คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. มอนตี้

เก่าไป-ใหม่มา

09/01/2017 23:37:54 น.


     รายการเอฟเอ คัพ ถือเป็นโอกาสลงโชว์ฝีเท้าสำหรับนักเตะตัวสำรองทั้งหลายแหล่


        ไม่ว่าสโมสรยักษ์ใหญ่หรือไซส์มินิล้วนปฏิบัติการหมุนเวียนทีมมาก-น้อยขนาดไหนก็ว่ากันไป


        ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็รับผิดชอบกันเอาเอง อาทิ ลิเวอร์พูลจัด 11 คนแรกชุดอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วบ้อท่าได้แค่เปิดบ้านเสมอพลีมัธ 0-0 ก็ต้องยอมรับเกมแข่งเพิ่ม เหงื่อตกกีบลงเล่นทั้งสิ้น 7 นัดในเดือนมกราคม หากผ่านนัดรีเพลย์ไปได้


        อย่างไรก็ดีไม่มีเซอร์ไพรส์ใดๆ ทั้งสิ้นในหมู่ท็อปซิกซ์ที่เหลือ เช่นเดียวกับเชลซีที่นอกเหนือจากชนะสวยงามในบ้านเหนือปีเตอร์โบโร่ ยังได้ฤกษ์ต้อนรับสมาชิกที่หายหน้าหายตาไปนานอีกต่างหาก


        หลังผ่านศึกหนักมาราธอนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปเรียบร้อยก็ถึงเวลาอันควรที่ อันโตนิโอ คอนเต้ จะหมุนเวียนทีมรักษาความสดบ้าง


        กุนซือชาวอิตาเลียนเปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 ตัวจากแมตช์บุกพ่ายท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อกลางสัปดาห์ โดยมีเพียง แกรี่ เคฮิลล์ และ เปโดร โรดรีเกซ ที่ได้ออกสตาร์ตต่อ


        นอกนั้นเป็นขุนพลสำรองล้วนๆ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ จอห์น เทอร์รี่ รีเทิร์นสวมปลอกแขนกัปตันตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่ตกรอบลีก คัพ ด้วยน้ำมือเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อปลายเดือนสิงหาคมโน้น


        อีกคนคือ คูร์ท ซูม่า แข้งเลือดน้ำหอมที่ถูกส่งลงน้ำเกมชุดใหญ่หลังเจ็บเข่ารุนแรงพักยาว 11 เดือน


        ทั้ง 2 ปราการหลังต่างวัยลงเล่นเซนเตอร์แบ็กร่วมกับ เคฮิลล์ โดยมี อัสมีร์ เบโกวิช หิ้วถุงมือเฝ้าเสาแทน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ซึ่งได้พักไม่มีชื่อกระทั่งสำรอง (เอดูอาร์โด้ โกลมือ 3 ชาวโปรตุกีสอยู่บนม้านั่ง)


        กลางสนาม เชส ฟาเบรกาส เป็นแม่ทัพคุมเกมคู่กับเด็กปั้นอย่าง เนธาเนียล ชาโลบาห์ ริมเส้นโยกเอา เปโดร ลงเลื้อยทางซ้าย อีกฟ่ากเป็น บรานิสลาฟ อิวาโนวิช


        แนวรุกวาง รูเบน ลอฟตัส-ชีค อีกหนึ่งผลิตผลอะคาเดี่สิงห์บลูส์ ยืนปั้นเกมเคียงข้าง วิลเลี่ยน คอยสนับสนุนหน้าเป้า มิชี่ บาตชูอายี่ หอกหนุ่มเบลเจี้ยนผู้ซึ่งระยะหลังมีข่าวว่าเริ่มไม่พอใจกับบทบาทตัวสำรองอดทน


