คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie

ยามาฮ่า ลีก วัน มัน..เข้มขัน

25/10/2013 8:20:15 น.


     นอกเหนือไปจากการลุ้นแชมป์ไทยลีก, ทีมตกชั้น 1 ทีม แล้ว ยามาฮ่า ลีก วัน ใน 2 นัดสุดท้ายก็เข้มข้นเร้าใจโดยเฉพาะ ''น้องใหม่'' อีก 2 โควตา




        ไม่ผิดหรอกครับ 2 โควตา เพราะหนึ่งทีมที่เลื่อนชั้นจากผลงานเมื่อสัปดาห์ก่อนคือแอร์ฟอร์ซ เอวิเอ เอฟซี ทำแต้มผ่านเกณฑ์เลื่อนชั้นเรียบร้อยแล้ว โดยมีคะแนนทิ้งอันดับ 410 แต้ม นั่นหมายความว่าอีกสองนัดที่เหลือต่อให้แอร์ฟอร์ซ แพ้รวด ก็ไม่มีผลอะไร ในนามของ "ทัพฟ้า" ที่ยังสามารถรักษาความเป็นสถาบันฟุตบอลเอาไว้ได้ (น่าชื่นชมมาก) เลื่อนชั้นขึ้นมาแน่นอน เพียงแต่จะจบอันดับที่เท่าไหร่แค่นั้นเอง




        ผมเชื่อว่าความคาดหวังของแฟนบอล ทอ. ยุคดั้งเดิมคงไม่ต้องการจบที่อื่นนอกเหนือไปจาก "แชมป์" ผมเองก็คาดหวังแบบนั้น อยากเห็น ทอ. หรือ แอร์ฟอร์ซ เอวิเอเอฟซี คว้าแชมป์ ยามาฮ่า ลีก วัน โดยนัดต่อไปนี้จะรับมือ ขอนแก่น เอฟซี และนัดสุดท้ายของซีซั่นไปแพท สเตเดี้ยม พบกับ สิงห์ท่าเรือซึ่งเชื่อว่าต้องการชัยชนะอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันเมื่อกวาดตามองโปรแกรมนัดสุดท้ายของซีซั่น 2 พ.ย. นอกเหนือจากสิงห์ท่าเรือ-แอร์ฟอร์ซ อันมีผลต่อการเลื่อนชั้นของ "สิงห์เจ้าท่า" แล้ว อีกคู่หนึ่งที่จัดว่าเป็นบิ๊กแมตช์คือ ปตท.ระยอง พบกับ บางกอก เอฟซี ซึ่งหมายถึงโควตาเลื่อนชั้นเช่นเดียวกัน




        หลังจากแอร์ฟอร์ซเลื่อนชั้นแล้วโควตาที่เหลืออีก 2 ที่ แย่งชิงกันระหว่าง ปตท.ระยองโอกาสสดใสที่สุดขอ 2 แต้มจาก 2 นัดสุดท้ายก็เลื่อนชั้นแล้ว ถ้ามีลุ้นกันแบบตัวโก่งคงเป็น สิงห์-ท่าเรือ กับ บางกอก เอฟซี ที่แต้มห่างกัน 1 และเล่นเก้าอี้ดนตรีกันอยู่ เพราะหลังจากวันที่บางกอก เอฟซี ชนะ สิงห์ท่าเรือ ได้ พวกเขาขึ้นที่ 3 แต่สัปดาห์ถัดมารักษาฟอร์มไม่อยู่ ร่วงลงไปที่ 4 ทำให้สถานการณ์นั้นอยู่ในมือของสิงห์ท่าเรือ




