คอลัมน์ : สปอร์ตวาไรตี้ โดย.. นาร์ซีส์ซัส
เพลงฮิตจากทีมฟุตบอล
15/11/2012 15:47:34 น.


หลายท่านที่ชอบดนตรีอาจเคยได้ยินสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังในวงการเพลงของอังกฤษ อย่าง นิว มิวสิคอล เอ็กซ์เพรสส์ (เอ็นเอ็มอี) กันบ้าง ปีนี้ก็อายุครบ 6 ทศวรรษพอดี และพวกเขาก็เป็นรายแรกที่จัดทำอันดับเพลงในเมืองผู้ดี โดยเริ่มตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 1952 ซึ่งก็ครบ 60 ปีแล้วเช่นกัน


ตำนานนักเตะอังกฤษมาร่วมร้องเพลง "Back Home" เมื่อปี 1970

เพื่อให้เข้ากับเว็บกีฬา เลยเลือกเอาเพลงที่ทีมฟุตบอลเคยร้องจนติด 40 อันดับแรกของพวกเขามานำเสนอกัน โดยผลงานชิ้นแรกซึ่งขึ้นอันดับ 1 คือ "Back Home" ในปี 1970 มันไม่ใช่เพลงแรกๆที่เกี่ยวกับลูกหนังประเทศดังกล่าว เพราะก่อนหน้านั้นมีทั้ง "World Cup Willy", "Ramsey's Men" และ "England 1966: The World Cup Waltz" 3 ซิงเกิ้ลซึ่งผลิตออกมาช่วงพวกเขาได้จัดการแข่งขัน และเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 1966 แต่ยังไม่มีทีมลูกหนังรายใดที่ทำเพลงเอง และโด่งดังเท่า "Back Home" ที่ร้องโดยนักเตะทีมชาติอังกฤษ



แม้ไม่ใช่เพลงทางการของการแข่งขัน โดยมาจากลองเพลย์ "The World Beaters Sing The World Beaters" แต่ขึ้นอันดับ 1 ได้ถึง 3 สัปดาห์ช่วงเดือนพฤษภาคม 1970 แถมวนเวียนในชาร์ตยาวนาน 17 สัปดาห์ รวมถึงเป็นเพลงประจำรายการโทรทัศน์ช่วงทศวรรษที่ 90 "แฟนตาซี ฟุตบอล ลีก" น่าเสียดายว่าพวกเขาไม่สามารถนำถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกกลับบ้านตามเพลงได้จริงๆ กระทั่งถึงนาทีนี้


จอห์น บาร์นส์ (ที่ 2 จากขวา) มาร่วมแร็ปในเพลง "World in Motion"

ทีมชาติอังกฤษ เหมือนกลับมาร้องแก้ตัวด้วยงานชื่อ "This Time (We'll Get it Right)" แต่มันก็ยังไม่ถูกต้องสำหรับพวกเขาตามชื่อเพลง แม้ขึ้นถึงอันดับ 2 ช่วงเดือนมิถุนายน 1982 พอถึงปี 1986 เหมือนแฟนบอลรู้ทัน จึงไม่หลงใหลกับ "We've Got the Whole World (At Our Feet)" ของทีมชาติตัวเองอีกแล้ว มันเลยจบด้วยอันดับ 66 และไม่มีใครอยากโหลดไว้บนอินเตอร์เน็ตด้วยซ้ำ กระทั่ง นิว ออร์เดอร์ วงดังร่วมสมัย มาช่วยทำเพลง "World in Motion" ไม่มีใครคิดว่าจะดัง แต่เพลงนี้กลับฮิตถึงขั้นติดอันดับ 1 ในเดือนพฤษภาคม 1990



อย่างไรก็ตามการนำศิลปินเจ๋งๆในยุคมาร้อง ก็ไม่ได้ช่วยให้เพลงทีมชาติประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะ "(How Does it Feel To Be) On Top of the World" ไปได้แค่อันดับ 9 แม้มีทั้ง สไปซ์ เกิร์ลส์, เอ็คโค่ แอนด์ เดอะ บันนี่เมน หรือ โอเชี่ยน คัลเลอร์ ซีน ซึ่งถ้าได้ฟัง จะรู้ว่าการติดท็อปเทนคือเรื่องเหลือเชื่อแล้ว



