติไทยเจ้าของฉายา "เท้าชั่งทอง" อดีตดาราเอเชีย ซึ่งก็พบจุดจบในเส้นทางสายโค้ชที่ไม่แตกต่างกันหลังไม่สามารถพาทีมซุปเปอร์ พาวเวอร์ ไปยังทิศทางที่ต้องการได้ 
     
        อีกรายเป็นในส่วนของ "คสช." สมชาย มากมูล ที่เพิ่งคุมทีม "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ไปลุยฟุตบอลถ้วยเอเอฟซีเป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์ของสโมสร แม้ว่าจะโดนเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ที่มี ฮัล์ค และ ออสการ์ แข้งชื่อดังระดับโลกถล่มยับ 3-0 แต่ก็ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ไม่สามารถรักษาเก้าอี้กุนซือเอาไว้ได้สุดท้ายก็แยกทางกันไปตามระเบียบ นี่คือโค้ชชะตาขาด 3 ราย บนเวทีลีกสูงสุด       
 
        ขณะที่ ในลีก T2 หรือดิวิชั่น 1 เดิม ก็มีในส่วนของ "โค้ชชู" ชูศักดิ์ ศรีภูมิ ที่เพิ่งทำระยอง เอฟซี ได้เพียงแค่ 2 เกม และผลงานก็ถือว่าทำได้ดีด้วย สุดท้ายก็เก็บกระเป๋าแยกทางกับต้นสังกัดหน้าตาเฉย ชนิดที่ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัด จากไปแบบงงๆ       
 
        ต่อมาก็เป็นในรายของ "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่ตกลงใจรับคุมงานกับทีมบีบีซียู เอฟซี เพียงแค่ไม่กี่นัด ก็ต้องโบกมือลาไปอีกคน        
 

        มาดูในส่วนของลีกที 3-4 ก็มีให้เห็นแล้วหลายราย เอาเท่าที่จำได้ "โค้ชธง" ธงชัย สุขโกกี พาศุลกากร ยูไนเต็ด ไปไม่ถึงเป้า แม้ว่าจะเป็นการแสดงสปริติลาออกไปเอง แต่เชื่อว่าบอร์ดของทีมคงขีดเส้นตายไว้ก่อนหน้านี้แล้ว       
 
        "ปลากัดนักสู้" ฉะเชิงเทรา เอฟซี ก็เป็นอีกทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงเก้าอี้กุนซือ หลัง "โค้ชต่อ" ธเนศ บุญลาภ ขอพิจารณาตัวเองสละตำแหน่งกุนซือใหญ่ เบนเป้ารับบทบาทที่ปรึกษาสโมสร ซึ่งตำแหน่งนี้เป็นที่รู้กันในแวดวงว่า เป็นตำแหน่งที่แขวนเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้มีบทบาทอะไร 
       
        อุบลราชธานี เอฟซี ทีมดังแห่งลุ่มแม่น้ำมูล จากดินแดนที่ราบสูงก็เช่นกัน หลังจากมีข่าวว่าทางบอร์ดติดสปริงเด้ง "โค้ชเล็ก" ศุภลักษณ์ มูลโต เซ่นผลงานห่วยแตก
 
        นับกันเองก็แล้วกันว่ากี่คน นี่แค่เท่าที่จำได้และเชื่อว่ายังมีกุนซือที่อยู่ในโครงการวิจัยฝุ่นที่ตกสำรวจอีกไม่น้อย
 
        ปัจจุบันเมื่อ "ฟุตบอล" มันมีมูลค่า แน่นอนว่าผลประโยชน์และอะไรหลายๆ อย่างเริ่มประดังเข้ามามากมายมหาศาล ทุกวันนี้ฟุตบอลลีกของไทยมีมูลค่าเป็นหลักพันล้านนะครับ ไม่ใช่ธรรมดา ไก่กาอาราเล่ อีกต่อไป
 
        มันช่างแตกต่างกับ 10 กว่าปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ฟุตบอลลีกสมัยก่อนอย่าว่าแต่คนดูเลย หมูหมากาไก่แทบจะไม่มีเข้าสนาม ไม่ต้องถามหาถึงเหล่าบรรดาผู้สนับสนุนเพราะมันก็ไม่มีเหมือนกัน หรือมีก็น้อย แบบนับหัวได้     
 
        ไม่แปลกใจที่เราจะเห็นได้ว่าทุกๆ สโมสรจะเน้นหนักไปในส่วนของผลงานและอันดับบนตารางคะแนน มากเป็นพิเศษ เพราะอะไร ? 
 