        อดีตดาวยิงโอลิมปิก มาร์กเซย ก็ต้องทำใจหนักหน่อยเมื่อมี ดีเอโก้ กอสต้า ยืนขวางทางอยู่ด้วยฟอร์มอันร้อนแรง จนลือกันว่าอาจหาทางออกภายใต้สัญญายืมตัวในช่วงเปิดตลาดฤดูหนาว


        เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว "เดอะ ซัน" สื่อแท็บลอยด์แดนผู้ดีตีข่าวว่า คอนเต้ เล็งปล่อยไปให้สวอนซี ซิตี้ ในรูปแบบดีลแลกเปลี่ยนกับ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ จอมโขกชาวสเปนที่เคยร่วมงานกันมาก่อนในทีมยูเวนตุส


        ได้ร่วมงานกับนักเตะที่คุ้นเคย ประจวบเหมาะทัพหงส์ขาวตกรอบเอฟเอ คัพ แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องคัพ-ไท ดีลนี้จึงมีความเป็นไปได้เหมือนกัน


        ยกเว้นเพียงแหล่งที่มานั้นคือหนังสือพิมพ์ยี่ห้อพระอาทิตย์ที่ขึ้นชื่อ "นั่งเทียน" ยังไงก็ฟังหูไว้หูก่อนละกัน


        เรื่องนั้นค่อยว่ากันมาดูประเด็นในสนาม ถือว่านักเตะชุด 2 ของสิงโตน้ำเงินครามแทบทุกคนล้วนมีเกมที่น่าจดจำ ยกเว้นเพียงกัปตันทีมขวัญใจกองเชียร์


        เป็นธรรมเนียมก่อนแข่งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะมีโฆษกยืนอยู่กลางสนามถือไมค์ประกาศรายชื่อตัวจริงทั้งเจ้าถิ่น-ทีมเยือน ขณะที่หลายๆ สโมสรเลิกใช้วิธีนี้แล้วประกาศผ่านลำโพงเสียงตามสายแทน


        เมื่อใดที่โฆษกคุณลุงหัวเหม่งเอ่ยชื่อ "จอห์น เทอร์รี่" เมื่อนั้นย่อมตามมาด้วยเสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้องสนาม โดยนอกจากนั้นแล้วแมตช์นี้ยังมีบทพูดพิเศษกล่าวอำลา ออสการ์ และ จอห์น โอบี มิเคล มิดฟิลด์ทั้ง 2 หน่อที่อำลาไปขุดทองในลีกจีนด้วย


        เทอร์รี่ ยืนตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตรงกลางแบบเดียวกับ ดาวิด ลุยซ์ ยามลงเล่นพรีเมียร์ลีก โดยฝากผลงานจ่ายบอลเข้าเป้าร้อยเปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 30 ครั้ง หากแต่หน้าที่หลักๆ ในฐานะกองหลังทำได้ไม่ค่อยดีนัก


        อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษวัย 36 ดวลกับคู่แข่งชนะเพียง 20% น้อยกว่าทั้ง เคฮิลล์ (50%) หรือกระทั่งคนที่หายหน้าไปนานอย่าง ซูม่า (60%)


        ที่สำคัญ "เจที" ยังหางานให้แข้งรุ่นน้องจากจังหวะทำฟาวล์ ลี แองโกล กองหน้าปีเตอร์โบโร่ที่กำลังหลุดเข้าเขตโทษ จนได้รับรางวัลจากผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์ มอบใบแดงให้ไปอาบน้ำก่อนเพื่อนในนาทีที่ 67


        กัปตันเบอร์ 26 เอามือกุมหัวพยายามทักท้วงเชิ้ตดำแต่ไม่เป็นผล โดย คอนเต้ มองว่าชอตดังกล่าวเป็นการตัดสินผิดพลาด เนื่องจากไม่ได้มีการสัมผัสโดนตัว ทางสโมสรจึงเตรียมยื่นอุทธรณ์โทษแบน


