คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. Jackie

ทีมของมู...สถิติของ รูน

08/01/2017 23:16:10 น.


     ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบสี่เอฟเอ คัพอย่างง่ายดายไร้ปัญหา พร้อม เวย์น รูนีย์ สร้างสถิติยิงประตูเทียบเท่ากับ เซอร์ บ๊อบบี ชาร์ลตัน รวม 249 ประตูทุกรายการ


        ควันหลังเกมถล่มเรดดิ้ง ทีมที่มีเจ้าของเป็นคนไทย คงมีสองเรื่องให้พูดถึง


        เริ่มกับฟอร์มของผีแดงที่ชนะรวดติดต่อกัน 8 นัดทุกรายการเป็นพรีเมียร์ลีกซะ 6 ยูโรปา ลีก 1 และเอฟเอ คัพล่าสุด พร้อมทั้งยืดสถิติไม่แพ้ใครเป็น 14 นัดของ โชเซ มูรินโญ แถมด้วยสถิติ ไมเคิล คาร์ริค ลงสนามในปีนี้ชนะ 14 เสมอ 2 เป็น 16 นัดที่ คาร์ริค นักเตะวัย 35 ปี อายุน้อยกว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด ปีสองปีทำได้


        คาร์ริค อาจจะไม่ใช่อนาคตของแมนฯยูไนเต็ด แต่ คาร์ริค มีความสำคัญในปัจจุบัน ในสนาม หลายคนเรียกเฮียแปะ แต่การเล่นแบบ คาร์ริค ถ้าไม่เคยเล่นฟุตบอลในสนามแบบจริงจัง คงไม่ทราบว่า "แปะ" บอลแบบนี้ไม่ง่าย


        การทำบอลยากให้เป็นง่าย, การสวิทช์บอล, การเปลี่ยนบอล การเข้าไปทำให้สถานะการณ์อึดอัดคลี่คลาย มันคือหน้าที่ของนักเตะกองกลาง จะเป็นกลางแบบ ฮาร์ดแมน ตัดเกมหรือ โฮลดิ้ง ศัพท์ที่นักข่าวอังกฤษใช้เรียกก็แล้วแต่


        หน้าที่ไม่แตกต่าง


        ถ้าจะสมบูรณ์แบบกองกลางที่ตัดบอลได้แล้วรุกได้ยิ่งดี ถ้ามีประโยชน์กับทีม สนับสนุนเพื่อนร่วมทีม กองหลัง ตัวกลาง, ด้านข้าง, ตัวรุกริมเส้น, หรือตัวรุกข้างใน ด้วยเพราะนักเตะตำแหน่ง คาร์ริค จะมีคุณสมบัติพิเศษ คือมองเห็นเกมข้างหน้า และพร้อมจะให้บอลไปยังตำแหน่งที่ได้เปรียบ หรือไม่ก็ชะลอเกมจากเร็วให้ช้า เพื่อให้ทีมได้ครองบอล ไม่ใช่เสียบอล


        ฟังดูน่าเบื่อสำหรับผู้ที่รักความเร็วในการเล่นหรือสปีดบอล แต่ถ้าสปีดแล้วไม่แม่น มันก็ป่วยการ แถมเสียบอลให้คู่แข่ง


        เฮีย แปะ ที่แฟนบอลไทยล้อเลียน มีประโยชน์มากกว่าการล้อเลียน


        คาร์ริค กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าวัย 35 ปีของเขามันคล้ายๆกับที่เล่นเมื่อครั้งแรกที่ย้ายจากสเปอร์ส มาแมนฯยูไนเต็ด แตกต่างเรื่องสปีดและการเติมขึ้นไปช่วยยิงประตู ที่เป็นของแถมในความดีงามของเขา


        การพบกับเรดดิ้งนั้น คาร์ริค อยู่ในทีมชุดนี้โดยเล่นกลางกับ เฟลไลนี ที่ต้องรับบทตัวบู๊ให้ ขึ้นหน้าถ้าจะเติมเกมรุกเพราะเขาเฝ้าเกมในแดนกลางให้ ส่วนกลางรุกสามคน มาร์กซิยาล, มาต้า และ รูนีย์ ก็คอยสนับสนุนเกมรุกข้างหน้าที่มี เจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ด นี่แหละที่เป็นอนาคตของทีมในตำแหน่งศูนย์หน้า


        ถ้าศึกษาการเล่นของ สลาตัน อิบราฮิโมวิช เก็บเกี่ยวประสบการณ์จาก อิบรา ได้ เชื่อว่าอนาคตสดใสและจะเป็นดาวยิงที่อาจเป็นกองหน้าคนต่อไปที่ทำลายสถิติ เวย์น รูนีย์ ได้ เพราะเขามีครบทุกอย่างแล้ว


