คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. มอนตี้

ทำไมเรือใบไม่ได้ไปต่อ?

17/03/2017 1:01:37 น.


     เลี่ยงไม่ได้ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องถูกติดเครื่องหมายคำถามตัวบิ๊กเบิ้ม ''เก่งจริงหรือเปล่า?'' หลังจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จอดป้ายไว้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก


        ผลลัพธ์ปราชัยที่สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ 1-3 จนตกรอบไปด้วยกฎประตูทีมเยือนนั้น (สกอร์รวม 6-6 นัดแรกชนะในบ้าน 5-3) ยังส่งให้ เป๊ป เสียสถิติเยี่ยมยอดในอาชีพอีกต่างหาก


        นับตั้งแต่ผันตัวรับจ๊อบรั้งบังเหียนเมื่อปี 2008 (ไม่นับทีมสำรองบาร์เซโลน่า) เป๊ป การันตีพาทีมตีตั๋วตัดเชือกชปล.เป็นอย่างต่ำเสมอมา


        พาบาร์ซ่าเถลิงแชมป์ 2 ครั้ง (2009, 2011) แพ้แชมเปี้ยนในรอบรองฯ อีก 2 (อินเตอร์ มิลาน 2010, เชลซี 2012)


        กับบาเยิร์น มิวนิค หยุดไว้ที่ตัดเชือก 3 ปีซ้อนด้วยน้ำมือทีมสเปนทั้งสิ้น (เรอัล มาดริด 2014, บาร์ซ่า 2015 และแอตเลติโก มาดริด 2016)


        นั่นล่ะฮะจึงเป็นที่มาของเครื่องหมายคำถามตามย่อหน้าแรก...


        ก็ใช่ที่ เป๊ป สมควรได้รับเครดิตจากการนำโทรฟี่บิ๊กเอียร์ 2 ใบมาประดับตู้โชว์คัมป์ นู ตลอดจนอีกหลายถ้วยที่อัลลิอันซ์ อารีน่า หากแต่ว่ามันไม่ได้มาด้วยฝีมือของเขาล้วนๆ


        เขามี ลิโอเนล เมสซี่, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสต้า เป็นยอดแข้งคู่บุญในรั้วบาร์ซ่า และความจริงเป็นรากฐานวางไว้ตั้งแต่เจ้าของเก้าอี้คนก่อนอย่าง แฟร้งจ์ ไรจ์การ์ด


        กับบาเยิร์นคงไม่ต้องสาธยายให้มากความ ทั้งงบประมาณ-โครงสร้างสโมสรเหนือชั้นกว่าคู่แข่งทุกรายในบุนเดสลีกา--ไม่ได้แชมป์ติดมือสิถือว่าล้มเหลวอย่างแรง!


        กวาร์ดิโอล่า สตาร์ตติดเร็วกับทั้งบาร์ซ่า-บาเยิร์น แต่ไม่ใช่ที่แมนฯ ซิตี้


        และความล้มเหลวพร้อมสถิติพลาดเข้าตัดเชือกชปล.ครั้งแรกในอาชีพโค้ชยิ่งช่วยตอกหมุดย้ำสาเหตุที่ไม่ได้ไปต่อ...เหตุเพราะหลังบ้านไม่มั่นคง


        จริงแท้แน่นอนอย่างที่ เป๊ป ว่าไว้ตั้งแต่วันเปิดตัวในเอติฮัด สเตเดี้ยม ว่านี่คืองานยากสุดเท่าที่เคยพบเจอ


        ลูกทีมของเขาสู้โมนาโกไม่ได้เลยตลอดช่วงครึ่งแรก โดนส่อง 2 เม็ดลบล้างผลต่างสกอร์รวมเลกแรกตั้งแต่ยังผ่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอีกต่างหาก