        ถ้าไม่คิดกดดันตัวเอง..เล่นให้ชนะโดยไม่ต้องสนใจผลของ บางกอก เอฟซี เชื่อว่าท่าเรือก็จะขึ้นชั้นได้ทันที หลังจากร่วงลงไปจากโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก เพียงแต่ว่าการไม่กดดันตัวเองและถ้าจะไม่ให้สนใจผลแข่งอีกฝั่งหนึ่งคงยาก...นี่แหละครับสถานการณ์ที่วัดความนิ่ง....ความหัวจิตหัวใจของการทำทีมเพื่อให้ลุ้นเลื่อนชั้นหรือตกชั้น มันไม่ง่ายอย่างใจคิด ไม่งั้น บางกอก เอฟซี ที่ชนะสิงห์ท่าเรือได้ นัดต่อมาพลาดท่าแพ้พลิกล็อกต่อ ระยองเอฟซี ที่ตกชั้นไปแล้ว 0-3 นี่ไงครับความนิ่ง...ในการรับมือกับสถานการณ์




        กระทิงเหล็กนั่งที่สามก่อนแข่งและได้เปรียบการไปเยือนทีมที่ตกชั้นไปแล้วน่าจะง่าย แต่มันคือความยากเพราะทีมที่ตกชั้นไปแล้วเล่นแบบไม่เครียด ไม่เกร็ง สบายๆไม่มีผลอะไร ตรงนี้ทำให้ไม่ต้องเล่นภายใต้ความกดดัน ไม่เหมือนบางกอก เอฟซี ที่ในใจท่องคำว่าชนะ ชนะ สุดท้ายแพ้ยับเรื่องนี้ผู้บริหารทีมที่ตัดสินใจลาออก ผมคิดว่าก็คงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกในเมืองไทยนะครับ




        คนที่รับผิดชอบสูงสุดคือโค้ช...ผู้บริหารทีม..ผอ.เทคนิค ตำแหน่งหัวโขนอะไรเหล่านี้ ไม่ใช่ตำแหน่งที่สำคัญในการทำทีมฟุตบอล เป็นตำแหน่งในเชิงนโยบาย ซึ่งประเมินกันปีต่อปี มากกว่าที่จะมาประเมินตัวเองนัดเดียว




        อันนี้ด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่เห็น เดวิด กิลล์ หรือผู้บริหารทีมอาชีพฝรั่งจะลาออกหลังบอลแพ้แค่นัดเดียว เพราะมันไม่เกี่ยวกันกับการทำทีม ในเชิงนโยบาย ประธานสโมสรและบอร์ดบริหาร จะเป็นฝ่ายพิจารณางานของผู้บริหารว่าจะให้ทำต่อมั้ยหรือไม่ หลังจบซีซั่นไปแล้ว ตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งเก้าอี้ดนตรี มีสัญญาระยะสั้น ปีต่อปีหรืออย่างมากสองปี มันคืองานเชิงนโยบาย ซึ่งมีอีกบทบาทที่สำคัญกับทีมแต่เป็นเรื่องนอกสนามไม่ใช่ความรับผิดชอบในสนามอันนั้นหน้าที่โค้ช




        เข้าใจว่ายังต้องปรับ..แต่เรื่องความเข้าใจในการบริหารทีมบอลอาชีพนั้นผมว่าเราคงต้องพยายามลด ขจัด ค่านิยมดั้งเดิมของบอลไทยที่ผู้บริหารระดับสูง จะต้องนั่งบนหอคอยงาช้างอย่างเดียว เน้นการเชิงนโยบาย ไม่ต้องมาคลุกคลีเรื่องในสนาม ซึ่งมันเป็นงานของกลุ่มคนทำงานอย่างโค้ช,สตาฟฟ์โค้ช นักเตะ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ส่วนระดับบริหาร อยู่ข้างบน ประเมินผลงานกันรายปี




        ค่านิยมเก่าๆ อย่าง ผจก.ทีม,ผู้บริหารทีมต้องลงมาล้วงลูกลึกน่าจะถึงเวลาปฏิรูปกันซะที หากเราอยากเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ยังไงก็แล้วแต่ครับ...บางกอก เอฟซี ยังมีโอกาสเลื่อนชั้นได้จากแต้มที่ห่าง สิงห์ท่าเรือ เอฟซี 1 แต้ม เพราะเป้าหมายที่สำคัญที่สุดอาจเป็นทั้งซีซั่นมันอยู่ในเกมที่พวกเขาจะรับมือ กระบี่ เอฟซี ต้องชนะไว้ก่อน เช่นเดียวกันกับสิงห์ท่าเรือที่เยือน นครปฐม เอฟซี ต้องชนะเช่นเดียวกัน ดูคู่แข่งขันแล้วทั้งบางกอกและสิงห์ท่าเรือเจองานหนักและเบาไม่ต่างกันครับ ถือว่านัดอันตรายทั้งสองทีม



