คอลัมน์ : สยามกีฬา มอเตอริ่ง โดย.. ไม่ระบุ

ทดลองขับครั้งแรกกับ จากัวร์ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส

24/10/2013 13:02:19 น.

นอกเหนือจากรถเฉพาะกลุ่มอย่าง แคดดี้ ซีทีเอส-วี (Caddy CTS-V) เครื่องยนต์ 6.2 ลิตร ผมก็ไม่อาจนึกถึงรถยนต์แบบซาลูนสี่ประตูที่มีสีสันฉูดฉาดอย่างน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน จากัวร์ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส (Jaguar XFR-S) เหมือนระเบิดนาปาล์มในโลกซูเปอร์ซาลูน


          บางทีรหัสรุ่นรถ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส อาจจะเป็นกลุ่มตัวอักษรที่ย่อมาจากคำว่า เอ็กซ์เทอมิลี่ ฟาสต์ รีไฟท์ สไลดี้ (eXtemely Fast Refined Slidey) ก็เป็นได้? ในความเป็นจริงมันคือโครงการพัฒนาต่อยอดจาก จากัวร์ เอ็กซ์เอฟอาร์ (Jaguar XFR) ซึ่งทางค่ายต้องการให้เป็นคู่แข่งยานยนต์ตัวแรงในคลาสอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5 (BMW M5) และ เมอร์เซเดส อี63 เอเอ็มจี (Mercedes E63 AMG)


         เราชื่นชอบ เอ็กซ์เอฟอาร์ มาโดยตลอด จากความสามารถในการเป็นทั้งรถที่ควบคุมง่ายและขับสนุก แต่ค่ายรถคู่แข่งจากเยอรมันทำให้ตลาดรถกลุ่มนี้ก้าวไปอีกขั้นด้วยพละกำลังมหาศาล ซึ่งเกิดจากการใช้เครื่องยนต์แรงม้าสูงมาจับคู่กับเกียร์แบบ 7 สปีด นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ค่ายรถเยอรมันครองตลาดกลุ่มนี้คือความสามารถในการทำให้รถตัวแรงดูโดดเด่น แตกต่างจากรุ่นปกติอย่างสิ้นเชิง




         ดังนั้น เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส จึงถูกเริ่มสร้างด้วยแนวคิดที่ต้องการให้มันเป็นรถที่ดูดุดันยิ่งขึ้น : ดิฟฟิวเซอร์หลังที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์, ล้อติดรถสีดำ และรายละเอียดอีกเล็กๆ น้อยๆ ปีกหลังสามารถถอดออกได้ ซึ่งเราจะทำหากเป็นรถของเราเพราะลำพังเฉพาะกลุ่มควันหนาที่อยู่หลังรถก็ทำให้ผมมีทัศนวิสัยด้านหลังย่ำแย่พออยู่แล้ว


         การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีการใช้ตรา อาร์-เอส (R-S) ไม่มากนัก และการใช้คาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในห้องโดยสารบริเวณเบาะ และแผงประตูช่วยเพิ่มอารมณ์นักแข่งได้เป็นอย่างดี ผมไม่มีอะไรให้ตำหนิในส่วนนี้ เป็นอีกหนึ่งคันที่มีการตกแต่งภายในอย่างงดงามลงตัว




         สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือส่วนที่ซ่อนอยู่ภายในตัวถังที่สวยงาม รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากองค์ความรู้ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านประสบการณ์ที่ทีมงานสั่งสมมาจากการสร้างรถสปอร์ตรุ่นพี่อย่าง เอ็กซ์เคอาร์-เอส (XKR-S) และ เอฟ-ไทพ์ (F-type) เหล่าวิศวกรของ จากัวร์ กล่าวว่าพวกเขาพยายามรักษาลักษณะเฉพาะรุ่นของ เอ็กซ์เอฟอาร์ ซึ่งคือความเรียบง่าย และเป็นมิตรต่อทุกคนไว้ โดยเพิ่มศักยภาพโดยรวมของรถ ล้อหน้ากว้าง และยางรุ่นท็อปของ พิเรลลี่ (Pirelli), ช่วงล่างบางส่วนที่ถูกนำมาจาก เอ็กซ์เคอาร์-เอส และลูกปืนล้อที่ถูกนำมาจาก เอฟ-ไทพ์ ถูกนำมาประกอบร่วมกับสปริงและส่วนรองรับน้ำหนักที่แข็งขึ้น ระบบ แอลเอสดี (LSD) ที่ถูกควบคุมด้วยไฟฟ้าทำงานอย่างรุนแรงมากขึ้น ท่อไอเสียสปอร์ตถูกปรับแต่งมาให้แผดเสียงที่น่าเกรงขาม โดยไม่ทำให้สูตรท่อเสียผิดเพี้ยนไปวาล์วพวงมาลัยของ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส ถูกนำมาจาก เอฟ-ไทพ์ ซึ่ง จากัวร์ บอกเราว่าช่วยให้พวงมาลัยมีความแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบเบรกเป็นของเดิมติดรถ แต่เฉกเช่นเดียวกับ จากัวร์ รุ่นอื่นๆ เกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีดมาแทนที่เกียร์แบบ 6 สปีดตัวเก่า