        โค้ชกาตาลันปรับหมากแก้ลำตีตื้นได้ในครึ่งหลัง แต่แล้วแนวรับอ่อนปวกเปียกไร้ระเบียบวินัยก็ส่งผลร้ายอีก เสียฟาวล์เซตพีซนำพาประตูที่ 3 ให้แก่เจ้าถิ่น


        เป๊ป ขึ้นชื่อลือชาในฐานะโค้ชปรัชญาเกมรุก แต่เอาเข้าจริงแล้ว "เกมรับ" ต่างหากคือกุญแจสู่ความสำเร็จ


        สมัยสร้างชื่อในลา ลีกา บาร์ซ่าของ เป๊ป ผงาดแชมป์ซีซั่น 2010-11 โดยที่น้อยกว่าเรอัล มาดริดภายใต้บังเหียน โชเซ่ มูรินโญ่ (95 ต่อ 102) แต่ในทางกลับกันเกมรับเสียประตูน้อยแค่ 21 ลูกเท่านั้นจากทั้งหมด 38 นัด


        เอาเข้าจริงทั้ง 3 ปีที่ดวลกันในลีกกระทิงดุ เป๊ป ทำทีมเล่นเกมรับได้ดีกว่า มูรินโญ่ ผู้ติดภาพจำในนาม "เจ้าพ่อป้องกัน" ตลอดจนครองสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีกตลอด 4 ฤดูกาลอีกต่างหาก!


        ในสัญญาจ้าง 3 ซีซั่นกับบาเยิร์นก็เช่นกัน "เอล เหม่ง" นำบาเยิร์นทำสถิติเกมรับดีที่สุดในลีก เสียไปเพียง 23, 18 และ 17 ลูกตามลำดับ


        เรื่องราวเหล่านั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงในถิ่นอีสตฺ์แลนด์ส


        อาจจะมีโมเมนต์ดีๆ อยู่บ้าง นอกเหนือฟอร์มโหดชนะรวดตอนต้นซีซั่น ช่วงที่ผ่านมาแมนฯ ซิตี้ไร้พ่าย 11 นัดรวด (ก่อนเกมคืนวันพุธ) แบ่งเป็นนอกบ้าน 6 เกมซึ่งยิงสลุต 13 โดยไม่เสียเลยสักดอกเดียว!


        แต่แล้วมันก็เป็นแค่เพียงภาพลวงที่หลอกตาเมื่อ เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม วางแท็กติกเล่นเกมเร็วบวกเพรสซิ่งพังแนวรับเรือใบไม่เหลือซาก


        จุดอ่อนหลังบ้านเผยไต๋ให่้เห็นในเวทียุโรป และเหนือสิ่งอื่นใดนี่ไม่ใช่ครั้งแรก!


        แมนฯ ซิตี้เสีย 3 ประตูให้โมนาโกในศึกยกแรกที่เอติฮัด เช่นเดียวกับเกมเจ๊าเซลติกในพาร์ค เฮด รวมถึงโดนรัว 4 ตุงในทริปบุกชามอ่างยักษ์ ทั้งๆ ที่รูปเกมหาได้เป็นรองไม่


        น่าขายขี้หน้าไปอีกเมื่อพิจารณาตัวเลขโดนยิง 16 ลูกนับตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม มีเพียงลีเกีย วอร์ซอ แชมป์ลีกโปแลนด์ที่พรุนกว่าพวกเขา (24)


        วิพากษ์วิจารณ์ไล่เรียงทุกตำแหน่งล้วนแล้วแต่มีจุดบอด


        ผู้รักษาประตู ผ่านมาจะเข้าโค้งสุดท้ายยังไม่ทราบได้ว่าใครกันแน่คู่ควรมือหนึ่ง?