        ความเร็ว, สเตปการเล่นบอล, ความมั่นใจ ขาดแค่ความคมในการยิงนิดๆหน่อยๆ และวุฒิภาวะในการเล่นเกมเท่านั้น ค่อยเสริม ค่อยเก็บเกี่ยวไปสองสามปีจากนี้ เขาจะเป็นขวัญใจคนใหม่แทนรุ่นพี่ทันที


        ดูเหมือน มูรินโญ กำลังแสดงให้ แรชฟอร์ด เห็นว่าการจะเป็นศูนย์หน้าระดับชั้นนำของลีกและของทวีป ต้องดู อิบราฮิโมวิช เป็นตัวอย่าง


        ส่วนแนวรับผีแดงในเกมนี้ มูรินโญ โรเตชั่นลองใช้ คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ ดูบ้าง เพราะไหนๆ เอริก ไบยี ก็โดนทีมชาติบังคับให้เดินทางไปร่วมทีมเร็วก่อนกำหนดแค่24 ชั่วโมง ตอนนี้ สมอลลิง หายเจ็บกลับมาแล้ว ฟิตพร้อมสมบูรณ์ดีแล้ว เล่นคู่กันเพื่อความเข้าใจในเกมร่วมกัน


        โดยแบกสองฝั่งโรเตชั่นเป็น แอชลีย์ ยัง และ ดาลีย์ บลินด์ เช่นเดียวกันกับ โรเมโร ประตูดีกรีทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่โดนวิจารณ์จากสื่อฟ้าขาวเยอะว่าเป็นมือสองสโมสรแต่เป็นมือหนึ่งทีมชาติ อย่างนี้ก็ได้หรอ


        ณ จุดนี้ อะไรคือสิ่งที่ มูรินโย โดนวิจารณ์ เมื่อต้นซีซั่น


        มันก็ไม่มีอะไรที่ลึกลับซับซ้อน นอกจากทีมของมูหาได้ จัดได้ นักเตะของเขาเข้าใจแนวคิดการเล่นแบบ มูรินโญ มันรก็เท่ารนั้น เขาใช้เวลาอยู่พอตัวเพราะนี้่คือทีมใหม่ของเขา นักเตะที่ใช้งานก็เป็นนักเตะของเขาใหม่บวกกับของเดิม ที่อาจจะยังคงฝังหัวกับการเล่นแบบ หลุยส์ ฟาน กัล และ เดวิด มอยส์


        เน้นไม่เสียบอล เน้นไม่แตกแถว เน้นการครองบอล แต่ขาดความหวือหวา, ขาดการผจญภัยในเกมฟุตบอลโดยเฉพาะเกมรุก จังหวะได้เสียไม่มี ได้แต่ออกปีกแล้วเปิดเข้าใน แต่ชุดนี้ของ มูรินโญ เริ่มเข้าใจการเล่น


        ครองบอล, เซตบอล แล้วโจมตีพื้นที่สุดท้ายอย่างรวดเร็ว


        ถามว่าเรดดิ้งทีมของ ศิษย์เก่า ยาป สตัม ที่เคยรับใช้แมนฯยูไนเต็ด 127 นัด อยู่ในชุดทริปเปิ้ล แชมป์ ไม่เพรสซิงแดนบนหรือแดนกลางหรอกหรือ ถ้าดูจากมุมบนจากมุมกล้องที่จับภาพให้เห็นการเชคล้ำหน้าและการโจมตีของผีแดง


        เห็นชัดว่า สตัม พยายามให้นักเตะเล่นเพรสซิงแดนกลางและบีบพื้นที่ของสนามให้แคบเพื่อให้นักเตะแมนฯยูฯ เสียบอล คือกรอบสนามแคบลงเมื่อรับจากเส้นโทษแมนฯยูฯ ถึง เส้นโทษเรดดิ้ง เหมือนมีสนามขนาดเล็กซ้อนอยู่ แล้วมีผู้เล่นเกือบ 20 คนเล่นในกรอบนั้น


        แนวคิดนีดีถ้าคู่แข่งเสียบอลแล้วเรดดิ้งโจมตีได้เร็ว  มีโอกาสลุ้นประตู


        แนวคิดนี้ล้มเหลวถ้าคู่แข่งขันไม่เสียบอล แถมยังดัดหลังเรดดิ้งด้วยการโจมตีเกมรับทันที


