คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. ซันเดย์

Fabriqu? en France

17/03/2017 0:53:53 น.


     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงรู้พิษสงของโมนาโกอย่างลึกซึ้ง เมื่อถึงตรงนี้


        แบบเดียวกับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยรู้สึกในปี 1997/98 และ อาร์เซน่อล เจอมาเมื่อฤดูกาล 2014/15 


        ทีมที่ดูด้อยกว่า  ศักดินาต่ำกว่า โดนประเมินว่าเป็นรองอย่าง โมนาโก กลับทำแสบใส่ทีมใหญ่ของอังกฤษ เมื่อเอาชนะด้วยกฏประตูทีมเยือนเหมือนๆ กันทั้ง 3 หน


        สื่ออังกกฤษพาดหัวทำนองว่า เป๊ป น่าขายหน้า เรือใบห่วยแตก ที่นัดแรกอุตสาห์ชนะ 5-3 แต่กลับบุกไปตกรอบ


        ส่วนหนึ่งก็ถูกที่ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้เล่นในฟอร์มของตัวเอง แต่เครดิตส่วนใหญ่ควรมอบให้กับทีมสีขาวแดงแห่ง สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ เสียมากกว่า


        อย่าลืมว่าพวกเขาเป็นทีมที่เกมรุกสะเด่าสุดยอดของยุโรปฤดูกาลนี้ นั่นยิ่งควรเป็นการสรรเสริญกุนซือหน้าตาเหมือนพี่ชายคนละเชื้อชาติของ อาร์เยน ร็อบเบน ที่ชื่อ เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม


        พักหลังมานี้ โมนาโก เลิกบ้าไม่เหมือนช่วงแรกๆ  ที่มหาเศรษฐีราชาปุ๋ยอย่าง ดมิทรี รีโบลอฟเลฟ เข้ามาเทคโอเวอร์ ที่ทุ่มซื้อตัวนักเตะอย่างน่าตกตะลึง เช่น ชูเอา มูตินโญ่, ราดาเมล ฟัลเกา และ ฮาเมส โรดริเกซ


        โมนาโก อาศัยซื้อตัวในฝรั่งเศสเอง รวมถึงการปั้นเด็กขึ้นมา 


        นักเตะวัยหนุ่มของพวกเขาที่ไม่ได้บ้าเลือดซื้อเอาเป็นเอาตายอย่างเมื่อ 3-4 ปีก่อน กลับเป็นกำลังสำคัญทำให้พวกเขามาถึงขั้นนี้ได้


        บอกได้เลยว่าตอนนี้ โมนาโก กลายเป็นเป้าให้ทีมใหญ่กว่ามองตามันเป็นมันกับขุมกำลังชุดนี้ของพวกเขา


        ริโอ เฟอร์ดินานด์ เขียนคอลั่มน์ลงใน ลอนดอน อีฟว์นิ่ง สแตนดาร์ด ฟรีก็อปปี้ของกรุงลอนดอน ก่อนเกมเมือคืนวันพุธ โดยชี้เป้า 5 นักเตะจากโมนาโก ที่หากย้ายมาเล่นในพรีเมียร ลีก เขามองว่ากระฉูดแน่


        รายชื่อพวกนี้ก็คงตรงกับใครหลายๆ คนมองกันอยูแล้วเช่น ฟาบินโญ่, เตียมูเอ้ บากาโยโก้, โตมาส์ เลอมาร์, แบร์นาโด้ ซิลวา และ คีเลียน เอ็มบั๊ปเป้ 


        รายหลังนี่กำลังร้อนสุดๆ ยืงไป 11 ประตูจาก 11 นัดหลังสุดทุกรายการ


        ด้วยวัยเพียง 18 ปีเศษ ทำให้ไม่แปลกใจที่ทำไมฤดูกาลที่แล้ว โมนาโก จึงรีบปล่อย อองโตนี่ มาร์กซิยาล ออกมาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทันทีที่ได้ราคางาม


        ด้วยอายุเท่ากันต้องบอกเลยว่า เอ็มบั๊ปเป้ เก่งกว่า "โทนี่"  ของเหล่าแฟนผีเสียอีก


        มาร์กซิยาล ก็เป็นดาวรุ่งอีกคนที่เคยโดนนำไปเปรียบกับ เธียร์รี่ อองรี แต่หากดูไอ้หนู คีเลียน เล่นใครก็ร้องว่าโอ้ นี่มากกว่า นิว อองรี เพราะตั้งแต่มีดาวรุ่งหลายต่อหลายคนโดนยกไปเทียบกับเทพบุตรห้อย รายล่าสุดอย่าง  เอ็มบั๊ปเป้ นี่ดูจะคล้ายที่สุด ทั้งลีลาการลากเลื้อย มือไม้เวลาวาดเท้ายิงประตู แถมเฉียบคมเหมือนกันอีกต่างหาก 