        โจ ฮาร์ท ยึดถุงมือมาหลายปีแต่มองว่าสไตล์ไม่เข้าปรัชญาเลยปล่อยยืมตัวแล้วคนที่มาแทนอย่าง เคลาดิโอ บราโว่ กลับโชว์เหวอมากกว่าเซฟ


        วิลลี่ กาบาเยโร่ ถูกดันขึ้นมาจากมือ 2 ก็เหมือนจะดีแต่ไม่สุด--ทุกคนเห็นตรงกันอยู่แล้ว!


        กองหลัง ไม่ใช่ปัญหาคุณภาพฝีเท้า ยังมีประเด็น "ความต่อเนื่อง" เข้ามาข้องเกี่ยวอีก


        เทียบกับเลสเตอร์ ทีมผู้ดีความหวังหนึ่งเดียวในชปล.ได้ใช้แนวรับชุดเดิมตลอดนับตั้งแต่ เคร็ก เชกสเปียร์ รับช่วงต่อ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ฝั่งแมนฯ ซิตีที่ควรตีตั๋วตามไพ่ได้เปรียบกลับสลับแบ็กโฟร์เป็นว่าเล่น


        ไม่นับเยือนโมนาโก แผงหลังชุด บาการี่ ซาญ่า, จอห์น สโตนส์, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ และ กาแอล กลิชี่ เคยเล่นร่วมกันมาก่อนแค่ 2 หนในแมตช์เจอซันเดอร์แลนด์ทั้งเหย้า-เยือน (ชนะ 2-1 และ 2-0)


        สาเหตุที่หาความต่อเนื่องไม่เจอนั้นก็เพราะทีมไร้ผู้นำหลังบ้าน


        แว็งซ็องต์ ก็องปานี หายหน้าหายตาไปนานแต่ยังคงทิ้งช่่องโหว่เอาไว้ในเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่ข้อกล่าวหาเกินเลยที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ใช้คำว่า "อ่อนหัด" จากเกมป้องกันที่แสดงออกมาเมื่อคืนวันก่อน


        "พวกเขายืนตำแหน่งกันสูงเกินไป มันเป็นการตั้งรับที่อ่อนหัด"


        "คุณต้องหาโอกาสให้ตัวเองมองเห็นลูกบอล ยืนสูงอย่างนั้นก็เท่ากับเปิดพื้นที่่ให้คู่แข่งโจมตี (ตีมูเอ้) บากาโยโก้ เป็น 1 ในนักเตะตัวใหญ่ในสนาม เขากลับโฉบมาแบบไม่มีใครจับไม่มีใครประกบ นั่นเป็นเรื่องที่แย่่สุดๆ เลย"


        "ไม่มีใครในนั้นคอยสั่งการในปากประตู คอยกำหนดไลน์ป้องกันบอกให้ยืนตรงไหน ไม่มีผู้บัญชาการในแนวรับ นั่นคือปัญหา" ริโอ ชี้เปรี้ยงให้เห็นภาพในฐานะอดีตเซนเตอร์แบ็กตัวท็อป


        เป๊ป ไม่ใช่ไม่รู้--เขาพยายามทดลองแก้ปมปัญหาหลายรูปแบบ


        เขาพยายามปั้น แฟร์นานดินโญ่ ลงเล่นกลางต่ำกึ่งกองหลังตัวเสริมแบบที่เคยใช้ ฟิลิปป์ ลาห์ม สมัยอยู่บาเยิร์น มิวนิค


        ที่สุดแล้วห้องเครื่องแซมบ้าพกความหลากหลายความเข้าใจในเกมเพียงพอระดับหนึ่ง แต่กลับกันก็บั่นทอดประสิทธิภาพพื้นที่มิดฟิลด์ไปด้วย


        ปรัชญาเป๊ปยังเน้นให้ฟูลแบ็ก 2 ฟากฝั่งเติมและหุบเข้ามาช่วยกลางสนาม (แล้วให้ "กลางต่ำ" ลงมาสกรีนช่วงกองหลังอีกที) ทว่าคุณภาพฝีเท้าฟูลแบ็กที่มีอยู่มันยังตอบโจทย์ไม่ได้!