        มันเป็นอันหลังนะครับ เพราะการเพรสซิงของเรดดิ้งนั้น ทำให้แนวรับของตัวเองทั้งสี่คนตั้งดันขึ้นเกือบถึงกลางสนาม เพื่อบีบให้สนามแคบ แต่นำมาซึ่งพื้นที่แดนหลังโล่งโจ้ง ให้นักเตะแมนฯยูฯ ใช้สอย


        แรชฟอร์ด สนุกมากกกับการหลุดเดี่ยว หาช่อง จังหวะที่น่าเสียดายที่สุดคือ คริส สมอลลิง พาบอลหนีเพรสซิง เพราะกลางโดนประกบ กลางรุกโดนประกบ เขาพาทะลุขึ้นมาก่อนให้บอลทะลุช่อง แล้ว แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยว ก่อนแตะหลอกผู้รักษาประตู อาลี อัลฮับซี ตัวทีมชาติโอมาน และเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งซีซั่นของเรดดิ้งปีที่แล้ว


        เหลือแต่เสากับตาข่ายว่างๆ มุมก็ไม่ตีบมาก...แรชฟอร์ด ยิงออก


        น่าเสียดาย...แต่ที่ต้องพอใจระดับหนึ่งคือการแก้เพรสซิงของ แมนฯยูฯ เช่นเดียวกันกับการตั้งโซนรับของเรดดิ้ง ที่โดนแนวรุกแมนฯยูฯ เกมนี้ มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด, มาต้า รวมทั้ง รูนีย์ เซตบอลกันได้ดี


        โดยเฉพาะ มาร์กซิยาล สามารถเลี้ยงหลบผู้เล่นที่เข้าประกบสองคนได้ไม่ยาก โจมตีตรงนี้ทำให้แนวรับเรดดิ้งกระจัดกระจาย


        แม้ประตูแรกของ เว์ยน รูนีย์ จะมาจากเข่าแต่มันก็คือประตูที่สำคัญในการทำสถิติเทียบเท่าเซอร์ บ๊อบบี ชาร์ลตันที่ 249 ลูก และมันมาจากการเข้าทำของ มาร์กซิยาล, มาต้า ก่อนจบที่ รูนีย์ นั่นคือส่วนของเกมรุกที่ดูไหลลื่น หลากหลายและหวังผลได้


        เกมรับในชุดนี้ อาจจะไม่ใช่ชุดของ ฟิล โจนส์, โรโฮ, วาเลนเซีย อะไรก็แล้วแต่ ทว่ามันก็พอเข้าขากันได้ โชคร้าย โรโฮ เจ็บ แต่โชคดีคือ โจนส์ ได้เล่นกับ สมอลลิง อีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันในยุคป๋ามาแล้ว


        ทุกอย่างมันกำลังเข้ารูปเข้ารอย ไปในทิศทางที่ดีสำหรับงานของ มูรินโญ


        เขาได้ทีมที่เขาต้องการแล้วและนักเตะก็สามารถเล่นได้ตามที่เขาอยากจะให้เล่น บอลมีช้ามีเร็ว และสามารถโจมตีแดนสาม พื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนยุค ฟาน กัล กับ มอยส์ ที่กว่าจะโจมตีคู่แข่ง กว่าจะยิงคู่แข่ง ใช้เวลาเป็นชั่วโมง


        เกมนี้อาจเหมือนนัดอุ่นเครื่องก่อนมองไปยังแดงเดือด และมองข้ามฮัลล์ ซิตี้ ในลีกคัพ รอบรองชนะเลิศไปด้วย


        แค่ครึ่งแรกนักเตะผีสามารถยิงประตูคู่แข่งได้ถึง 18 ครั้ง ทั้งเกมก็ 27 เข้ากรอบ 12 มองแง่บวกน่าพอใจ มองแง่ลบยังมีติ่งของการใช้โอกาสเปลืองสอดแทรกมาให้เห็น ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องดูเกมใหญ่ เกมสำคัญว่า


        โอกาสที่ได้มาทันทีนั้นจบสกอร์ได้หรือไม่


        นอกเหนือไปจากทีมที่ได้ของ มูรินโญ แล้ว สังเกตให้ดีนักเตะชุดนี้สามารถสลับตำแหน่งกันเล่นได้และเขาไม่ได้มีแค่ 11 คนแรกเขามี 18 คนแรกที่พร้อมทดแทน สุดท้ายเลยนะครับที่มาต่อเติมให้แมนฯยูฯ ชุดนี้ดูน่ากลัวมากขึ้น