ทีมชาติสกอตแลนด์ ก็เคยนำรายดังมาช่วยเช่นกัน คือ ร็อด สจ๊วร์ต ซึ่งเคยเป็นนักเตะอยู่พักหนึ่ง ก่อนไปเอาดีกับการร้องเพลง เดิมที "ตาร์ตัน" ออกเพลง "Easy, Easy" ในปี 1974 แต่ได้แค่อันดับ 20 พอเอา "แหบเสน่ห์" มาร่วมงาน "Ole Ola" กลับขึ้นถึงอันดับ 4 ปี 1978 พอกลับมาทำกันเอง "Say it with Pride" ไปไกลแค่อันดับ 45 ในปี 1990 แต่เมื่อ สจ๊วร์ต คัมแบ๊กปี 1996 "Purple Heather" ไต่ไปสูงถึงอันดับ 16



ส่วน อาร์เซน่อล สโมสรแรกที่ร้องเพลงดังจนติดชาร์ต ดูเหมือนไม่ค่อยถูกกับการมีคนอื่นมาช่วยสักเท่าไหร่ เพราะออกเพลง "Good Old Arsenal" เมื่อปี 1971 ติดอันดับ 16 แต่พอ ทิปป้า ไอรี กับ ปีเตอร์ ฮันนิเกล มาร่วมงาน "Shouting for the Gunners" กลับได้เพียงอันดับ 34 ปี 1993 ในปี 1998 "กันเนอร์ส" นำ "Hot Stuff" ติดอันดับ 9 แต่พอเวลาผ่านไปเพียง 2 ปี ผลงานใหม่ "Arsenal Number One/Our Goal" ก็จบแค่อันดับ 46 เท่านั้น



ท็อตต์แน่ม ฮ็อตสเปอร์ เคยพา "Ossie's Dream - Spurs Are On Their Way To Wembley" ติดอันดับ 5 ในปี 1981 พอเอา แชส และ เดฟ มาช่วยถึง 2 หน ("Tottenham, Tottenham" - 1982, "Hot Shot Tottenham!" - 1987) อันดับ 15 ก็ยังไม่เคยได้ พอกลับมาร้องเอง "'When the Year Ends in One" ในปี 1991 นึกว่าจะกระเตื้องขึ้น แต่กลายเป็นว่ายิ่งแย่ลง เพราะไม่ถึง 40 อันดับแรกด้วยซ้ำ



ความสำเร็จมีส่วนต่อการติดอันดับของเพลง ลิเวอร์พูล เคยร้องจนผลงานขึ้นชาร์ต 5 ครั้ง เริ่มจาก "We Can Do It" ที่ได้อันดับ 15 ปี 1977 ยุคที่พวกเขาเกรียงไกรได้แชมป์ลีก กับ ยูโรเปี้ยน คัพ ในปีเดียวกัน แม้เสียฟอร์มกับ "Liverpool (We're Never Gonna...)/Liverpool Anthem" (อันดับ 54 ปี 1983) และ "Sitting on Top of the World" (อันดับ 50 ปี 1986) แต่กลับมาได้กับ "Anfield Rap (Red Machine in Full Effect" ซึ่งติดอันดับ 3 ปี 1988 ซึ่งได้แชมป์ลีกสมัยที่ 17 ก่อนหายไปหลังออก "Pass & Move (It's the Liverpool Groove)" ซึ่งติดอันดับ 4 ปี 1996 ตอนพวกเขาได้อันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก



ทีมที่มีเพลงติดอันดับมากสุด คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยตัวเลข 8 เพลง แม้ผลงานแรก "Manchester United" จะได้แค่อันดับ 50 ก่อนติดท็อปเทน 2 เพลงรวดกับ "Glory Glory Man United" (1983), "We All Follow Man United" (1985) แม้ "United (We Love You)" (1993) แต่ "Come on You Reds" ก็ขึ้นอันดับ 1 ในปี 1994 และเป็นสโมสรเดียวที่ร้องเพลงจนฮิตติดอันดับ 1 ชาร์ตเมืองผู้ดี ส่วน "We're Gonna Do It Again" (1995), Move Move Move (The Red Tribe) (1996) ก็อยู่ในท็อปเทน กระทั่งเพลงสุดท้าย "Lift it High (All About Belief)" ยังได้อันดับ 11 ปี 1999


