คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. วิศรุต

บทสรุปเอฟวัน 2016 ปีแห่งความสูสี และเบียดจนหยดสุดท้าย

28/11/2016 18:21:00 น.


     ศึกฟอร์มูล่าวัน 2016 จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมด้วยชัยชนะของนิโก้ รอสเบิร์ก นักขับชาวเยอรมันของทีมเมอร์ซีเดส ที่คว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกของตัวเอง นับตั้งแต่ลงแข่งขันอาชีพ

 

ในรอบปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมากมาย ในเอฟวัน ซึ่งความเข้มข้นนั้น ต่อเนื่องยาวไปจนถึงเรซสุดท้ายของปีอย่างอาบูดาบี กรังด์ปรีซ์เลยทีเดียว

 

รอสเบิร์กประกาศศักดาคว้าแชมป์

 

        ปีนี้ ถือเป็นที่แห่งความยิ่งใหญ่ของทีมเมอร์ซีเดส พวกเขามีรถที่ยอดเยี่ยมที่สุด และมีนักขับที่ดีทีสุดของคนในโลก อย่างนิโก้ รอสเบิร์ก และ ลูอิส แฮมิลตันอยู่ในทีม

        สำหรับรอสเบิร์ก ผู้เป็นแชมป์ เขาออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรง 4 สนามแรก ที่ออสเตรเลีย ,บาห์เรน , จีน และรัสเซีย คว้าแชมป์รวดทุกรายการ ทำคะแนนเป็นอันดับ 1 ตั้งแต่เริ่มต้นปี

        จากนั้น ถึงคราวของลูอิส แฮมิลตันบ้าง นับตั้งแต่ เรซที่โมนาโก กรังด์ปรีซื เจ้าตัวคว้าแชมป์ 6 จาก 7 รายการ พลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นผู้นำบ้าง แต่รอสเบิร์ก ก็ตอบโต้ด้วยการเป็นแชมป์อีก 4 สนาม ใน 5 สนามถัดไป กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง

        จากนั้นแม้ 4 สนามสุดท้าย แฮมิลตัน จะคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด แต่ก็สายเกินไปแล้ว เขาไม่สามารถทำแต้มสะสมไล่ได้ทัน สุดท้ายจึงเป็นรอสเบิร์กคว้าแชมป์ไปครองในที่สุด

        โดยแต้มสะสมเมื่อจบทุกรายการนั้น รอสเบิร์กมี 385 คะแนน ส่วน แฮมิลตันมี 380 คะแนน ห่างกันแค่ 5 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการขับเคี่ยวแย่งแชมป์ที่สูสีที่่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เอฟวัน

        หลังคว้าแชมป์ รอสเบิร์ก กล่าวว่า เขาภูมิใจที่่สามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ เหมือนกับที่คุณพ่อของเขากีกี้ รอสเบิร์ก เคยทำเอาไว้ในปี 1982  นอกจากนั้นยังดีใจมาก ที่เอาชนะนักขับระดับโลกอย่างแฮมิลตันมาได้ด้วย

        สำหรับในมุมของแฮมิลตัน เจ้าตัวพลาดการคว้าแชมป์สมัยที่ 4  ของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าปีหน้าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญคืนให้ได้อีกครั้ง

 

 

เวอร์สตัพเพ่นซิวกรังด์ปรีซ์อายุน้อยสุด

 

        ในฟอร์มูล่าวันปีนี้ เป็นการขับเคี่ยวกันของสองนักขับรายนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ จนคนอื่น แทบไม่มีโอกาสได้ยืนเป็นแชมป์ โดยทั้ง 21 สนาม แฮมิลตัน กับรอสเบิร์ก กวาดแชมป์รวมกัน 19 สนาม

        เหลืออีกแค่ 2 สนามเท่านั้นที่แชมป์เป็นของคนอื่น ได้แก่ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ คนที่คว้าแชมป์ได้แก่ แม็กซ์ เวอร์สตัพเพ่น นักขับจากค่ายเรดบูลล์

        ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นปี แม็กซ์ เวอร์สตัพเพ่น ขับให้กับทีม โตโร่ รอสโซ่ และในสแปนิช กรังด์ปรีซ์ เขาเปลี่ยนทีมมาขับให้เร้ดบูลล์ และประเดิมด้วยการคว้าแชมป์ทันที ซึ่งสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในวงการเป็นอย่างมาก

        เวอร์สตัพเพ่น มีคุณพ่อเป็นนักขับ F1 เช่นเดียวกัน ซึ่งได้แก่ยอส เวอร์สตัพเพ่น แต่เขาทำสิ่งที่คุณพ่อ ทำไม่ได้ นั่นก็คือการคว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์