        เล่นขนาดนี้ไม่แปลกใจที่เนื้อจะหอมกำจายไปเหมือนพระถังซัมจั๋งที่โดนปีศาจต่างๆ อยากชิมเนื้อเพื่อเป็นอมตะ  ทำเอา โมนาโก รีบออกมากันท่าบอกยังไงก็ไม่ขายหรอกโว้ย


        โมนาโก ไม่ใช่เพิ่งมาดังเรื่องการปั้นเด็ก (รวมทั้งปลูกตั้งแต่เป็นเมล็ด ไปจนถึงการไปซื้อต้นอ่อนมาจากสโมสรอื่นแล้วเลี้ยงดูจนแข็งแกร่ง)


        รายชื่ออย่าง อองรี, เทรเซเก้ต์ กลายเป็นที่จดจำ ชุดนั้นยังมี ฟิลิปป์  คริสต็องวัล กองหลังดาวรุ่งที่บาร์ซ่า เอาไปแต่ปรากฏว่าไม่เวิร์ค 


         ยังมีชุดรองแชมป์ ชปล. ปี 2004 ทั้ง ฌูเลียง โรดริเกซ, กาแอล ชิเว่ต์, ปาทริซ เอวร่า, เซบาสเตียน สกิลลาชี่, เอมมานูเอล อเดบายอร์ และพวกที่มาเปรี้ยงเอาตอนอยู่กับพวกเขาเช่น ลูกัส เบร์นาดี้, ลูโดวิช ฌูลี่, เฌโรม โรเต็น เป็นต้น


        สโมสรจาก ลีก เอิง ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันในเวทียุโรปในช่วงหลังๆ เพราะพวกเขากลายเป็นลีกที่โดนมองว่าเป็นเกรด บี ของยุโรป


        ทั้งที่เอาเข้าใจตลอด 2-3 ทศวรรษมานี้ พวกเขาคือลีกที่สามารถผลิตนักเตะระดับสุดยอดได้มากมาย  เพียงแต่พวกเขาไม่ได้เห็นนักเตะเหล่านั้นเฉิดฉายในฝรั่งเศสเอง เพราะโดนสโมสรใหญ่ๆ ตามฉกไปหมด


        โดยเฉพาะพวกเหล่าสโมสรจาก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ


        จะว่าไป อาร์แซน เวนเกอร์ ที่แหละคือคนที่เปิดตลาดสากลระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสโดยแท้ ตั้งแต่ปลายยุค 90s 


        ตัวเขาเองก็เคยคุมโมนาโก แล้วไปสอยเอาดาวรุ่งจากฝรั่งเศสมาปั้นเพียบ ทั้งจากไปตกเขียวมาโดยตรงเช่นพวก นิโกล่าส์ อเนลก้า หรือไปเก็บตกจากอิตาลี อย่าง อองรี (ยูเวนตุสส), วิเอร่า (มิลาน) ไหนจะมี เอมมานูเอล เปอตีต์ ที่ซื้อมาตอนวัยพีคแล้วอีก (นี่ก็โมนาโก)


        ผู้เล่นจากฝรั่งเศส กลายเป็นรากฐานสำคัญต่อความสำเร็จของอาร์เซน่อลในยุคแรกของ เวนเกอร์


        ไม่เพียงเท่านั้น อริร่วมกรุงลอนดอนที่นิยมนักเตะต่างชาติมาก่อนใครเพื่อนอย่างเชลซี ลองสังเกตดีๆ จะพบว่า ผู้เล่นระดับขึ้นหิ้งของพวกเขาหลายคนก็ได้รับมาจากประเทศที่อยู่คนละฝากของช่องแคบโดเวอร์


        ยกคู่เซนเตอร์อย่าง ฟร้องคฺ เลอเบิฟ กับ มาร์กแซล เดอไซญี่ ไว้ก่อน เพราะมาตอนช่วงหลังๆ ของการค้าแข้งแล้ว แต่รายชื่อต่อไปนี้ คือเสาหลักของสโมสรในยุคใหม่จริงๆ


        วิลเลี่ยม กัลลาส, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ปีเตอร์ เช็ก, ไมเคิ่ล เอสเซียง และมาถึงปัจจุบัน เอแด็น อาซาร์ พวกนี้ย้้ายมาจากสโมสรในฝรั่งเศส


