คอลัมน์ : คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน โดย.. ทีมงานสตาร์ซอคเกอร์

ความปราชัยที่ยอมรับได้

07/01/2017 5:24:11 น.


     เมื่อพูดถึงเกมที่น่าชำแหละแผนการเล่นมากสุดในซีซั่นนี้ หลายคนอาจมองไปที่แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ช่วงต้นซีซั่น หรืออาจเป็นเกมที่เชลซีบุกชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-1 แต่โดยส่วนตัวผมชอบเกมที่เชลซีเฉือนสเปอร์ส 2-1 ในการดวลกันเลกแรก


        เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น? สเปอร์สคือทีมแรกที่สร้างความลำบากใจให้เชลซี นับตั้งแต่เปลี่ยนมาเล่น 3-4-3 เรียกว่าเกือบเอาตัวไม่รอด และต้องชื่นชม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่วางแท็กติกเหนือเชลซีในครึ่งแรกทุกกระบวนท่า


        รายละเอียดของเกมผมเขียนอธิบายไปหลายรอบแล้ว แต่ถ้าเอาแบบสรุปง่ายๆ คือแนวรุกสเปอร์สเพรสซิ่ง 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟเชลซี จนตั้งเกมจากแนวลึกไม่ได้ และต้องถอยคู่มิดฟิลด์ลงมาช่วยรับบอลมากขึ้น ก่อนจะมีผลลัพธ์ตามมาคือพื้นที่ระหว่างกองกลางและกองหน้าห่างเกินไป


        อย่างไรก็ตาม อันโตนิโอ คอนเต้ แก้เกมได้ดีเช่นกัน ด้วยการสั่งให้ เอแด็น อาซาร์ และ เปโดร โรดริเกซ เล่นด้านข้างน้อยลง เน้นช่วยไล่บอลบริเวณกลางสนามมากขึ้น ซึ่งประตูชัย 2-1 ยังมีจุดเริ่มต้นจากเปโดรที่เพรสซิ่งตัดบอลในแดนกลางด้วย


        ผมชอบที่โปเช็ตติโน่หาทางรับมือ 3-4-3 ดีเยี่ยม และได้เห็นการแก้ทางของคอนเต้ ที่สวยงามเช่นกัน ดังนั้น เกมนัดล่าสุดที่ดวลเมื่อคืนวันพุธเลยมีความน่าสนใจมากกว่าเดิม


        คอนเต้ยังใช้แท็กติกตามถนัด พร้อมเอาแนวทางจากครึ่งหลังของเลกแรกมาใช้ ซึ่งช่วยให้เชลซีมีรูปแบบการเล่นที่น่าพอใจ แถมมีลูกเล่นเพิ่มเติมคือบอลตักโด่งจากแนวลึก จนเกือบเล่นงานสเปอร์สในจังหวะที่อาซาร์ได้หลุดไปยิงด้วยซ้ายช่วงต้นเกม


        3-4-3 ถือเป็นแผนการเล่นที่ลงตัวมากสุดเวลานี้ อีกทั้งยังสร้างเอกลักษณ์ให้ทีมด้วย จากการทำประตูด้วยลูกสวนกลับบ่อยครั้ง ทั้งที่รูปแบบการเล่นไม่ได้เน้นเกมรับ


        อย่างไรก็ตาม แม้จะวางแผนเบื้องต้นมาดี แต่ต้องชื่นชมโปเช็ตติโน่ที่เลือกกลยุทธ์ต่อกรได้เยี่ยมเช่นกัน


        สเปอร์สใช้ระบบ 3-4-3 เหมือนกัน ซึ่งจะว่าไปเคยเล่นรูปแบบนี้มาแล้วหลายนัด


        เซนเตอร์ฮาล์ฟวางนักเตะตามเท้าถนัด แยน แฟร์ต็องเก้น ยืนกราบซ้าย, เอริก ดายเออร์ ยืนฝั่งขวา ส่วนตรงกลางเป็นหน้าที่ของ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่รู้สไตล์การเล่นของ ดีเอโก้ คอสต้า ทุกกระเบียดนิ้ว หลังเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมสมัยอยู่ แอตเลติโก มาดริด


        แนวทางการเล่น 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟ สเปอร์สดูจะต่างจากเชลซีเล็กน้อย โดยเฉพาะการขยับโซนให้กว้างกว่าเดิมเวลาวิงแบ็กเติมเกมบุก ขณะที่เชลซีแม้จะยืนกว้างเหมือนกัน แต่ไม่ห่างเท่า อีกทั้งเวลาที่แบ็กเดินเกมรุกเรามักเห็นเซนเตอร์ฮาล์ฟซ้าย-ขวา เติมขึ้นไปประคองด้วย


