คอลัมน์ : สปอร์ตเวิลด์ โดย.. No.10

ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2013 บาเยิร์นVsเชลซี เมื่อเสือขอล้างตาสิงห์

28/08/2013 14:37:27 น.

ขวบปีกว่าๆ หลังความปราชัยต่อหน้าแฟนบอลตัวเองในศึกชิงเจ้ายุโรปที่อัลลิอัลซ์ อารีน่า ''เสือใต้'' บาเยิร์น จะได้กลับมาล้างตากับคู่ปรับเก่าอย่าง ''สิงโตน้ำเงินคราม'' เชลซี อีกครั้ง ในศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ปีนี้ที่กรุงปราก


          ย้อนหลังกลับไปเมื่อสองฤดูกาลก่อน เสือใต้ ต้องเป็นฝ่ายน้ำตาตกคาถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ของตัวเอง เมื่อพวกเขาทำได้เพียงแค่จ้องมอง ทัพนักเตะสิงโตน้ำเงินคราม บุกมาหอบถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับบ้านไปต่อหน้าต่อตาแฟนบอลตัวเอง


         ในเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2012 บาเยิร์นเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ โธมัส มุลเลอร์ แต่ว่าเชลซีตามตีเสมอได้ จากลูกโหม่งเช่นกันของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทำให้ทั้งคู่เสมอกันในเวลาปกติ ต้องไปสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ



เชลซีกับถ้วยแชมป์ ยูโรปา ลีก ของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว



         บาเยิร์นมีโอกาสที่จะเก็บถ้วยไว้ในบ้านตัวเอง เมื่อมาได้จุดโทษ แต่ อาร์เยน ร็อบเบน ก็ยิงไม่ผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก นายทวารจอมหนึบของเชลซี ทำให้ต้องไปตัดสินเจ้ายุโรปกันในช่วงของการดวลจุดโทษตัดสิน และเป็นเชลซีที่ยิงแม่นกว่า เป็นฝ่ายชนะไป 4-3 หอบถ้วยกลับบ้านไปได้สำเร็จ


         แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาสามารถนำบทเรียนครั้งนั้น มาเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี และเปลี่ยนเป็นฟอร์มการเล่นอันสุดยอด จนสามารถคว้าตำแหน่งเจ้ายุโรป มาครองได้สมใจ ด้วยการล้มทีมคู่ปรับจากชาติเดียวกันอย่าง ''เสือเหลือง'' ดอร์ทมุนด์ ได้ บนแผ่นดินผู้ดีที่เวมบลีย์ พร้อมกับปิดฉากฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าตำแหน่งทริปเปิลแชมป์ เป็นทีมที่เจ็ดในประวัติศาสตร์


         ส่วนทางฝั่งเชลซี แม้ว่าพวกเขาจะไม่ประสบความสำเร็จ ในการลงป้องกันตำแหน่งเจ้ายุโรปของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการถูกเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่ม แต่ว่าพวกเขายังได้รับรางวัลปลอบใจ ด้วยการคว้าตำแหน่งแชมป์ถ้วยใบเล็กอย่าง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ไปครองได้สำเร็จ ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมแรก ที่สามารถคว้าถ้วยสองใบของยุโรปมาครองได้ ในช่วงระยะเวลาสองฤดูกาลติดต่อกัน



บาเยิร์นกลับมาคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก บนแผ่นดินเมืองผู้ดี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา



         ส่งผลทำให้ทั้งคู่จะได้โคจรมาชิงความเป็นหนึ่งของยุโรปกัน ในวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะเป็นปีแรกที่เปลี่ยนสังเวียนชิงชัยจากโมนาโก มาเป็นที่กรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็ก แทน


         นับตั้งแต่ที่ยูฟ่า ได้หันมาใช้สังเวียนแข้งเป็นกลาง ในการตัดสินหาแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ นับตั้งแต่ปี 1998 โมนาโกเป็นเมืองเดียว ที่รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพรายการนี้มาตลอดระยะเวลา 15 ฤดูกาลที่ผ่านมา


         จนกระทั่งมาถึงฤดูกาลนี้ ที่ทางยูฟ่า ได้ตัดสินใจเลือกให้กรุงปราก มารับงานใหญ่นี้แทน ซึ่งสังเวียนแข้งสตาโอน อีเดน ของสโมสรสลาเวีย ปราก จะใช้เป็นเวทีในการตัดสินความยิ่งใหญ่ระหว่างบาเยิร์น กับ เชลซี ในครั้งนี้ และยังจะเป็นการโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง ของสองกุนซือผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย


          ข้อมูลที่น่าสนใจคู่ชิงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2013

        บาเยิร์น

        -บาเยิร์นกลายเป็นทีมที่สองต่อจากมิลาน (1993, 1994) ที่สามารถกลับมาคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้ในฤดูกาลถัดมา หลังจากที่ปราชัยในเกมนัดชิงเมื่อฤดูกาลก่อน โดยพวกเขาจากที่เอาชนะทีมคู่ปรับร่วมประเทศอย่างดอร์ทมุนด์ ได้ที่เวมบลีย์ 2-1 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา


        -ทีมเสือใต้ยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้มาก่อนเลย โดยในการลงเตะซูเปอร์ คัพ สามครั้งก่อนหน้านี้ พวกเขาพ่ายให้กับทั้ง ดินาโม เคียฟ, อันเดอร์เลชท์ และลิเวอร์พูล


        - บาเยิร์นมีสถิติในการพบกับทีมจากอังกฤษ ด้วยการชนะ 14 เสมอ 13 และแพ้ 11 ครั้ง โดยยิงได้ 55ประตู และเสียไป 47 ประตู


        - นัดล่าสุดที่พวกเขาพบกับทีมจากเมืองผู้ดีในเวทียุโรป คือการพบกับอาร์เซน่อล ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานี้เอง โดยพวกเขาบุกไปชนะที่ลอนดอน ก่อน 3-1 แต่กลับมาเสียท่าคาบ้าน 0-2


        -โดยทีมจากเยอรมันเคยเจอกับทีมจากอังกฤษ ในเกมนัดชิงถ้วยยุโรปมาแล้วทั้งหมด 12 ครั้ง ซึ่งทีมเยอรมันเป็นฝ่ายชนะไปได้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น


        - เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือคนใหม่ของบาเยิร์น เคยคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ มาได้แล้วสองครั้ง สมัยที่คุมบาร์เซโลน่าในปี 2009, 2011 ทำให้เขาจะกลายเป็นโค้ชคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้สามสมัย ถ้าหากว่าสามารถพาทีมเสือใต้คว้าแชมป์ได้ในครั้งนี้


        - อาร์เยน ร็อบเบน ปีกชาวดัตช์ ซึ่งเป็นผู้ทำประตูชัยให้บาเยิร์น คว้าแชมป์ยุโรป เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เคยเล่นให้กับเชลซี ในช่วงระหว่างปี 2004-07 โดยได้แชมป์ลีกเมืองผู้ดีสองสมัย และแชมป์เอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย และยิงได้ 15 ประตู ในการลงเล่นให้บอลลีกให้เชลซี 67 นัด


        เชลซี

        - เชลซีคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการเอาชนะเบนฟิก้า คู่ชิงจากโปรตุเกส ได้ 2-1 ในการชิงชันกันที่อัมสเตอร์ดัม อารีน่า ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ 4 ต่อจากอาแจ็กซ์, ยูเวนตุส และบาเยิร์น ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรป ได้ครบทั้งสามรายการ


        - เชลซีเคยเข้ามาชิงถ้วยใบนี้ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งพวกเขาได้ถ้วยกลับบ้านไปครั้งเดียวในปี 1998 แต่ในการชิงถ้วยรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว พวกเขาพ่ายต่อแอต.มาดริด ไปแบบยับเยินถึง 1-4


        - ทีมสิงโตน้ำเงินคราม เคยปะทะกับทีมจากบุนเดสลีกามาแล้วทั้งหมด 14 ครั้ง โดยมีผลงานชนะ 7  เสมอ 3 และแพ้ 4 ครั้ง โดยทำประตูได้ 19 ประตู และเสียไป 11 ประตู


        - เชลซีเคยคว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1998 ด้วยการเอาชนะทีมจากเยอรมัน อย่าง สตุ๊ตการ์ทได้ 1-0 จากประตูชัยของ จานฟรังโก้ โซล่า


        - โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กลับมารับงานกุนซือเชลซีเป็นคำรบสองในฤดูกาลนี้ เคยปะทะกับกวาร์ดิโอล่ามาแล้ว 11 ครั้งก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่ทั้งคู่คุมทีมในสเปนให้กับ เรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่า โดยกวาร์ดิโอล่ามีสถิติที่ดีกว่า ด้วยการพาทีมชนะได้ 5 ครั้ง ส่วนมูรินโญ่เป็นฝ่ายชนะไปเพียง 2 ครั้ง


        - แต่มูรินโญ่ เคยพาอินเตอร์ มิลาน ทีมเก่าของเขา ปราบบาร์ซ่าของ กวาร์ดิโอล่าได้ ในการพบกันในรอบรองฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2009/10 ซึ่งอินเตอร์ของมูรินโญ่ชนะไปด้วยประตูรวม 3-2 ซึ่งอินเตอร์เป็นแชมป์ในฤดูกาลนั้น



        No.10

 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : No.10

จำนวนเรื่อง : 333
All post : 2,572
All view : 3,930,003
คอลัมน์ สปอร์ตเวิลด์

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263