ตลอดช่วงอดีตที่ผ่านมามหกรรม ''กีฬาแห่งชาติ'' มักจะมี ''กีฬาชนิดใหม่'' ถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขันอย่างมากมายมาอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี แต่กีฬาใหม่ที่ถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ หลายๆ ชนิด มักไม่ใช่กีฬาที่แข่งกันตามชายหาด ยกเว้น ''วอลเลย์บอลชายหาด'' เนื่องด้วย ''กีฬาชายหาด'' ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร และหาสนามแข่งขันยาก
แต่สำหรับกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ''เชียงใหม่เกมส์'' ต้องบอกว่า ''การกีฬาแห่งประเทศไทย'' และ ''เชียงใหม่'' เปิดมติใหม่ของ ''วงการกีฬาไทย'' เลยกว่าได้ หลังจากที่บรรจุกีฬา ''ตะกร้อชายหาด'' เข้าเป็นรายการแข่งขันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังไม่เคยมีการ ''สาธิต'' ในกีฬาแห่งชาติมาก่อนอีกด้วย
จนทำให้บรรดาสื่อหลายสำนักรวมถึงสยามกีฬาให้ความสนใจกับการแข่งขันกีฬา ''ตะกร้อชายหาด'' ในครั้งนี้มาก เหตุเพราะ ''ตะกร้อชายหาด'' เองก็ไม่ใช่กีฬาสากลและยังไม่ใช่กีฬาที่ได้รับความนิยจากแฟนๆ กีฬาสักเท่าไหร่ แต่ฉะไหนถึงถูกบรรจุเข้าสู่ ''กีฬาแห่งชาติ'' ได้?
โดย
ศุภกิจ จันทร์ตรี ผู้แทนสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเหตุผลที่ ''ตะกร้อชายหาด'' ถูกบรรจุเข้าสู้กีฬาแห่งชาติครั้งนี้ว่า... การที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยนำตะกร้อชายหาดเข้าสู้กีฬาแห่งชาติ มันเกิดขึ้นจากการที่สมาคมตะกร้อฯ เองมีความต้องการที่จะพัฒนากีฬาตะกร้อชายหาดในประเทศไทยให้ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากระยะหลังการแข่งขันตะกร้อชายหาดมีการแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น แต่กีฬาตะกร้อชายหาดในเมืองไทยกลับมีรายการแข่งขันน้อยมาก ทำให้อาจจะขาดการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับทีมชาติไทยได้ในอนาคต
''อีกทั้งในอีก 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยก็ได้รับเกียรติให้เป็น ''เจ้าภาพ'' จัดการแข่งขัน ''เอเชียน บีชเกมส์ ครั้งที่ 3'' จึงทำให้การกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมตะกร้อฯ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบหลัก ต้องนำกีฬา ''ตะกร้อชายหาด'' บรรจุเข้าไปอยู่ในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ''เชียงใหม่เกมส์'' เป็นครั้งแรกเพื่อพัฒนาและสร้างกระแสความนิยมในกีฬาชนิดนี้ให้มากยิ่งขึ้น''
ผู้แทนสมาคมตะกร้อฯ กล่าว
ขณะเดียวกันหลังจากที่มี ''ตะกร้อชายหาด'' เปิดฉากขึ้นใน ''เชียงใหม่เกมส์'' กีฬาชนิดนี้ก็ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาชาวเชียงใหม่และสื่อมวลชนที่มาทำข่าวไม่น้อยทีเดียว จนทำให้ตลอดการแข่งขันทั้ง 2 วันมีผู้ชมและแฟนตะกร้อให้ความสนใจเข้ามาชมกันเยอะพอสมควรทีเดียว ทั้งที่สนามแข่งขันอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 20 กม.
ทั้งที่บรรดาผู้ฝึกสอนตะกร้อหลายคนพูดถึงการจัดการแข่งขันตะกร้อชายหาดในครั้งนี้ไว้อย่างน่าฟังไม่น้อยอีกด้วย โดย ''พงษ์ศักดิ์ เถาเจือ'' ผู้ฝึกสอนทีมตะกร้อชายหาดทีมชาติไทย ที่ครั้งนี้มารับหน้าที่เป็นโค้ชให้ ''เจ้าภาพ'' เชียงใหม่ กล่าวว่า ตะกร้อชายหาดเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์ในตัวของมันมาก เพราะกีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาไม่สามารถทายผลการแข่งขันล่วงหน้าได้เลย เพราะหากนักกีฬามีความสามารถใกล้เคียงกันเกมการแข่งขันจะเป็นไปอย่างสูสี ไม่เหมือนกันเซปักตะกร้อที่มักจะตัดสินกันด้วยลูกเสิร์ฟเป็นส่วนใหญ่ ผิดกับตะกร้อชายหาดมีลูกเสิร์ฟกินกันง่าย และทั้งสองทีมต้องสู้กันด้วยจังหวะล้วนๆ จึงทำให้เกมสนุกกว่าเซปักตะกร้อ''