         คุณรู้สึกถึงความหนักอึ้งของพวงมาลัยแม้ขณะอยู่ในลานจอดรถ ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้จากการที่ทางค่ายเตรียมให้รถคันนี้พร้อมกับสิ่งที่มันกำลังจะเจอ ด้วยความเร็วเดินทางคงที่คุณสัมผัสได้ชัดเจนว่า เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส มีการเกาะถนนที่เด่นชัดกว่า เอ็กซ์เอฟอาร์ รุ่นปกติ การเกาะถนนเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีเสมอ อีกทั้งมันไม่ให้ความรู้สึกไม่มั่นใจเหมือน เอ็ม5 ในทางกลับกันคุณรู้สึกว่ารถ ถนน และคุณเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เพิ่มความเร็วขึ้น แล้วคุณจะมีเรื่องให้ต้องประหลาดใจอีกเช่นกัน อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นจุดเด่นของ จากัวร์ มาอย่างยาวนานคือเรื่องการทำงานของช่วงล่าง การจัดการกับทุกลักษณะของพื้นถนน การโยนตัวขึ้นเมื่อเจอเนินชัน และยุบตัวลงเมื่อเจอถนนเป็นหลุมบ่อเป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง แม้ในเนินหรือหลุมที่อาจทำให้รถสปอร์ตรุ่นอื่นเด้งจนคุณตกใจ




         อาร์-เอส จะไม่เป็น อาร์-เอส หากไม่มีแรงขับเคลื่อนเพิ่มเติมจากรุ่นปกติ ดังนั้นแรงม้าแรงบิดที่ 503 แรงม้า / 461 ลูกบาศก์ฟุต ที่เครื่องยนต์ วี8 ซุปเปอร์ชาร์จ ความจุ 5.0 ลิตร ของ จากัวร์ เอ็กซ์เอฟอาร์ ทำได้ จะถูกแปลงสภาพให้กลายเป็น 542 แรงม้า / 502 ลูกบาศก์ฟุต แรงม้าและแรงบิดระดับนี้ส่งให้ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส เข้ามาอยู่ในตลาดเดียวกับ เอ็ม5 และ อี63 ทันที


         จะว่าไปแล้วรถคันนี้มีความเป็นรถมัสเซิ่ลคาร์มากกว่ารถผู้ดีอย่าง เอ็กซ์เอฟอาร์ ด้วยซ้ำ เมื่อมันให้เสียงที่ฟังดูน่าเกรงขาม มันก็ต้องให้ความรู้สึกเช่นนั้นด้วย แรงม้าแรงบิดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเกียร์ 8 สปีดอัตราทดชิดพร้อมพาคุณทะยานไปบนถนนด้วยความเร็วสูงจนทำให้ตาคุณเปิดค้าง, ศีรษะคุณถูกกดเข้าไปยังพนักพิงศีรษะ, นิ้วมือคุณจับพวงมาลัยเกร็งแน่น เปลี่ยนเกียร์ที่รอบเครื่องสูงจะทำให้อัตราเร่งมาอย่างต่อเนื่องไม่จบสิ้น คุณจะถูกดึงไปกับรถเรื่อยๆ 


         แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้  : กดปุ่ม ไดนามิค (Dynamic)- คุณกดได้โดยมันจะทำให้ช่วงล่างทั้งหมดแข็งขึ้น และทำให้คันเร่งมีการตอบสนองไวขึ้น แต่ยังสามารถใช้งานบนถนนทั่วไปได้อย่างไร้กังวล ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลถึงเรื่องนี้ มันแข็ง แต่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย




         เอาล่ะคุณได้ลองขับมันในย่านความเร็วต่ำแล้ว คุณได้ลองปิดระบบการทำงานของ แทร็คชั่น คอนโทรล (traction control) แล้ว สรุปได้ว่าคุณทราบทุกอย่างที่รถคันนี้เป็นครบหมดแล้วหรือยัง? ยัง จนกว่าคุณจะได้ลองเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง จริงๆ แล้วหากคุณจะลองขับมันแบบนั้นจริงๆ คุณควรพิจารณาการใช้ไซเรนเตือนภัยว่า จากัวร์ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส กำลังมาแรง


         หักพวงมาลัยเข้าโค้งความเร็วสูงเหล่านั้น คุณจะรู้สึกว่าด้านหน้าของรถให้ความรู้สึกคมมากกว่าเดิม อาการไถลเล็กน้อยของ เอ็กซ์เอฟอาร์ ถูกแทนที่ด้วยการเกาะถนนอย่างมั่นคง พวงมาลัยที่เคยพยายามหมุนกลับเองเล็กน้อยกลายสภาพเป็นพวงมาลัยที่มีน้ำหนักและความหนืดอย่างเหมาะสมพอดี ตัวถังให้ความรู้สึกติดกับถนนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น ค่อยเพิ่มน้ำหนักลงบนคันเร่งแล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงการพยายามสื่อสารของรถผ่านทางแป้นคันเร่ง ดูเหมือนว่ารถคันนี้พร้อมจะพาคุณไปในทุกที่ สิ่งเดียวที่มันรอคือคำสั่งเร่งจากปลายเท้าขวาของคุณ หากนึกภาพไม่ออกให้จินตนาการถึงสุนัขร่าเริงตัวหนึ่งที่นั่งรอคำสั่งจากผู้ฝึกอย่างใจจดใจจ่อ ทันทีที่ผู้ฝึกให้สัญญาณ มันก็จะก้าววิ่งออกไปในแทบจะทันที คุณสามารถพามันเข้าโค้งได้ดั่งใจและเหยียบคันเร่งจมพื้น คุณจะต้องหลงรักรถคันนี้ด้วยพลังขับเคลื่อนที่มหาศาลที่มันมี


         ในสนามแข่งรถคันนี้กลายเป็นเครื่องผลิตควันจากยาง ราวกับว่ามีใครเผลอไปติดตั้งกลไกอะไรพิเรนทร์ในรถคันนี้ แต่คงไม่มีใครซื้อรถคันนี้เพื่อไปวิ่งในสนามโดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลเพราะมันไม่ได้อันตรายแต่อย่างใด บนถนนทั่วไป มันเป็นรถที่ใช้งานได้ดีสมราคา


         สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในรถคันนี้มากที่สุดคือการที่ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส สามารถทำในสิ่งที่ จากัวร์ ตั้งใจไว้ นั่นคือการเสริมสร้างจุดแข็งของ เอ็กซ์เอฟอาร์ โดยคงความสามารถในการใช้งานใช้ชีวิตประจำวันหรือคุณภาพในการเดินทางระยะไกลได้ดี เนื่องจากรุ่น เอ็กซ์เค เป็นรถที่แข็งและเฉพาะกลุ่มเกินไป


         บางทีส่วนที่ยุ่งยากที่สุดของ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส คือเรื่องราคา ค่าตัวที่ 80,000 ปอนด์ นั้นสูงกว่า เอ็กซ์เอฟอาร์ รุ่นปกติอยู่ 15,000 ปอนด์ และแพงกว่าทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5 และ เมอร์เซเดส อี63 อยู่ 6,000 ปอนด์ราคาจอง เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส นั้นเทียบเท่ากับรุ่นพิเศษอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5 คอมเพททิชั่น แพค (BMW M5 Competition Pack) และ เมอร์เซเดส อี63 เอส แต่แน่นอนว่ารุ่นพิเศษย่อมได้รับการแต่งเพิ่มเติมให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้น สิ่งที่ จากัวร์ ทำได้ดีกว่าคู่แข่งจากเยอรมันเมื่อเทียบรุ่นราคาเดียวกันคือเรื่องอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและอัตราปล่อยไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์


         ไม่มีใครทราบถึงความต้องการของแต่ละคนอย่างชัดเจนได้ ดังนั้นหากคุณคิดว่า จากัวร์ เอ็กซ์เอฟอาร์-เอส เป็นรุ่นที่เหมาะสมกับคุณ คุณก็จะหลงรักมันอย่างแน่นอน


         ข้อมูลจากนิตยสาร  Car

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ไม่ระบุ

จำนวนเรื่อง : 3,344
All post : 444
All view : 4,359,267
คอลัมน์ สยามกีฬา มอเตอริ่ง

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263