คอลัมน์ : สยามกีฬา มอเตอริ่ง โดย.. วรพล สิงห์เขียวพงษ์
คาร์คลินิก : ซื้อรถยุโรปมือสอง
28/02/2013 16:54:37 น.

ถาม สวัสดีครับอาจารย์วรพล ผมติดตามนิตยสาร THAiDRiVER มาหลายปีแล้ว เนื้อหาแน่น ได้ประโยชน์ดีครับ



        ช่วงหลังมีเพื่อนแนะนำให้ลองฟังวิทยุ รายการเส้นทางยานยนต์ คลื่น 96.0 ช่วงประมาณบ่าย 2-3 ที่อาจารย์จัด ผมฟังแล้วชอบคำตอบชัดเจน แต่ไม่จำกัดความคิด ให้คนฟังได้คิดต่อเนื่องเสมอ และสามารถแสดงความคิดเห็นได้ด้วยครับ


        วันนี้มีหลายคำถามอยากรบกวนถามครับ ผมสนใจจะซื้อรถยุโรปมือสอง อาจารย์คิดว่ามีข้อดี-เสียอะไรบ้างครับ ควรซื้อรถอายุสักกี่ปี และควรดูที่ปีรถหรือระยะทางครับ?


        ขอบคุณครับ

        ธนันท์ธนา/แคราย


        
ตอบ


        ข้อดีของการซื้อรถยุโรปมือสอง คือ ได้รถในราคาต่ำกว่าป้ายแดงมากกว่า เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่น เพราะในช่วง 3-4 ปีหลังจากที่รถรุ่นนั้นออกจำหน่าย ราคารถยุโรปจะตกในอัตรามากกว่ารถญี่ปุ่นครับ อย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 อี46 ป้ายแดงราคาประมาณ 2 ล้านกว่าบาท 4 ปี ราคาลงมาเหลืออยู่ประมาณล้านเดียว แต่ข้อเสียอีกมุมก็คือ เมื่ออายุเกิน 5 ปี รถยุโรปมีโอกาสเสียง่ายกว่าและซ่อมแพงกว่าครับ


        บางคนซื้อรถยุโรปอายุ 8-9 ปี ถามว่าดีไหม ? ดีที่ได้คุณภาพของรถยุโรป แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องใช้ไป-ซ่อมไปได้ด้วย หลายคนพูดเล่นๆ ว่า 'เช้าโก้เย็นแก้ 3 เดือนเจ๊งแน่อย่างน้อย 1 อย่าง' ครับ


        ผมว่ามนุษย์เราแปลกครับ หลายคนโลภมาก ซื้อรถยุโรปอายุ 8-10 ปี ตอนซื้อบอกได้รถดีราคาถูก ใช้ไป 4 เดือนแล้วรถเสีย กลับบอกว่าทำไมเปราะอย่างนี้ ?


        ส่วนเรื่องควรซื้อรถอายุเท่าไร ? z,บอกไม่ได้หรอกครับ ทุกวันนี้ผมยังเห็นคนซื้อรถยุโรปปี 1993 แล้วก็ไปเลี้ยงฉลองชื่นชมว่าทำไมรถดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่บางคนไม่เข้าใจว่ารถเก่าแล้ว ปี 1995 ก็อายุ 20 ปีแล้ว ซื้อมาอย่างไรก็ต้องซ่อมมากและแพงกว่าการซื้อรถญี่ปุ่นรุ่นเล็กกว่าสักปี 2005-2008 ที่อาจซ่อมบำรุงน้อยกว่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่าครับ


        เพราะฉะนั้น ผู้ซื้อจะผิดหวังก็ต่อเมื่อไม่เข้าใจรถที่ซื้อมาครับ บอกไม่ได้หรอกว่าซื้อรถอายุกี่ปี ใครใช้แล้วจะมีความสุข บางคนใช้รถใหม่ 4 ปีเปลี่ยน นั่นเพราะเขามีความสุขกับการใช้รถใหม่ รู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่อาจเสียเยอะกว่า ส่วนคนที่ไปรับซื้อต่อรถคันนั้นต่อ ก็มีความสุขกับการได้รถดีราคาถูกลงมา แม้อาจต้องใช้ไป-ซ่อมไป ความสุขของคนเราต่างกัน แต่มีหลักการง่ายๆ คือรถยิ่งเก่ายิ่งซ่อมบ่อยครับ


        บางคนอาจบอกว่าหากซื้อรถที่วิ่งมาน้อยแล้วดีกว่า ผมว่าไม่เสมอไปครับ อย่างผมมีรถคันนึงซื้อตอนประมาณ 200,000 กม. ทุกวันนี้ก็ยังมีความสุขกับรถคันนั้น แต่รถอีกคันซื้อตอนประมาณ 70,000 กม. ตอนนี้กลับเริ่มทุกข์กับการซ่อม ไม่มีบทสรุปตายตัวหรอกครับ เพราะคนเราชอบอะไรต่างกันอยู่แล้ว ถ้ารถยุโรปเก่าไม่ดี แล้วทำไมทุกวันนี้ยังมีคนซื้อบีเอ็มฯ อี36 (นกแก้ว) ปี 1993 อยู่ล่ะ ?