        แล้วก็ล่าสุด เต็งจ๋านักเตะยอดเยี่ยม PFA  ฤดูกาลนี้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ก็มาจากฝรั่งเศส เพียงแต่มี เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นผู้อิมพอร์ตเข้ามาปั้น ก่อนโดน เชลซี เซ้งมาใช้งาน


        ยุคนี้ กวาดตาไปทั่วพรีเมียร์ ลีก เราจะเห็น อูโก้ โยริส, โรล็องต์ กอสซิแอลนี่, โอลิวิเย่รฺ ชิรูด์,  อองโตนี่ มาร์กซิยาล  ที่มาจากฝากกระโน้นของช่องแคบ


        แม้กระทั่งนักเตะอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก็เคยผ่านงานที่ฝรั่งเศศมาแล้วทั้งสิ้น


        มีคำถามน่าสนใจอันนึงที่ถามว่า ทำไมทีมในพรีเมียร์ ลีก ถึงชอบไปซื้อนักเตะจากฝรั่งเศส  แทนที่จะเป็นนักเตะจากบุนเดสลีกา


        ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เยอรมันผงาดขึ้นมากับการปั้นนักเตะเยาวชน ทีมชาติกลับมาเกรียงไกร มีทีมที่นอกเหนือจาก บาเยิร์น โชว์ผลงานดีในยุโรป เช่น ดอร์ทมุนด์, เลเวอร์คูเซ่น และ ชาลเก้ ในช่วง 6-7 ปีหลัง ทีมอังกฤษก็นิยมไปหาของในเยอรมันมากขึ้น แต่ไม่ง่ายเท่าในฝรั่งเศส


        มีคนตอบไว้น่าคิด บอก ในเยอรมัน บางทีเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สุด


        อย่าลืมว่าเยอรมันเป็นประเทศที่ค่อนข้างร่ำรวย เศรษฐกิจดี นักเตะดาวรุ่งก็ไม่ได้ลำบากลำบนตอนเป็นเด็กเหมือนชาติจากยุโรปตะวันออก หรือแอฟริกา พวกที่โตมาในประเทศนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้อพยพเจนเนอเรชั่นแรก ก็มักจะย้ายทีมออกจากประเทศยาก


        นักเตะเยอรมันไม่ค่อยออกนอกประเทศอยู่แล้ว ทั้งที่ฝีเท้าดี


        ส่วนฝรั่งเศส มีส่วนผสมชองนักเตะเชื้อแอฟริกาเยอะ พวกนี้ลำบากมาก่อน การได้เงินหมายถึงชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวคนเดียว แต่ทั้งครอบครัวด้วย


        เช่น เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ได้รับการกระซิบว่าประหยัดสุดๆ ใช้ชีวิตติดดิน ตอนอยู่เลสเตอรเพื่อนๆ ขับสปอร์ตคาร์คันงาม หมอขับมินิคันเล็กๆ อาศัยในแฟลตที่อยู่ตรงข้าม คิง เพาเวอร์ นี่เอง เงินส่วนมากส่งกลับให้ครอบครัว


        สถานะของสโมสรในฝรั่งเศศ จึงโตไม่สุดในแง่ของฟุตบอล คุณมีโอกาสอาจจะเพียง 1-2 ฤดูกาล หากจะคาดหวังถึงความสำเร็จ เพราะะจากนั้น นักเตะดังๆ ของคุณจะโดนทีมใหญ่ในยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษและสเปน เข้ามาพรากไป


        ลักษณะนี้ คงคล้ายๆ กับที่เคยเกิดขึ้นในลีกดัตช์มาก่อนแล้ว


        ขณะที่ทีมที่ประกาศว่าเป็นสโมสรใหญ่อย่าง อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้ (เพิ่งเกิดใหม่) ยังไม่เคยได้แชมป์ยุโรปถ้้วยใหญ่เลย เชลซี ก็เพิ่งมาได้ปี 2012 หลังพยายามอยู่นาน แต่ พีเอสวี และ เฟเยนูร์ด เคยได้แชมป์ทีมละสมัย ส่วน อาแจ็กซ์ กดไป 4 สมัย 


        ครั้งหลังสุดคือปี 1995 ปีสร้างชื่อให้กับ หลุยส์ ฟาน กาล และนักเตะหนุ่มมากมายของพวกเขา เช่น คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, เอ็ดวิน ฟาน  เดอร์ ซาร์, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, มาร์ก โอเวอร์มาร์ส, มิเชล ไรซีเกอร์, ฟินิดี้ จอร์จ, เอ็นวานโก้ คานู และ พาทริค ไคลเวิร์ต 