        แต่ต่อให้ใบแดงนั้นถูกลบล้างไปก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแมตช์นี้เป็นโมเมนต์ไม่น่าจดจำในวันที่ เทอร์รี่ ลงตัวจริงเอฟเอ คัพ ครบหลักครึ่งร้อย (แต่เป็นการออกสตาร์ตแค่นัดที่ 8 ทุกรายการฤดูกาลนี้)


        ถึงอย่างไรใบแดงของ เจที ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรในเกมอยู่แล้ว เหตุเพราะเพลานั้น เชลซีนำห่าง 3-0 แล้วจาก เปโดร, บาตชูอายี่ และ วิลเลี่ยน


        ทีมเยือนจากเวทีลีก วัน มีหือมีอือเหมือนกัน ฮึดตีไข่แตกจากลูกยิงระยะ 6 หลาของ ทอม นิโคลส์ ก่อนที่ เปโดร เบิ้ลตาข่ายตัวเองรักษาช่องว่างห่าง 3 เม็ด จนจบเกมไปด้วยสกอร์นี้


        ทุกอย่างเป็นไปตามคาดหมาย ไม่เหนือบ่ากว่าแรงใดๆ ทั้งสิ้นในภารกิจเผด็จศึกรองบ่อนจากเคมบริดจ์เชียร์ ขึ้นไปทางทิศเหนือกรุงลอนดอน


        ไล่ดูรายชื่อผู้เล่นทีมอาคันตุกะแล้วก็ไม่สงสัยเลย กันดารดาวเด่น พอจะคุ้นหูบ้างคงเป็น ลุค แม็คกี นายประตูที่ยืมมาจากสเปอร์ส รวมถึง มาร์ติน ซามูเอลเซ่น มิดฟิลด์ที่ลงสำรองเป็นนักเตะเวสต์แฮมปล่อยมาให้ยืม


        ขณะที่ แกรนท์ แม็คคานน์ กุนซือพวกเขา เป็นอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือของเวสต์แฮม รวมถึงปีเตอร์โบโร่เอง โดยเพิ่งผันตัวรั้งบังเหียนเต็มๆ เมื่อซัมเมอร์ปีก่อนนี้เอง

        อนึ่ง ปีเตอร์โบโร่ มีฉายาเป็นทางการว่า "เดอะ พอช" ก็เหมือนกับเชลซีล้างแค้นเอาคืน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายใหญ่ไก่เดือยทองซึ่งมีนิกเนมว่า "พอช" เช่นกัน (HAHA)


        เรื่องเดียวเท่านั้นที่ผิดแผน คอนเต้ คือใบแดง และผลงานของ เทอร์รี่ ไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร เห็นทีจะยากส์ในการสอดแทรกแย่งตำแหน่งกับสามประสานทั้ง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า-ดาวิด ลุยซ์-แกรี่ เคฮิลล์


        ในทางกลับกัน แง่งามหลังเกมย่อมต้องเป็นการได้ ซูม่า กลับมาเป็นตัวเลือกเสมือนเซ็นสัญญานักเตะคนใหม่


        พร้อมกันนั้น เชลซียังทำการเรียกตัว นาธาน อาเก้ กองหลังชาวดัตช์กลับจากสัญญายืมตัวกับบอร์นมัธ เท่ากับว่าได้แนวรับอายุน้อยมา 2 คนโดยไม่ต้องเสียเงินสักเพนนีเดียวอีกต่างหาก!