        เท่านั้นไม่พอ รูปแบบมิดฟิลด์ของทั้ง 2 ทีมยังคล้ายกัน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ วิคเตอร์ วานยาม่า มีหน้าที่ตัดเกม ขณะที่คนลำเลียงบอลเป็น เนมานย่า มาติช และ มูซ่า เดมเบเล่ ที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน แต่หน้าที่หลักในเกมใกล้เคียงกัน


        ขึ้นมาดูที่แผงเกมรุก สเปอร์สเลือกใช้ เดเล่ อัลลี่ และ คริสเตียน เอริคเซ่น ซึ่งจะหนักไปทางอิทธิพลกลางสนาม


        อัลลี่เป็นนักเตะที่ต้องใช้เวลาในการดึงแคแรกเตอร์ตัวเองออกมา สรุปแล้วจะเป็นมิดฟิลด์ผ่านบอลดีเยี่ยม หรือจะเป็นประเภทเอาตัวรอดเก่งกันแน่? เรื่องนี้ต้องให้เวลาพัฒนา แต่โดยรวมนับว่ามีแววสูงมาก โดยเฉพาะการเติมขึ้นไปทำประตู และเป็นทีเด็ดในเกมนี้ด้วย


        ฝั่งทีมเยือนแนวรุกใช้ เอแด็น อาซาร์ และ เปโดร โรดริเกซ ซึ่งจะเล่นเกมด้านกว้างดีกว่า มีความเร็ว มีความคล่องตัว แต่เมื่อถึงคราวต้องผ่านบอลให้ทำประตูอาจเป็นรองคู่หูจากสเปอร์ส โดยเฉพาะเอริคเซ่น ที่มีความเป็นเพลย์เมกเกอร์ในตัวอยู่แล้ว


        เมื่อหลายอย่างออกมาคล้ายกัน สิ่งที่เป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันคือความเด็ดขาด และต้องยอมรับว่าแปลกใจเหมือนกันที่เห็นเชลซีเสียประตูในลักษณะเดียวกัน 2 ลูก


        ผมนั่งดูรีเพลย์เกมนี้หลายรอบ ได้ข้อสรุปว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า คือนักเตะที่เล่นเกมรับเพอร์เฟกต์สุดในแนวรับเชลซี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือลูกกลางอากาศ ยิ่งเมื่ออยู่ฝั่งเดียวกับ วิคเตอร์ โมเสส ทำให้ง่ายต่อการโดนโจมตี


        คู่แข่งก่อนหน้านี้ทั้ง คริสตัล พาเลซ และ สโต๊ค ซิตี้ เคยเล่นงานอัซปิลิกวยต้า ด้วยการใช้กองหน้าสูงใหญ่ (เบนเตเก้ และเคร้าช์) จากนั้นเน้นวางบอลยาวจากกลางสนามเพื่อไปกดดัน แต่เวลาที่โยนจากตรงกลางมักมี เนมานย่า มาติช ช่วยสกัดลูกโด่งได้


        อย่างไรก็ตาม ลักษณะการเล่นของสเปอร์สดูจะแตกต่างจากทีมอื่น แถมได้ผลดีซะด้วย


        พวกเขาเน้นการโยนไปที่ตำแหน่งของอัซปิลิกวยต้า และโมเสสเช่นกัน แต่อาศัยการโยนจากบริเวณเยื้องเกือบถึงริมเส้นฝั่งขวา ซึ่งทำให้นักเตะตัวเล็กป้องกันยากกว่าโยนมาตรงๆ และเป็นเหตุให้เสียท่าอัลลี่ในรูปแบบซ้ำกัน


        รายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้ตัดสินผลการแข่งขันได้ทันที ซึ่งจะว่าไปต้องให้เครดิต โปเช็ตติโน่ที่อ่านเกมมาขาด พร้อมมองเชิงบวกต่อคอนเต้ว่าน่าจะเห็นจุดอ่อนทีมมากขึ้น และคงหารูปแบบป้องกันต่อไป ส่วนนี้ไม่ถึงขั้นต้องดร็อปอัซปิลิกวยต้า เพราะเล่นได้ดีอยู่แล้ว แต่ต้องหากลยุทธ์รับมือที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม


        นอกจากนี้ อีกเหตุผลที่ตัดสินชะตาเกมคือตำแหน่งวิงแบ็กที่เชลซีดูจะเป็นรองในส่วนของ มาร์กอส อลอนโซ่


        อลอนโซ่อาจไม่ได้เป็นจุดด้อยเมื่อเจอทีมที่คุณภาพน้อยกว่า แต่เมื่อเป็นเกมใหญ่มักมีปัญหาเรื่องความเร็ว เวลาเกมรุกวิ่งแซงไม่ได้ แถมเวลาเล่นเกมรับกลับโดนแซงเสียเอง


        ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า อลอนโซ่มีความสูงใหญ่ ช่วยลูกกลางอากาศได้ แต่ด้วยการที่สูงเกินไปมันเลยบั่นทอนสปีดต้น ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญของตำแหน่งฟูลแบ็ก


        น่าเสียดายที่ตำแหน่งนี้หาคนที่ซื้อแล้วยกระดับทีมลำบาก เอาที่การันตีว่าตัวท็อปคงเป็น จอร์ดี้ อัลบา, ดาวิด อลาบา หรือ มาร์เซโล่ ซึ่งแน่นอนว่าต้นสังกัดไม่ปล่อยตัวอยู่แล้ว แต่หากลดเกรดลงมาเพื่อเซ็น ริคาร์โด้ โรดริเกซ หรือเลือกดึง อับดุล บาบา ราห์มาน กลับมาจากการยืมตัว คงไม่ได้ต่างจากอลอนโซ่เท่าใดนัก       


        ประเด็นนี้ต้องรอดูว่าคอนเต้จะแก้ปัญหาอย่างไร? ต้องยอมรับว่ามิติเกมฝั่งซ้ายดูแตกต่างกับโมเสส ที่เล่นเกมรุกดีมาก แทบไม่แตกต่างจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ แดนนี่ โรส ที่เล่นวิงแบ็กโดยธรรมชาติ แถมยังมีหลายจังหวะที่ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย


        ภาพรวมจากเกมลอนดอน ดาร์บี้ เราได้เห็นเกมที่สูสี เพรสซิ่งแข่งกันแบบสนุก เอาเป็นว่าแหกขี้ตาตื่นมาดูไม่ได้รู้สึกเสียดาย


        สเปอร์สอาจไม่ได้เร่งเกมบุกเหมือนเลกแรก แต่มีความแน่นอนมากกว่า มีบทเรียนจากนัดที่แล้ว ก่อนที่ผลแข่งขันจะตัดสินตรงความผิดพลาดเล็กน้อยของแนวรับเชลซี ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนบอลยอมรับได้ เพราะรูปเกมไม่ได้ออกมาแย่เหมือนตอนแพ้ลิเวอร์พูล และอาร์เซน่อลช่วงต้นฤดูกาล      


        ได้แต่หวังว่าการแพ้เกมนี้จะช่วยให้ทีมพัฒนามากขึ้น หาทางรับมือคู่แข่งในรูปแบบที่แตกต่าง และต้องภาวนาให้นักเตะยังมีสปิริตดีเยี่ยมต่อไป ไม่ต้องสนใจเรื่องทีมพลาดแล้วจะเป๋ยาว หรือมาคิดมากเรื่องอดทาบสถิติชนะรวด 14 นัด


        ผมยังเชื่อในแนวทางของคอนเต้ ที่ผลักดันมาจนถึงจุดนี้ และน่าจะทำให้ทีมมีลุ้นแชมป์จนถึงช่วงท้าย เหมือนวลีเด็ดนายใหญ่ชาวอิตาเลียนที่ชอบบอกว่า "We"ll fight until the end" หรือที่แปลว่า "เราจะสู้ต่อไปจนกว่าจะจบฤดูกาล"

 

Petr Boat
แฟนบอลเชลซีแวะมาพูดคุยได้ที่ Facebook : Petr Boat

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานสตาร์ซอคเกอร์

จำนวนเรื่อง : 360
All post : 31
All view : 692,210
คอลัมน์ คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน
ไวกิ้ง-วิ่งไกล
เปาผี
ไวกิ้ง-วิ่งไกล

View : 9,495 Post : 0
ฤดูกาลคืนกำไร
ต.โต้ง
ฤดูกาลคืนกำไร

View : 15,056 Post : 0
ความชอบธรรมของโรเตชั่น
เจ๊ไม่ซื้อ
ซันเดย์
เจ๊ไม่ซื้อ

View : 6,745 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263