        บางกอก เอฟซี ได้เปรียบเรื่องเล่นในบ้าน เพราะผลงานที่บางมดใช้ได้ครับ ส่วนสิงห์ท่าเรือมีปัญหานัดเยือน นี่คือสิ่งที่ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ต้องดำเนินการกระตุ้นให้ลูกทีมลุยสู้ยอมเหนื่อยอีก 180 นาที แล้วเลื่อนชั้นดีกว่าต้องมาเหนื่อยอีกทั้งซีซั่นเพื่อลุ้นใหม่ปีหน้า




        สถานการณ์ท้ายซีซั่น ช่วงเวลาคับขันแบบนี้...พลังของนักเตะถ้ามีเหลือก็ก๊อกสามแล้วนะครับ แต่ถ้าปลุกเร้า สภาพจิตใจ ให้ลุยสู้ กระตุ้นขึ้นมา ฮึดได้ มันย่อมมีโอกาส บางทีช่วงสำคัญแบบนี้ แผนการเล่นอาจไม่สำคัญเท่ากับจิตใจแล้วนะครับ เล่นแบบไหนก็ได้ให้ชนะ ให้ได้ 3 แต้ม นี่คือประเด็นของกลุ่มเลื่อนชั้นและตกชั้น เพราะมันคือช่วงเวลาสำคัญของซีซั่นที่ต้องเล่นเพื่อผลแข่ง




        โอเค..ถ้าแผนดี เล่นสวยแล้วชนะง่ายๆเหมือนบาร์เซโลน่าหรือบาเยิร์น มิวนิค อันนั้นก็ว่าไปนะครับ แต่ถ้าทำไม่ได้แบบนั้นก็ต้องมีลูกฮึด




        โค้ช คือบุคคลที่สำคัญที่สุด..ช่วงเวลาสุดเครียดและกดดันแบบนี้ โค้ชจะมีส่วนอย่างมากเลยครับ ถ้าถามผม โค้ชโอ่งเนี่ยผ่านความกดดันในฐานะนักเตะทั้งรับใช้ทีมชาติไทย..แถมยังเคยยิงจุดโทษอย่างเหนือชั้นภายใต้ความกดดันมาแล้ว ผมเชื่อว่าโค้ชโอ่งมีครบเพียงแต่เมื่อต้องถ่ายทอดให้ลูกทีมรับทราบและทำให้ได้นั้น นี่คือเรื่องที่ยากมากๆ เช่นเดียวกันกับเวลาแก้เกม...เปลี่ยนตัว




        ถ้าเครียดมาก กดดันมาก บางทีมองไม่ออกเหมือนกันนะครับ จุดนี้สตาฟฟ์โค้ชและผู้ช่วยจะต้องมีบทบาทด้วยเช่นกัน ถ้าได้มือดีมาช่วยงาน..ความกดดันจะลดลงเป็นสองเท่า ซึ่งโค้ชระดับโลกหลายคนมักมีมือขวาที่ไว้ใจได้ตลอดเวลาและมักชวนไปทำงานทุกที่เพราะรู้ทาง รู้มือ และช่วยงานกันได้




        ผมไม่แน่ใจว่าทั้งโค้ชโอ่ง, โค้ชบางกอก เอฟซี และโค้ช ปตท.ระยอง จะได้รับความช่วยเหลืออะไรแบบนี้หรือไม่เอาเป็นว่าสุดสัปดาห์นี้อยากให้ติดตามลุ้น "ยามาฮ่า ลีก วัน" นัดที่แพ้ไม่ได้อีกแล้วนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มเลื่อนชั้นตามลูกทัพฟ้าอีก 2 เก้าอี้ที่เหลือ...รับประกัน มัน เข้มข้นแน่นอนครับ



                                                                      แจ๊คกี้

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 348
All post : 6,718
All view : 5,522,923
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263