        คำถามนี้เด็ก ป.3 ก็น่าจะตอบได้ เมื่อทีมผลงานดี สปอนเซอร์ก็เข้า แฟนบอลก็มากมาย ขายบัตรขายตั๋ว ขายของที่ระลึกกันได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ร่ำรวยกันไป       
 
        แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อทีมผลงานห่วยแตก เข้าขั้นหมาไม่รับทาน ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ แล้วใครล่ะ ? หันซ้าย หันขวาไม่เจอใคร งั้นไล่โค้ชออกก่อนก็แล้วกัน !        
 
        ทีนี้ก็มาถึงคำถามโลกแตก เปลี่ยนโค้ชแล้ว ทีมจะดีขึ้นจริงๆ เหรอ ?
 
        ทฤษฎีนี้อาจใช้ได้กับบางทีม หลายครั้งที่เราจะเห็นทีมที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงในส่วนของกุนซือ เพียงแค่คล้อยหลังนัดเดียวทำไม่ผลงานมันเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทั้งที่นักเตะก็ชุดเดิมชุดเดียวกันแท้ๆ แต่ผลงานกลับทำออกมาได้อย่างผิดหูผิดตา
 
        หากเป็นโค้ชคนเก่าคงอดคิดไม่ได้ว่าทำไมตอนกูอยู่พวกเมิงไม่เล่นกันแบบนี้ฟระ
 
        ทว่าก็มีสโมสรไม่น้อยที่เปลี่ยนโค้ชก็แล้ว อะไรก็แล้ว ผลงานยังคงย่ำต๊อกอยู่กับที่เหมือนเดิม ไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาไปยังทิศทางที่ดีขึ้น อันนี้ก็ยังคงสร้างความสงสัยให้หลายๆ คน
 
        เอาเถอะครับ ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร ก็เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลไป ฝากถึงคนจะเข้ามาทำหน้าที่เฮดโค้ช นอกจากจะต้องทำการบ้านเพื่อให้ทีมมีผลงานที่ดี คงต้องทำใจ รับสภาพตรงนี้ให้ได้ด้วย เผื่อวันใดวันหนึ่งเกิดถึงคราวซวยเป็นตัวเองขึ้นมาก็จะได้รับมือกับมันได้ นี่คือสิ่งสำคัญที่คนที่ริจะทำอาชีพนี้พึงสังวร   
 
        อ่อ! แล้วอย่าลืมนึกถึงการแทรกแซงของเหล่าบรรดาเจ้าของทีมด้วย เพราะเจ้าของสโมสรหลายรายชอบทำตัวเป็นโค้ชเสียเอง ทั้งจัดตัวลงสนาม วางแผน อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย อันนี้ก็ไม่เข้าใจว่าคุณพี่จะจ้างโค้ชมาทำพระแสงของ้าวอะไร ถ้าอยากเป็นโค้ช ก็น่าจะไปเรียน อบรม ให้มันรู้แล้วรู้รอด และเมื่อถึงเวลาที่ทีมผลงานเข้าขั้นห่วยจนยากจะรับได้ ก็ไล่ตัวเองออกไป
 
        ส่วนคนดูอย่างเราๆ ท่านๆ ผมขอใช้โอกาสนี้ต้อนรับท่านผู้ชมฟุตบอลไทยทุกผู้ทุกนามเข้าสู่ "เทศกาลปลดโค้ช" ประจำปี 2017 อย่างเป็นทางการก็แล้วกัน เชื่อเหลือเกินว่านับจากนี้เราจะได้เห็นข่าวคราวในทำนองนี้เกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ เพราะนี่มันเพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้น...

 

คมหอก

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ลูกแม่พวง

จำนวนเรื่อง : 31
All post :
All view : 23,928
คอลัมน์ มุมสี่สิงห์
ฟีฟ่า เดย์...มหาระทึก
นนท์นี่คุง
ฟีฟ่า เดย์...มหาระทึก

View : 4,155 Post : 0
ลูกหนังสร้างจิตสำนึก!!!
ขุนเขาตะวันตก
ลูกหนังสร้างจิตสำนึก!!!

View : 2,106 Post : 0
ลงทุนบาทเดียว
ขุนเขาตะวันตก
ลงทุนบาทเดียว

View : 9,136 Post : 0
ยูธลีกศึกฟุตบอลดีที่น่าสานต่อ
แป้น แป๊ะยิ้ม
ยูธลีกศึกฟุตบอลดีที่น่าสานต่อ

View : 4,735 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263