คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. มอนตี้

สร้างเสริมประสบการณ์เอฟเอ คัพ

08/01/2017 23:38:38 น.


     ฟุตบอลเอฟเอ คัพ มอบความทรงจำหอมหวานนับไม่ถ้วนให้แก่ชีวิตผมเลยก็ว่าได้


        รู้ซึ้งกินใจในเกมลูกหนังจากรายการนี้นี่แหละ ที่ผ่านมาแค่สัมผัสผ่านๆ จนหลงใหลหัวปักหัวปำในพลันที่เห็นชอตคลาสสิก เอริก ก็องโตน่า ถอยหลังวอลเลย์ประตูชัยดับฝันบางทีมพร้อมขึ้นแท่นดับเบิลแชมป์ 1996 (อิอิ)


        แหกปากลั่นไม่เกรงใจใครเมื่อ ไรอัน กิ๊กส์ ลากลุยแหวกขุนพลอาร์เซน่อลคนแล้วคนเล่าเข้าไปยิงแสกหน้า เดวิด ซีแมน พาแมนฯ ยูไนเต็ดเข้าชิงชนะเลิศ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่เส้นทาง 3 แชมป์ในอีก 3 ปีถัดมา


        ช่วงเวลาน่าหดหู่ทีมรักผลงานต่กต่ำต่อเนื่องก็มาได้ถ้วยเก่าแก่ใบเดียวกันช่วยป่ลอบประโลมได้บ้าง ในฐานะโทรฟี่หนึ่่งเดียวที่ หลุยส์ ฟาน กาล ฝากฝังประดับตู้โชว์สโมสร


        เปิดม่านเอฟเอ คัพ 2017 ผมได้รับความทรงจำดีๆ อีกครั้ง หลังมีหมายงานให้ไปสัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ในสนามของทีมนอกอาณาจักรพรีเมียร์ลีก


        อนึ่ง...ขออนุญาตนับรอบ 3 เป็นจุดเริ่มต้นเอฟเอ คัพ อย่างเต็มตัว รอบก่อนๆ ไม่นับเพราะมีแต่ทีมลีกวัน-ทู จนถึงนอกลีก


        อันที่จริง ลอฟตัส โร้ด รังเหย้าของควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ไม่ได้หลุดพ้นสารบบพรีเมียร์ลีกไปนานนักเลย เพิ่งตกชั้นไปในซีซั่น 2014-15 แต่บรรยากาศเหมือนห่างหายไปนานอย่างไรอย่างนั้น


        สังเวียนนี้เดินทางไปไม่ยากจากฐานบัญชาการสตาร์ ซอคเก้อร์ ประจำกรุงลอนดอน ติดอันดับ 3 ใกล้ที่สุดเป็นรองแค่ฟูแล่ม และเชลซี


        เจ้าสัวน้อยตั้งรกรากที่ พัทนี่ย์ บริดจ์ เลยไปหน่อยเป็นถิ่นสิงห์บลูส์อยู่ ฟูแล่ม บรอดเวย์ ย่านคนมีอันจะกิน ฉีกขึ้นเหนืออีกนิดสู่ย่านตะวันตกก็ถึงรังคิวพีอาร์แล้วครับคุณผู้ชม


        การเดินทางแสนสะดวก ใกล้สถานีอันเดอร์กราวน์ด "ไวท์ ซิตี้ สเตชั่น" และ "วู้ด เลน" รวมถึงรถบัสวิ่งผ่านหลายสาย


        ระยะทางไม่ไกลกันมีห้าง "เวสต์ฟิลด์" ให้ช็อปปิ้งหาของกินฆ่าเวลาทั้งก่อน-หลังแข่ง


        กระนั้นย้ำอีกรอบว่าบรรยากาศที่นี่เหมือนห่างหายพรีเมียร์ลีกไปนาน--ช่างเงียบเหงาสิ้นดี


        ตัวสิ่งก่อสร้างบ่งบอกอายุใช้งานเก่าแก่ไม่เบา (เปิดใช้งานปี 1904) มิต่างจากร้านรวงรอบข้าง