        ทีมพลังหนุ่มชุดนั้นเอาชนะทีมที่ชื่อ เอซี มิลาน คุมโดยกุนซือนามว่า ฟาบิโอ คาเปลโล่ บอกแบบนี้ ยุคนั้นไม่มีใครอยากชนกับพวกเขาหรอก แต่ อาแจ็กซ์ ทำได้


        อ้อ ปีต่อมาพวกเขาก็ยังได้เข้าชิงอีกครั้ง แต่พ่ายจุดโทษให้กับ  ยูเวนตุส


        ยุคนั้น ขุมพลังการเงินอยู่ที่สองทีมใหญ่สเปน คือ  เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า  ยุคที่ได้ชื่อว่าเจ้าบุญทุ่ม


        ขณะที่อีกหนึ่งลีกร่ำรวยสุดขีดคือ กัลโช่  เซเรีย อา ยุคเรืองอำนาจ ถนนทุกรายมุ่งสู่กรุงโรม


        นักเตะดาวรุ่งจากทั่วยุโรปจึงโดนกระชากไปร่วมสโมสรใหญ่ในอิตาลี และสเปน กันหมด


        อย่าถามหาอะไรจากพรีเมียร์ ลีก ที่โดนมองว่าเป็นเพียงชาติในโลกที่ 3 ของวงการลูกหนังยุโรปเวลานั้น (แต่ดันเข้าถึงได้ง่ายสำหรับแฟนบอลทั่วไปมากกว่า โดยเฉพาะเมืองไทย)


        ภายหลัง ลีกอย่าง บุนเดสลีกา ที่มั่นคงอยู่แล้วก็มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ, ลา ลีกา ได้รับพลังหนุนจากสองยักษ์ที่ว่า บวกกับทีมระดับรองๆ ลงมาเช่น แอต มาดริด, บาเลนเซีย, เรอัล เบติส, เซบีย่า ช่วย ขณะที่ พรีเมียร์ ลีก เจอขุมทรัพย์ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด (และได้รับอิทธิพลจาก 2 ทีมใหญ่คือ แมนฯ ยูฯ กับ ลิเวอร์พูล) พวกเขาค่อยๆ เติบโต มั่งคั่ง


        ส่วน อาแจ็กซ์, พีเอสวี หรือ เฟเยนูร์ด กลับโดนตัดตอน หมายความว่า นักเตะดังๆ เก่งๆ พอรุ่งขึ้นมา หย่านมได้แป้บเดียว พวกยักษ์ที่ว่าก็มาโฉบเอากินหมดแล้ว 


        ทีมพวกนี้เลยต้องกลับไปเริ่มตั้งต้นปั้นนักเตะกันขึ้นมาใหม่ เราจึงเห็นทีมชาติฮอลแลนด์มีนักเตะดีๆ  อยู่เรื่อยๆ  (แต่ไม่ใช่ 3-4 ปีมานี้ที่มีแต่พวกของปลอมเสียเยอะ) แต่สโมสรของพวกเขากลับเป็นแค่ลูกไล่ในเวทียุโรป


        ปรากฏการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นกับ ลีก เอิง ตลอด 20 กว่ามานี้เช่นกัน


        นักเตะจากที่นั่น อาจไม่ใช่ฝรั่งเศสทั้งหมดที่ดังขึ้นมา แต่จำนวนเกินครึ่งใช่


        ทีนี้หายสงสัยหรือยังว่าทำไมทีมชาติฝรั่งเศศถึงได้มีผู่่เล่นฝีเท้าดีขึ้นมามากมาย สโมสรต่างๆ ปั้นเยาวชนเก่ง โมนาโก, ลียง, มาร์กเซย ไม่เว้นแม้แต่ ก็อง, เปแอสเช แถมยังมีศูนย์ฝึกนามระบือ แกรล์กฟงแตน อีก


        สโมสรในฝรั่งเศส อย่าง โมนาโก  ปีนี้อาจจะไปไม่สุดอย่างที่ มาร์กเซย ยุคเงินถังเคยทำได้ในปี 1993 และอีก 1-2 ปีหลังจากนี้ยังไม่รู้อนาคต


        ถ้าลองมองหาผู้เล่นดีๆ จากลีกฝรั่งเศส รับประกันว่ายังไงก็เจอ ขอให้ตาถึงเถอะ


        อ้อ แต่ถ้าของคัดเกรดแล้ว อย่างที่โมนาโกนำมาโชว์ 5-6 ตัวที่เห็นกันไปนี่ ตาถึงอย่างเดียวไม่พอ เงินต้องถึงด้วย แล้วมั่นใจได้เลยว่าไม่มีราคาถูกอย่างสมัยก่อนแน่นอน


ซันเดย์

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ซันเดย์

จำนวนเรื่อง : 296
All post :
All view : 1,553,907
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263