        มันคือความมั่นใจในการเล่น


        โอเคครับแม้พรีเมียร์ลีกชนะรวด 6 นัดยิงไม่สามารถสอดแทรกไปยังพื้นที่แดนบนได้ แต่นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาโดนทิ้งห่างในช่วง 10 นัดแรก ทำให้การไล่ตาม ณ จุดนี้ต้องอาศัยความอดทนเป็นพิเศษ


        ถามว่ามีโอกาสมากมั้ย มันมีโอกาสอย่างแน่นอน


        ถ้าคงการเล่นแบบนี้ได้ต่อเนื่อง และนี้คือครึ่งหลังของซีซั่นที่ต้องบอกว่า นักเตะแมนฯยูฯ ไม่ได้ใช้พลังหมดไปกับครึ่งแรก การเล่นไม่มีทีท่าว่าอ่อนล้า ตรงกันข้ามพลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันนี้คือสิ่งที่พวกเขาจะตัองพิสูจน์ตัวเองใน 18 นัดนับจากนี้


        จากทีมของ มู มายังเรื่องของ รู เอ้ย รูนีย์


        ผมชอบเรื่องราวของฟุตบอลอังกฤษและที่ยุโรปนะครับ เขาไม่ได้ทำอะไรให้มันเป็นดรามา สร้างเรื่อง แต่เขาจะนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาสร้างให้เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ มันต่างกันนะครับ การยิงประตูของ เวย์น รูนีย์ เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ใช่แค่แฟนผีต้องชื่นชมกับตัวเลขสถิติขอิงเขาเทียบชั้น เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน


        ทันทีที่เขายิงประตูได้โฆษกสนามประกาศทันที


        'Manchester United's goalscorer, and equalling Sir Bobby Charlton's record of 249...'


        เสียงเฮ ดังผ่านหูฟังของผมจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระหว่างนั่งบรรยาย


        กล้องตัดไปที่ท่านเซอร์ บ๊อบบี้ และภรรยา นอร์มา โดยคนนั่งข้างล่างท่านเซอร์ คือ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส ประธานสโมสร และกล้องยังตัดภาพไปที่ เซอร์ อเลกส์ เฟอร์กูสัน ที่ดึงตัว รูนีย์ มาตั้งแต่ปี 2004 วัย 18 ปี


        จากค่าตัว 27 ล้านปอนด์ บวกกับค่าตัวตามน้ำ 30 ล้านปอนด์ วันนี้ รูนีย์ ตอบแทนอย่างคุ้มค่าที่สุด และที่เหลือคือกำไรของเขากับทีม ซึ่งจะว่าไปแฟนบอลที่ก่าด่าเขาทั้งพวกแฟนบอลทีมชาติอังกฤษและแมนฯยูฯ บางส่วน...นะครับ


        ทำไมไม่มองในสิ่งที่เป็นคุณค่าของเขาที่ทำให้กับทีม กลับมามองเรื่องฟอร์มตกในวัย 31 ปี


        จากแฮทริกแรกกับ เฟเนบาห์เช ระยะเวลกว่า 4,484 วัน เขาทำสถิติเทียบเท่าท่านเซอร์ ในจำนวนัดที่น้อยกว่าถึง 215 นัดและ 4 ฤดูกาลเร็วกว่า


        เวลานี้สถิติของเขาคือลงเล่น 543 เกม ยิง 249 ทุกรายการ ผ่านช่วงเวลาอันสุดยอด, เลวร้าย, ย้ำแย่ ทั้งส่วนตัวและส่วนทีม แต่สิ่งหนึ่งที่ รูนีย์ ยังคงเดินหน้าคือล่าตาข่ายและยิงประตูอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นสถิติให้กับสโมสร


        คงยากที่ใครจะทำสถิตินี้ได้และแน่นอนว่า....เขากำลังจะกลายเป็นเจ้าของสถิติใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้


        พอล สโกลส์ บอกว่า...ถ้าจะให้สวยสถิติใหม่ของ รูนีย์ ประตูที่ 250 ให้กับแมนฯยูไนเต็ด นั้นควรจะยิงได้ในศึกแดงเดือด!!!!        


JACKIE

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 943
All post : 6,718
All view : 3,779,231
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน
ความปราชัยที่ยอมรับได้
ทีมงานสตาร์ซอคเกอร์
ความปราชัยที่ยอมรับได้

View : 6,231 Post : 0
ไวกิ้ง-วิ่งไกล
เปาผี
ไวกิ้ง-วิ่งไกล

View : 15,371 Post : 0
ฤดูกาลคืนกำไร
ต.โต้ง
ฤดูกาลคืนกำไร

View : 18,038 Post : 0
ความชอบธรรมของโรเตชั่น

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263