        บางครั้งยึดมั่นถือมั่นในปรัชญากลางต่ำ และฟูลแบ็กช่วยกลางนั้น กลับส่งผลเสียตามมาได้เช่นกัน


        อย่างในเลกสอง ควรพึงสังวรณ์ต้องเจอเกมเพรสซิ่งสวนกลับเร็วของโมนาโกที่ยิงสนั่นเกินร้อยลูกทุกรายการ แต่แล้วกลับไม่ปรับเติมเสริมแต่งใดๆ ทั้งสิ้น


        แฟร์นานดินโญ่ ลงตัวจริงเพื่อป้องกันสวนกลับฉับพลันแค่คนเดียวมันไม่พอ จำเป็นมั้ยที่แต่ละเกมต้องเลือกใช้ระหว่างเจ้าตัวกับ ยาย่า ตูเร่?


        แล้วก็อย่างที่เห็น...พอเจอตัวจี๊ดๆ ทั้ง คิเลียน เอ็มบั๊ปเป้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โตมาส์ เลอมาร์, คู่กลาง ตีมูเอ้ บากาโยโก้ และ ฟาบินโญ่ ที่สดกว่าเลยไปไม่เป็น โดนบดจนไร้โอกาสยิงตรงกรอบสักหนเดียวใน 45 นาทีแรก


        ดูเหมือนทีมของ เป๊ป ที่เห็นกันในแมตช์ล่าสุดนั้นจะแยกแยะได้เท่ากันเป็นรับ 5 รุก 5 ทว่าไม่สมดุลเอาซะเลย


        ต่อเมื่อปรับเอา เควิน เดอ บรอยน์ 1 ในตัวสร้างสรรค์เกมที่ดีที่สุดของทีม ลงต่ำกว่าเดิมเพื่อช่วยเก็บบอลหลังพักครึ่ง ก็ยิ่งฟ้องว่ามีอะไรบางอย่างผิดพลาดแล้วล่ะ!


        จำแนกแยกแยะตัวรับ 5 หน่อบวกผู้รักษาประตูไปด้วย มีแค่ จอห์น สโตนส์ คนเดียวที่อายุไม่ถึงหลักสาม นี่มันไม่ใช่แผนที่เข้าท่าเลยกับการทำทีมระยะยาว


        เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประวัติความสำเร็จของ เป๊ป ได้ตั้งรากฐานด้วยเกมรับที่ดี แม้เป็นที่รู้จักในนามโค้ชปรัชญาครองบอลเกมรุกสวยงามก็เถอะ!


        ความปราชัยที่นครรัฐอิสระทางตอนใต้ฝรั่งเศสได้กลายเป็นหลักฐานฟ้องชัดว่า เป๊ป ยังก้าวไม่ถึงขั้นยอดโค้ชหัวแถวของโลก


        เขาเป็นโค้ชที่ดี หากแต่ต้องมีเงื่อนไขเกื้อหนุนไปสู่ฝั่งฝัน ทั้งนักเตะ "แมตช์วินเนอร์" พลิกเกมได้ด้วยตัวคนเดียว ตลอดจนแนวรับที่จัดระเบียบไว้เป็นกลุ่มก้อน


        "ผมพยายามมาตลอด และผมจะพยายามทำให้ได้อีกครั้ง" เป๊ป กล่าวเอาไว้อย่างไม่ย่อท้อหลังตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายชปล.เป็นครั้งแรกในอาชีพ


        อย่างไรก็แล้วแต่ เขาไม่มีทางพยายามจนบรรลุเป้าหมายได้ ตราบใดที่ลูกทีมบางคนพกคุณภาพแค่ระดับนี้!


"มอนตี้"
Facebook : Monty Fanpee

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : มอนตี้

จำนวนเรื่อง : 122
All post :
All view : 1,013,972
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263