        โดยเวอร์สตัพเพ่น ยังสร้างสถิติใหม่ คือการเป็นนักขับอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ F1 ที่คว้ากรังด์ปรีซ์มาครองได้สำเร็จ ด้วยวัย 18 ปีกับอีก 228 วันเท่านั้น

        ในปีนี้ เวอร์สตัพเพ่น ถือว่ามีผลงานโดยรวมที่ใช้ได้ เขาได้แชมป์ 1 รายการ และได้ขึ้นโพเดี้ยมอีก 6 ครั้ง ก่อนทำแต้มจบปีด้วยการเป็นอันดับ 5 ถือว่าเป็นการเปิดตัวกับเรดบูลล์ที่เยี่ยมมากๆ

 

 

ริคคิอาร์โด้คว้าแชมป์แรกในรอบ 2 ปี

 

        ขณะที่ นักขับอีกหนึ่งราย ที่ได้แชมป์กรังด์ปรีซ์ ได้แก่ แดเนียล ริคคิอาร์โด้ จากออสเตรเลีย ที่คว้าแชมป์ได้ที่เซปัง เซอร์กิต ในมาเลเซีย

        ริคคิอาร์โด้ เคยได้แชมป์ถึง 3 รายการเมื่อปี 2014 แต่ในปีที่แล้วเขาฟอร์มหลุด และไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย จนในที่สุด รีเทิร์นกลับมาได้แชมป์อีกครั้งในปีนี้

        ผลงานโดยรวมของริคคิอาร์โด้ ถือว่าดีมากที่สุดตั้งแต่แข่งเอฟวันมา เขาจบอันดับ 3 และทำแต้มสูงถึง 256 แต้ม และยังได้ขึ้นโพเดี้ยมถึง 8 ครั้งในปีนี้ จึงนับว่า นี่เป็นปีที่ดีของเจ้าตัว

 

 

ปิดตำนานบัตตัน - มาสซ่า

        ส่วนนักขับรายอื่นๆ ก็มีช่วงขึ้นและลงในปีนี้ เซบาสเตียน เวทเทล เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ปีนี้ ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆได้เลยก่อนจบที่อันดับ 4 เท่านั้น

 

        เจนสัน บัตตัน อดีตแชมป์โลก 1 สมัย ในปีนี้ จะเป็นปีสุดท้ายของเจ้าตัวกับฟอร์มูล่าวัน โดยอายุอานามที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาไม่สามารถขับขี่ได้อย่างดุดันเหมือนอดีตอีกแล้ว ปีนี้ บัตตัน จบอันดับที่ 15 จากนักขับทั้งหมด 24 คน มีแต้มแค่ 21 แต้ม และไม่ได้ขึ้นโพเดี้ยมในปีนี้

 

        ส่วน เฟลิเป้ มาสซ่า ยอดนักขับชาวบราซิล ก็เป็นอีกรายที่ประกาศอำลาฟอร์มูล่าวันเช่นกัน โดยเจ้าตัวยอมรับว่า เขาไม่สามารถแข่งขันกับคนหนุ่มๆ ไหวอีกแล้ว และจากนี้ไป จะมองหาการขับรถในรูปแบบอื่น ทำการแข่งขันแทน

 

        ขณะที่เฟร์นันโด อลอนโซ่ เจ้าของแชมป์โลกสองสมัย จากฮอนด้า แมคลาเร็น  มีข่าวลือว่า เขาอาจจะอำลาเอฟวันไปอีกคน แต่ล่าสุด นักขับสแปนิช จะยังไม่ไปไหน โดยมีความตั้งใจจะทวงตำแหน่งแชมป์คืนมาให้ได้อีกครั้ง

 

 

        บทสรุปเอฟวัน - เมอร์ซีเดสยังเป็นราชา

        และทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ ศึกฟอร์มูล่าวันในปี 2016 ซึ่งถือเป็นปีทองของเมอร์ซีเดส  สองนักขับของพวกเขา รอสเบิร์ก และแฮมิลตัน เดินหน้าถล่มคู่แข่งอย่างขาดลอย

        ต้องมาติดตามกันว่าในปี 2017 เฟอร์รารี่ และ เร้ด บูลล์ สองคู่แข่งสำคัญ จะทำแต้มไล่บี้กดดันได้มากแค่ไหน หรือจะปล่อยให้เมอร์ซีเดส ไล่ถล่มยับเยินแบบนี้ต่อไปอีกหนึ่งฤดูกาล

 

 

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : วิศรุต

จำนวนเรื่อง : 46
All post : 1
All view : 744,340
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263