คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie

บิ๊กแมตช์บอลไทย

06/09/2013 8:48:31 น.


     เอาละครับ...ฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก เดินทางมาถึงช่วงเวลาที่สำคัญของซีซั่นแล้ว




        คือนับจาก ศรีสะเกษ เอฟซี ได้สิทธิ์ทำทีมต่อแต่ต้องเป็นปีหน้า และยังได้ทำให้เกิดการเพิ่มทีมไทยลีกอีกเป็น 20 ทีมเพื่อแก้ปัญหาคาราคาซังที่เกิดขึ้น ส่งผลให้โปรแกรมที่เหลือไม่ถึง 10 นัดสุดท้าย...โดยสัปดาห์นี้มีโปรแกรมระดับ 5 ดาว ที่จัดว่าเป็น "ดาร์บี้แมตช์" ออฟ ไทยแลนด์




        ผมคงไม่ไปยกตัวอย่างว่าระดับเดียวกับ ลิเวอร์พูล - แมนฯ ยูฯ, บาร์ซ่า - เรอัลมาดริด แต่มันเป็นอารมณ์ประมาณนั้น คล้ายๆกันแบบนั้นนะครับเอสซีจี เมืองทอง ปะทะชลบุรี...ได้ความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ และเป็นต้นแบบบิ๊กแมตช์แรกของเมืองไทยตั้งแต่เกมแรก เป็นแมตช์ที่ทำให้เกิกระแสความรักในฟุตบอลไทยมากยิ่งขึ้น...สมัยสนามเอสซีจียังใช้อัฒจันทร์เป็นปูนมีหลังคาฝั่งเดียวเพราะตอนนั้นคือปีแรกไทยลีก




        คนดูหลั่งไหล...ทะลักเข้ามา มันคือประสบการณ์ใหม่ของบอลไทย มันคือเกมแรกที่มีแฟนบอลมาชมฟุตบอลไทยมากที่สุดในรูปแบบของบอลลีก...ที่แข่งเหย้าและเยือน ไม่ใช่สนามเดียวเหมือนสนามศุภชลาศัยเหมือนเมื่อก่อน วันนั้นวุ่นวายดีเหมือนกันครับ ผมเองอยู่ในสนามด้วยและพยายามช่วยจัดเรื่องคนดูบ้าง




        ด้วยเพราะ...แฟนชลบุรีไปนั่งปะปนกับแฟนเมืองกิเลนผยอง เนื่องจากเราไม่คาดหวังว่าคนดูจะมาเยอะมากมายขนาดนั้น วันนั้นก็เฉียดๆ หมื่นนะครับอัฒจันทร์ยังไม่สมบูรณ์ แต่ภาพที่ออกมาดูสวยงามมากที่แฟนบอลกิเลนผยองและฉลามชลแห่กันเข้ามามืดฟ้ามัวดินจัดว่าเป็นต้นแบบบิ๊กแมตช์บอลไทย...ของจริง




        เกมในสนามของทั้งสองทีมก็สู้กันสนุก สมราคา นักเตะในทีมเป็นเพื่อนกัน เตะกันแบบไม่มีพี่มีน้องก่อน พอจบแล้วทุกอย่างจบไม่เคยมีปัญหา...กองเชียร์ก็ตะโกนด่ากันตามความเหมาะสมในขอบเขต เนี่ยที่อังกฤษเขาก็ด่ากันแบบนี้ พอประมาณ ดูไม่ลุกลาม ไม่มีด่าตัวบุคคลหรือต้องการทำให้เสียหายสองทีมนี้ไม่มีเชียร์ลีดเดอร์ อาจมีกลุ่มแฟนคลับเป็นโต้โผ แต่ทุกคนมาเชียร์อย่างพร้อมเพรียง ใครเริ่มอะไรก่อนทั้งสนามก็สามารถทำตามได้ ไม่ว่าจะเพลงอะไร นี่จึงเป็นบรรยากาศฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง




        จังหวะจะโคนที่สถานการณ์ของลีกมาถึงจุดนี้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังลุ้นแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้ชลบุรีจะไม่ได้โอกาสนั้นเมื่อดูจากอันดับคะแนน แต่...ความรู้สึกของแฟนชลบุรีและทีมงานก็มีศักดิ์ศรีมากพอที่จะขัดขวางและทำทุกอย่างไม่ให้เอสซีจีชนะนี่คือเสน่ห์ของฟุตบอล...