        อย่างไรก็ดี ห้องนักข่าวที่นี่ถือว่าผ่าน พื้นที่ใช้สอยพอประมาณ บริการเน็ตไว-ไฟ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ดีกว่าที่คิด


        อาหารการกินอาจน้อยไปหน่อย มีแค่พาย-แซนด์วิช-ซุป และเครื่องดื่มร้อน-เย็น แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังอะไรมากนักอยู่แล้ว


        เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านพี่ไก่ป่า ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้บอกเกร็ดข้อมูลเพิ่มเติมว่าสมัยอยู่พรีเมียร์ลีก คิวพีอาร์บริการดีกว่านี้เยอะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีเพราะต้องลดต้นทุนประหยัดค่าใช้จ่าย


        สถานภาพทีมพรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนชิพย่อมแตกต่างกันมากอยู่แล้ว


        อีกอย่างที่เห็นข้อแตกต่างคือหนังสือแมตช์เดย์โปรแกรมมาในขนาดบางเฉียบ เนื้อหาข้างในแทบไม่มีอะไร ผิดกับทีมลีกสูงสุด บางสโมสรออกแบบสวยงามขนาดนิตยสารยังอายเลยทีเดียว


        ในสนามก็โหรงเหรง อาจเพราะเหตุที่เป็นเกมบอลถ้วยเจอแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมแชมเปี้ยนชิพเหมือนกัน ทำให้แฟนบอลมากันน้อย ปิดอัฒจันทร์ไปเลยหนึ่งฝั่งโล่งๆ


        อัฒจันทร์ทีมเยือนมีคนนั่งแค่ชั้นบน แฟนบอลกุหลาบมาดูกันทั้งสิ้น 917 ชีวิต


        ส่วนตัวเลขแฟนบอลทั้งหมดในสนามนั้นอยู่ที่ 7,482 จากความจุ 18,439 ที่นั่ง--ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ!


        สุดท้ายแล้ว กองเชียร์แบล็คเบิร์น 900 กว่าชีวิตเป็นฝ่ายสุขสมหวังด้วยชัยชนะ 2-1


        รูปเกมอย่าถามหาคุณภาพ เครดิตส่วนหนึ่งยกให้นักเตะกุหลาบไฟวิ่งสู้ฟัดน่าดูชม แต่อีกส่วนเจ้าถิ่นเองนั่นแหละที่ผิดพลาด


        สกอร์นำตั้งแต่ต้นเกมมาจากจังหวะที่ แม็ตต์ อิงแกรม นายทวารคิวพีอาร์ ปัดลูกโขกของ แซม กัลลาเกอร์ ดาวยิงตัวยืมจากเซาธ์แฮมป์ตัน กระฉอกออกมาแล้วไปโดน โจเอล ลินช์ ทะเล่อทะล่าทำเข้าประตูตัวเอง

 

โทษฐานที่เป็นเกมบอลถ้วยเจอคู่แข่งไม่น่าสนใจ ในสนามเลยเหลือที่นั่งว่างทั้งอัฒจันทร์อย่างนี้!


        จบครึ่งแรกไปแบบจืดๆ ก่อนที่ เลียม ฟีนี่ย์ ยิงซ้ำเผาขนนำห่างเม็ดสอง จากนั้น เยนี เอ็งบาโกโต้ กองหน้าสำรองเรียกฟาวล์จุดโทษให้ เจค บิดเวลล์ สังหารตีไข่แตก แต่สุดท้ายแล้วได้แค่นั้นแพ้คาบ้านตกรอบไป


        ความปราชัยดังกล่าวส่งให้ควีนส์ปาร์คตกรอบ 3 เป็นครั้งที่ 48 ในประวัติศาสตร์ เป็นตัวเลขไม่น่าอภิรมย์ มากที่สุดเทียบเท่าพลีมัธ อาร์ไกล์ ซึ่งป่านนี้คงแซงหน้าไปแล้วหลังไปเยือนลิเวอร์พูลในเกมวันอาทิตย์


        ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เอียน ฮอลโลเวย์ ผู้จัดการทีมคิวพีอาร์ย่อมไม่ปลื้ม อุตส่าห์อยู่ในช่วงมั่นใจคว้าชัยในลีก 2 นัดติดกลับโดนเบรกอารมณ์แพ้ง่ายๆ อย่างนี้


        กระนั้นสภาพทีมคือปัญหาส่วนหนึ่ง เวลานี้คิวพีอาร์ขาดแคลนตัวเลือกแดนหน้าระดับหนักหนาสาหัสเลย


        อิดริสซ่า ซิลล่า หอกผิวสีเจ็บศีรษะกระทบกระเทือนหลังพังสกอร์ในเกมเปิดรังเชือดอิปสวิช ทาวน์ อีกทั้ง คอเนอร์ วอชิงตัน ดาวยิงไอร์แลนด์เหนือที่ลงมาแทนก็น่องเดี้ยงตอนซ้อมด้วยคน


        ในราย เซบาสเตียน โพลเตอร์ ศูนย์หน้าชาวเยอรมันยังคงเจ็บหลังไม่หาย ตลอดจนอีกสองกองหลังก็เดี้ยงทั้ง สตีเว่น คอลเกอร์ และ แจ็ค โรบินสัน


        ด้าน ไมเคิ่ล ดัฟตี้ และ ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง ถูกเรียกกลับมาจากสัญญายืมตัวที่สวินดอน ทาวน์ ทว่าติดคัพไทตามมาด้วยเช่นกัน


        ทั้งหมดที่ว่ามานั้นมีส่วนทำให้ เอียน ฮอลโลเวย์ ตัดสินใจเปลี่ยนทีมถึง 5 ตำแหน่ง แถมระบบการเล่นปรับเป็นวิงแบ็กอีกต่างหาก


        แม็ตต์ อิงแกรม ลงเฝ้าเสาแทนมือหนึ่ง อเล็กซ์ สมิธี่ส์ แนวรับมี เนดุม โอนูโอฮา สวมปลอกแขนกัปตันลงประคอง แกรนท์ ฮอลล์ และ โจเอล ลินช์ พร้อมด้วย เจมส์ เพิร์ช และ เจค บิดเวลล์ ดูแลริมเส้นขวา-ซ้ายตามลำดับ


        กลางสนาม ลูออนโก้ เป็นคีย์แมนเคียงข้าง พาเวล เวิสโซเล็ค กับ เบน แกล็ดวิน คู่หน้าวางจอมเก๋า เจมี่ แม็คกี ผนึกกำลัง เอเบเร่ เอเซ่ ไอ้หนูวัย 18 ที่อยู่ไม่ถึง 20 นาที่ก็เจ็บไปอีกคน


        ผลลัพธ์ปรับทีมออกมาไม่เวิร์กทำเอา ฮอลโลเวย์ ฉุนควันออกหูที่ลูกทีมไม่ทุ่มเทให้สมกับที่ให้โอกาส


        "ทีมชุดนั้นที่ไม่เคยลงเล่นมาก่อนจะไม่ถูกเลือกอีกแน่ มันเข้าใจได้ง่ายๆ อยู่แล้วว่าทำไม"


        "ผมอยากเห็นทีมต่อสู้ ทุ่มเทเพื่อกันและกัน แต่น่าเสียดายที่ทำไม่ได้ ง่ายๆ เลยคือเราทำได้ไม่ดีพอในฐานะกลุ่มทีม มันน่าผิดหวังสุดๆ"


        "มันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราต้องจัดการอะไรบางอย่าง เราทำได้ไม่ดีพอ เจมี่ แม็คกี เล่นโอเค--เขาวิ่งเข้าแท็กเกิลใส่ทุกคน แต่คนอื่นหายไปไหน? ดูเอาละกัน"


        "ผมเปลี่ยนทีมบางตำแหน่ง แต่ยังต้องการชัยชนะ และผมก็เชื่อว่านั่นเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอแล้วนะ" ฮอลโลเวย์ ที่เคยค้าแข้งกับควีนส์ปาร์คมาก่อน ร่ายยาว