        ซิตี้-อัลติส ซีเอ็นจี


        
ถาม

        สวัสดีครับ ผมติดตามหลายผลงานของคุณวรพลมาสักระยะแล้วครับ ทั้งรายการวิทยุคลื่น 96.5 และนิตยสาร THAiDRiVER โดยเฉพาะคอลัมน์ Car Clinic ได้ความรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับรถมากมาย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงด้วยครับ


        ด้วยราคาน้ำมันที่แพงเหลือเกิน ผมจึงสนใจจะเปลี่ยนใช้รถติดแก๊สแท้ๆ จากโรงงานครับ แต่ลังเลระหว่างฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี กับโตโยต้า อัลตัส ซีเอ็นจี ส่วนตัวผมชอบซิตี้มากกว่า เพราะลองนั่งแล้วรู้สึกสบายกว่าครับ แต่ไม่แน่ใจเพราะเห็นว่า นี่เป็นรุ่นแรกที่เป็นรถติดแก๊สจากโรงงานของฮอนด้าในไทย จึงอยากให้คุณวรพลช่วยชี้แนะว่าเป็นอย่างไร และเห็นหลายคนบอกว่าต้องสลับใช้น้ำมันบ้างจริงไหมครับ ?




        เกียรติยศ/เจริญผล


        
ตอบ

        การ ใช้รถติดแก๊สนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการประหยัดครับ ส่วนเรื่องที่ลังเล ผมว่ายังไม่ต้องพูดถึงยี่ห้อเลยก็ได้ เลือกก่อนเลยว่า...อยากได้รถตัวถังขนาดใดครับ เพราะ 2 รุ่นนี้ต่างเซกเมนต์กัน


        ไม่เกี่ยวหรอกครับว่ารถนยี่ห้อใดจะเคยหรือไม่เคยผลิตรถติดแก๊สมาก่อน  ดังนั้นไม่ว่ารถรุ่นใด ถ้าติดมาจากโรงงานผู้ผลิตก็น่าจะไว้ใจได้อยู่แล้วครับ และด้วยมิติรถที่ต่างกัน คือ อัลติสย่อมใหญ่กว่า นอกจากด้านขนาดแล้ว ก็ส่งผลถึงอย่างอื่นด้วยครับ เช่น สมรรถนะ และการเกาะถนนของรถ แต่ก็อยู่ที่ว่าเราพอใจตรงไหนด้วย ถ้าคุณลองแล้วชอบซิตี้มากกว่า ผมว่าก็ไม่มีเหตุผลจะเลือกอัลติสครับ


        ส่วน เรื่องการสลับใช้น้ำมันในรถติดแก๊ส เป็นอีก 1 เรื่อง ที่หลายคนเข้าใจผิด ถ้าผมบอกว่า...แก๊สไม่ได้ทำร้ายเครื่องยนต์ ประโยคคำถามนี้จะเกิดขึ้นไหมครับ ?




        สาเหตุที่ต้องใช้น้ำมันตอนสตาร์ต และระบบมักบังคับให้เป็นแบบนั้น ไม่ใช่เพื่อถนอมเครื่องยนต์ แต่เพราะเรกกูเรเตอร์ -หม้อต้มหรือตัวปรับแรงดันของแก๊ส มักต้องการความร้อนของน้ำหมุนเวียนในระบบ


        บางคนขี้เกียจและขี้เหนียว ไม่ใช้น้ำมันเลย 1 เดือน หัวฉีดหรือท่อต่างๆ แห้งกรอบหมด พอเสียหายก็ด่าบริษัทผู้ผลิตว่า ระบบน้ำมันพังง่าย  ผมสรุปว่าการสตาร์ตด้วยน้ำมันไม่ใช่เพื่อถนอมเครื่องยนต์ แต่เพื่อให้สิ่งที่ควรจะใช้ คือ อุปกรณ์ในระบบน้ำมันได้ทำงานบ้างหรือไม่แห้งจนพังครับ


        
วรพล ....

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : วรพล สิงห์เขียวพงษ์

จำนวนเรื่อง : 41
All post : 13
All view : 112,070
คอลัมน์ สยามกีฬา มอเตอริ่ง

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263