        ตัวบรรยากาศ...ความกดดัน จะเป็นบททดสอบ...โค้ช, นักเตะ และทีมงานว่าจะเอาตัวรอดกับเกมแบบนี้ได้ดีขนาดไหน




        เชื่อเถอะไม่ว่าขุมกำลังจะออกมาหน้าตาแบบไหน...ทั้งสองทีมมีงานใหญ่ต้องทำคือชนะกันให้ได้ เป้าหมายคือชนะและได้ 3 แต้ม นั่นคือที่สุดของเกมนี้ ถ้าจะว่าไปเปรียบเทียบจุดแข็งและจุดอ่อนทั้งสองทีมนั้นต้องยอมรับว่ามีดีมีด้อยกันคนละแบบ มีไม่ต่างกันอย่างแน่นอน



        เจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง มีปัญหาเรื่องการป้องกันลูกนิ่ง พักหลังเสียประตูจากฟรีคิกและเตะมุมบ่อยเกินและตั้งแต่เสมอบุรีรัมย์ 1-1 พวกเขาเสียประตูทุกนัดเกิน 10 ลูกเข้าไปแล้ว นี่ดีนะครับว่ากองหน้าซึ่งเป็นจุดแข็งคือเกมรุกยิงประตูได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะหลังจากที่นำ เอ็ดดี้ นักเตะโบลิเวียมาประสานงานกับธีรศิลป์และ มาริโอ แต่กองหลังก็พลาดเสียประตูตลอด ตรงนี้คือจุดที่เชื่อว่า "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ก็ทราบคงต้องดำเนินการวางแผนเพื่อโจมตี...




        ขณะเดียวกัน "ฉลามชล" มีปัญหาใหญ่คือเกมรุก...แม้ยิงประตูได้ไม่เป็นรอง เอสซีจีเมืองทอง แต่ถ้านับการใช้โอกาสนั้นค่อนข้างเปลืองอยู่ ยังผลให้หลายเกมน่าชนะกลับออกผลเสมอ และนั่นจึงทำให้พวกเขาหลุดวงโคจรการลุ้นแชมป์ไประยะหนึ่ง แต่สำหรับเกมนี้ถ้าพวกเขาบุกมาชนะเจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ได้แต้มน่าจะขยับมาเหลือ 3 โอกาสยังมีนะครับ




        เดิมพันนี้จึงเป็นเดิมพันที่ฝรั่งเรียกว่า win or bust อันเป็นเดิมพันประจำฤดูกาลคือ...ไม่ได้ก็เสีย ถ้าชลบุรีชนะไม่ได้พวกเขาก็หมดโอกาสลุ้นแชมป์ เช่นกันครับ ต้องการชนะเพื่อลุ้นแชมป์กับบุรีรัมย์ ดังนั้นเกมนี้จึงมีความหมายความสำคัญสำหรับทั้งสองทีมอย่างยิ่ง...แต่กระนั้นก็เถอะครับนั่นคือเดิมพันปกติธรรมดาของการเล่นบอลลีกอาชีพ




        ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี...ผมเชื่อว่าเกมระหว่างกิเลนผยองกับฉลามชล ยังคงความเป็นบิ๊กแมตช์บอลไทย เป็นดาร์บี้แมตช์แห่งแดนสยามอย่างไม่ต้องสงสัยด้วยเพราะฉลามชลคือทีมแรกที่ก่อตัวเป็นรูปแบบบอลอาชีพมานานเกิน 1 ทศวรรษ เป็นทีมบอลแบบบอลอาชีพก่อนใคร จากนั้นกิเลนผยองมาต่อยอดความเป็นบอลอาชีพด้วยการบริหารจัดการแบบบริษัทจำกัด ครบวงจรและเต็มรูปแบบ นี่จึงเป็นสองสโมสรที่มีจุดเริ่มต้นที่มาที่ไปคล้ายๆกัน




        เกมนี้ถ้าถามทัศนะแฟนบอลชาวไทย...ทั่วไปก็คงแตกเป็นสองเสียงแล้วแต่จะชอบ เพราะสามารถออกได้สามหน้า เนื่องจากเป็นทีมใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ เจ้าบ้านได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ อันนั้นคือพลังแฝงเหมือนนัดที่ลิเวอร์พูลชนะ แมนฯยูฯ ล่าสุดได้เพราะเสียงเชียร์แฟนหงส์แดงปลุกเร้าให้นักเตะไล่ทำลายเกม เล่นด้วยความมุ่งมั่นจนหยุดผีแดงได้




        ถ้านักเตะกิเลนผยองทำได้แบบนั้นก็อาจเป็นเรื่องลำบากสำหรับการเล่นเกมของชลบุรี ข้อนี้ก็มีส่วนสำคัญ ส่วนกลยุทธ์การแก้เกมของโค้ชนั้น ผมคิดว่าน่าจะมีพอๆกัน ไม่แตกต่างกันมาก นักเตะทั้งสองทีมฝีเท้าใกล้เคียงกัน




        เกมนี้ดูแล้วตัดสินกันที่เกมรุก...ทีมไหนจะเฉียบขาดกว่ากันเมื่อถึงจังหวะที่ต้องยิงประตู



                                                                           แจ๊คกี้

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 342
All post : 6,718
All view : 5,488,093
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263