        ในทางกลับกัน ทีมกุหลาบไฟปรับทัพ 4 จุดแต่ยังคงรักษาตรงในระบบสามัญ 4-4-2 สลับเอา แซม กัลลาเกอร์ ลงล่าตาข่ายคู่กับ แดนนี่ แกรม อดีตหัวหอกสไตล์โบราณของสวอนซี ซิตี้ และซันเดอร์แลนด์ โดยมี เบน มาร์แชลล์ ที่หายเจ็บโคนขาหนีบคืนตัวจริงปั้นเกมริมเส้น วิ่งสลับฝั่งกันกับ เลียม ฟีนี่ย์


        อีก 2 คนที่ได้โอกาสออกสตาร์ตคือ ดาบิด ราย่า โกลสำรองชาวสแปนิช และ เอลเลียตต์ เบนเน็ตต์ แบ็กซ้าย


        นอกนั้นหน้าเดิมจากเกมพลิกชนะนิวคาสเซิ่ลทั้ง ชาร์ลี มัลกรูว์, กอร์ดอน เกรียร์, เดอร์ริค วิลเลี่้ยมส์, โฮป อั๊คปาน และ เจสัน โลว์ กัปตันทีมผู้อยู่โยงมาตั้งแต่ก่อนร่วงจากพรีเมียร์ลีกเมื่อ 2012


        ชัยชนะที่ลอฟตัส โร้ด น่าจะสร้างแรงกระตุ้นชั้นดีแก่ลูกทีมของ โอเว่น คอยล์ ซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับ 3 จากท้ายตารางแชมเปี้ยนชิพ--ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อเป็นทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก


        ต่อให้ได้ชัยชนะแต่คุณภาพการเล่นยังไม่ผ่าน หากคิวพีอาร์คมกว่านี้ เกมอาจยืดเยื้อไปแข่งใหม่ที่อีวู้ด พาร์ค ก็ได้


        เป้าหมายคืนเวทีลีกสูงสุดต้องพับเก็บไป ตอนนี้เอาตัวรอดพ้นตกชั้นจากชปช.ให้ได้เสียก่อน


        ทางด้านคิวพีอาร์ก็อันดับไม่ดีพอๆ กันอยู่ที่ 17 จากทั้งหมด 24 ทีม เลิกพูดเรื่องเลื่อนชั้นแถมยังไม่ปลอดภัยห่างโซนอันตรายแค่ 5 แต้มเท่านั้น


        นี่คือช่วงเวลาไม่น่าจดจำสำหรับทั้ง 2 สโมสร ตรงข้ามกับอดีตเรืองรองในนามทีมพรีเมียร์ลีก


        สำหรับผม ประสบการณ์เอฟเอ คัพ ครั้งแรกได้มอบภาพต่างๆ น่าจดจำไว้มากมายทีเดียว


        มิใช่เพียงสัมผัสบรรยากาศหามีไม่ในพรีเมียร์ลีก หากแต่ยังได้เห็นนักเตะคนหนึ่งซึ่งใครหลายๆ คนหลงลืมกันไป


        เหตุเกิดช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 3 กองหลังหมายเลข 30 ของแบล็คเบิร์นถูกส่งลงสนามมาช่วยขันแนวรับปิดเกม


        เขาคนนั้นคือ "เวส บราวน์" อดีตแบ็กขวาแมนฯ ยูไนเต็ด, ทีมชาติอังกฤษ และแชมป์ยุโรป!


        ประสบการณ์เอฟเอ คัพ ครั้งนี้ช่างคุ้มค่าน่าจดจำเสียจริงๆ!!!


"มอนตี้"
Facebook : Monty Fanpee

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : มอนตี้

จำนวนเรื่อง : 113
All post :
All view : 876,474
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน
ความปราชัยที่ยอมรับได้
ทีมงานสตาร์ซอคเกอร์
ความปราชัยที่ยอมรับได้

View : 6,232 Post : 0
ไวกิ้ง-วิ่งไกล
เปาผี
ไวกิ้ง-วิ่งไกล

View : 15,371 Post : 0
ฤดูกาลคืนกำไร
ต.โต้ง
ฤดูกาลคืนกำไร

View : 18,038 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263