''ส่วนประเด็นที่บรรจุ ''ตะกร้อชายหาด'' ชิงชัยในกีฬาแห่งชาติ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะมันช่วยในเรื่องการพัฒนานักกีฬาตะกร้อได้เป็นอย่างดี เพราะตอนนี้กีฬาตะกร้อชายหาดมันก็เขาไปสู้กีฬาระดับนานาชาติแล้ว อีกทั้งยังเป็นเวทีทำให้เราได้เห็นกีฬาหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย''
ขณะที่ สหัสธิยา ฝากสระ ผู้ฝึกสอนทีมตะกร้อชายหาดสาวกรุงเทพฯ กล่าวสั้นๆ ว่า ''นี่ถือเป็นนิมิตอันดีของ ''ตะกร้อชายหาด'' เพราะกีฬาชนิดนี้มันก้าวไปสู่ระดับนานาชาติแล้ว เราก็ควรที่จะพัฒนามันอย่างเต็มที่ และทำให้กีฬาชนิดนี้ไปสู้กีฬาสากลให้ได้ เพราะตะกร้อชายหาดเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์ และยังเป็นกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทยด้วย''
หลังจากการที่ได้รับฝังคำบอกเล่าจากผู้แทนสมาคมตะกร้อฯ และผู้ฝึกสอนตะกร้อมาทั้งหมดนั้นทำให้รู้ว่า ...กีฬาตะกร้อชายหาดคือเสน่ห์ใหม่ของกีฬาแห่งชาติครั้งนี้เลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม ''ศึกตะกร้อชายหาดครั้งแรก'' ที่เกิดขึ้นใน ''เชียงใหม่เกมส์'' ยังมีอีกประเด็นที่หลายคนสนใจ คือทัพนักหวดลูกหวายหนุ่ม-สาวจังหวัดใด? จะเป็นผู้จารึกชื่อเป็นผู้คว้า ''เหรียญทองตะกร้อชายหาด'' เป็นทีมแรกของ ''กีฬาตะกร้อชายหาด'' ในกีฬาแห่งชาติ
ตลอด 2 วันของการชิงชัยตะกร้อชายหาด ''เชียงใหม่เกมส์'' นั้นต้องบอกว่าเป็นไปอย่างเข้มข้น และขุนพลหวายหนุ่ม-สาวตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ พยายามเค้นฟอร์มเก่งออกมาสู้กันอย่างเต็มที่ ชนิดไม่มีการเกรงศักดิ์ศรีกัน ก่อนที่แชมป์ประเภททีมชายจะตกเป็นของ ''ทัพหวายชายหาดหนุ่มลูกน้ำเค็ม'' ชลบุรี ที่มี 6 ขุนพลอย่าง สุกรี เพิ่มทรัพย์, ศรพิทักษ์ ศรีหริ่ง, พักตร์พงษ์ เดชเจริญ, เสกสรรค์ ทับทอง, รังสิโรจน์ สิริสมุทรสาร และ ปะเวศ อินทรา สามารถช่วยกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่รอบแรกจนรอบชิงชนะเลิศ
โดยหนุ่มชลบุรีได้บายในรอบแรก จากนั้นลงสนามนัดแรกในรอบสองอัดนครราชสีมา 3-0 เซต และต่อด้วยสอนเชิงหนุ่มกรุงเทพฯ อีก 3-0 ในรอบตัดเชือก ก่อนที่ในรอบชิงจะโชว์ความเหนือชั้นเชือดปทุมธานี 3-1 เซต ชนิดที่แฟนๆ ตะกร้อถึงกับอึ้งทั้งที่แพ้ไปก่อนในเซตแรก และในเซตสองตามหลังปทุมธานีเกือบ 8 แต้ม ก่อนงัดฟอร์มเก่งไล่ขย้ำหนุ่มเมืองดอกบัวทีเดียว 3 เซต พร้อมกับจารึกชื่อว่าเป็น ''ทีมแรก'' ที่คว้าเหรียญทองกีฬาตะกร้อชายหาดในกีฬาแห่งชาติ เท่านั้นยังไม่พอ ''เสกสรรค์ ทับทอง ยังคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมไปครองอีกด้วย

ขณะที่ประเภททีมหญิง สาวกรุงเทพฯ ที่ประกอบด้วย กลิ่นสุคนธ์ มาตรสมบัติ, มัสยา ดวงศรี, พินพร ครองบุ่งคล้า, ปิยะพันธ์ ตั้งใจ, นิสา ธนะอรรถวุฒิ และ แคทรียา กาศรี สามารถผงาดคว้าเหรียญทองมาครองหลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แพ้ทีมหวายชายชลบุรี โดยรอบแรกได้บาย ก่อนลงสนามนัดแรก รอบสอง เชือดชลบุรี 3-2 เซต จากนั้นรอบรองฯ ดับซ่าร้อยเอ็ด 3-0 ก่อนเฉือนชนะอุบลฯ มาได้แบบเฉียดฉิว 3-2 เซต พร้อมสลักชื่อผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมตะกร้อชายหาดหญิง ''ทีมแรก'' ที่ได้เหรียญทองในกีฬาชนิดนี้เช่นกัน ขณะเดียวกัน ''เจ้าพัน'' ปิยะพันธ์ ตั้งใจ ตัวเสิร์ฟตัวเก่งของทีม ยังรับตำแหน่งดีเด่นไปครองอีกด้วย
และจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของ ''หนุ่มเมืองชลบุรี และสาวกรุงเทพฯ'' เราคงต้องซูฮกว่าพวกเขา ''สุดยอด'' นักหวดลูกหวายชายหาดของเมืองไทย!