        เทอร์รี่ ลดบทบาทโรยราไปตามวัย แต่ยังมี ซูม่า และ อาเก้ พุ่งพรวดสวนทางขึ้นมา ปัญหาแนวรับเป็นอันว่าจบลงไปด้วยดีแล้ว


        เป้าหมายซื้อตัวหากสนใจร่วมวงในตลาดซื้อ-ขายฤดูหนาวคงมีแค่ "กองกลาง" หลังขายทั้ง ออสการ์ และ มิเคล


        หรือไม่ยังสามารถพึ่งพาทั้ง 2 เด็กปั้นอย่าง ชาโลบาห์ และ ลอฟตัส-ชีค เฉพาะอย่างยิ่งรายหลังฉายฟอร์มน่าดูชมในจังหวะดวล 2 ต่อ 4 จ่ายกลับให้ บาตชูอายี่ ตะบันประตูที่ 2 ของเกม


        บาตชูอายี่ เป็นอีกคนที่ได้รับคำชมจากสื่ออังกฤษ แม้ในพรีเมียร์ลีกได้มีส่วนร่วมแค่ 82 นาทียิงประตูเดียว ทว่ากับรายการบอลถ้วยถือเป็นขนมหวาน กดไป 3 ดอกส์จาก 4 เกม (เอฟเอ 1, ลีก คัพ 3)


        นอกเหนือมีชือบนสกอร์บอร์ด สไตรเกอร์วัย 23 ยังสร้างประโยชน์มากมาย เกือบเรียกจุดโทษช่วงต้นเกม หาโอกาสยิงทั้งสิ้น 8 ครั้ง โดนเซฟไป 2 รวมถึงติดบล็อกจังหวะสุดท้ายโดย กวิออน เอ็ดเวิร์ดส์ อย่างน่าเสียดาย


        ก็จริงอยู่ที่ว่าเป็นเกมเจอปีเตอร์โบโร่ คู่แข่งซึ่งไม่มีอะไรมาสู้ได้ แต่ขณะเดียวกัน บาตชูอายี่ ก็ปล่อยของให้เห็นแล้วว่ามีศักยภาพพร้อมต่อยอดหากได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง


        นิตยสาร "โฟร์โฟร์ทู" ฉบับวางแผงเดือนธันวาคม 2015 เคยนิยาม บาตชูอายี่ ไว้ในความคล้ายคลึงกับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทั้งความเร็ว-ร่างกายแข็งแกร่ง-ยืนตำแหน่ง และการเล่นบอลเชื่อมกับเพื่อนๆ


        พินิจพิเคราะห์ดูแล้ว คอนเต้ ควรเก็บเอาไว้ใช้งานมากกว่าปล่อยยืมตัวในซัมเมอร์ เผื่อเหลือเผื่อขาดหนทางข้างหน้า กอสต้า บาดเจ็บหรือติดโทษแบนขึ้นมาก็ทดแทนได้โดยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก


        ดีกว่าไปดึงเอา ยอเรนเต้ ลูกน้องเก่าของ คอนเต้ ตามข่าวลือสื่อบ้านนั้นเมืองนั้นอีก


        อย่างไรเสีย โอกาสตัวจริงเตรียมกองอยู่ตรงหน้า บาตชูอายี่ ในไม่นานเกินรอกับเกมรอบ 4 ซึ่งแข่งขันช่วงสุดสัปดาห์สุดท้ายเดือนมกราคม--คู่แข่งคือทีมไหนรับทราบกันแล้วจากผลจับสลาก


        ถึงจะดวงสมพงศ์ชนตอเจอทีมใหญ่ก็ม่องห่วง คอนเต้ โรเตชั่นเช่นเดิมแน่นอน


        ในเมื่อให้หลังเกมบอลถ้วยรอบ 4 ไม่กี่วันแล้วมีบิ๊กแมตช์เดิมพันสูงรออยู่ที่แอนฟิลด์!


"มอนตี้"
Facebook : Monty Fanpee

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : มอนตี้

จำนวนเรื่อง : 114
All post :
All view : 882,434
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน
สเปอร์สก็มา...
ความปราชัยที่ยอมรับได้
ทีมงานสตาร์ซอคเกอร์
ความปราชัยที่ยอมรับได้

View : 8,912 Post : 0
ไวกิ้ง-วิ่งไกล
เปาผี
ไวกิ้ง-วิ่งไกล

View : 16,964 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263