สรุปเพลงที่ทีมฟุตบอลร้องจนติดชาร์ต 40 อันดับแรกของอังกฤษ (ในวงเล็บคืออันดับสูงสุด, จำนวนสัปดาห์ที่อยู่ในชาร์ต 75 อันดับ)
1970: ทีมชาติอังกฤษ - 'Back Home' (อันดับ 1, 17 สัปดาห์)
1971: อาร์เซน่อล - 'Good Old Arsenal' (อันดับ 16, 7 สัปดาห์)
1972: ลีดส์ ยูไนเต็ด - 'Leeds United' (อันดับ 10, 10 สัปดาห์)
1972: เชลซี - 'Blue is the Colour' (อันดับ 5, 12 สัปดาห์)
1974: ทีมชาติสกอตแลนด์ - 'Easy, Easy' (อันดับ 20, 4 สัปดาห์)
1975: เวสต์แฮม ยูไนเต็ด - 'I'm Forever Blowing Bubbles' (อันดับ 31, 2 สัปดาห์)
1977: ลิเวอร์พูล - 'We Can Do It' (อันดับ 15, 4 สัปดาห์)
1978: น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เปเปอร์ เลซ - 'We've Got the Whole World in Our Hands' (อันดับ 24, 6 สัปดาห์)
1978: ทีมชาติสกอตแลนด์ และ ร็อด สจ๊วร์ต - 'Ole Ola' (อันดับ 4, 6 สัปดาห์)
1981: ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ - 'Ossie's Dream - Spurs Are On Their Way To Wembley' (อันดับ 5, 8 สัปดาห์)
1982: ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ แชส กับ เดฟ - 'Tottenham, Tottenham' (อันดับ 19, 7 สัปดาห์)
1982: ทีมชาติอังกฤษ - 'This Time'/'England We'll Fly the Flag' (อันดับ 2, 13 สัปดาห์)
1983: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 'Glory Glory Man United' (อันดับ 6, 5 สัปดาห์)
1985: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 'We All Follow Man United' (อันดับ 10, 5 สัปดาห์)
1985: เอฟเวอร์ตัน - 'Here We Go' (อันดับ 14, 5 สัปดาห์)
1987: ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ แชส กับ เดฟ - 'Hot Shot Tottenham!' (อันดับ 18, 5 สัปดาห์)
1988: ลิเวอร์พูล - 'Anfield Rap (Red Machine in Full Effect' (อันดับ 3, 6 สัปดาห์)
1990: ทีมชาติอังกฤษ และ นิว ออร์เดอร์ - 'World in Motion' (อันดับ 1, 12 สัปดาห์)
1993: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เดอะ แชมเปี้ยนส์ - 'United (We Love You)' (อันดับ 37, 2 สัปดาห์)
1993: อาร์เซน่อล และ ทิปป้า ไอรี/ปีเตอร์ ฮันนิเกล - 'Shouting for the Gunners' (อันดับ 34, 3 สัปดาห์)
1994: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 'Come on You Reds' (อันดับ 1, 15 สัปดาห์)
1994: เชลซี - 'No One Can Stop Us Now' (อันดับ 23, 3 สัปดาห์)
1995: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ สไตรเกอร์ - 'We're Gonna Do It Again' (อันดับ 6, 6 สัปดาห์)
1995: เอฟเวอร์ตัน - 'All Together Now' (อันดับ 24, 3 สัปดาห์)
1996: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 'Move Move Move (The Red Tribe)' (อันดับ 6, 15 สัปดาห์)
1996: ลิเวอร์พูล และ บู๊ต รูม บอยซ์ - 'Pass & Move (It's the Liverpool Groove)' (อันดับ 4, 4 สัปดาห์)
1996: ทีมชาติสกอตแลนด์ และ ร็อด สจ๊วร์ต - 'Purple Heather' (อันดับ 16, 5 สัปดาห์)
1997: เชลซี และ ซักก์ส - 'Blue Day' (อันดับ 22, 5 สัปดาห์)
1998: อาร์เซน่อล - 'Hot Stuff' (อันดับ 9, 5 สัปดาห์)
1999: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 'Lift it High (All About Belief)' (อันดับ 11, 5 สัปดาห์)
2000: เชลซี - 'Blue Tomorrow' (อันดับ 22, 2 สัปดาห์)
2004: โยวิล ทาวน์ - 'Yeovil True' (อันดับ 36, 1 สัปดาห์)
2008: คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ เจมส์ ฟ๊อกซ์ - 'Bluebirds Flying High' (อันดับ 15, 2 สัปดาห์)
2010: แฟนบอล ลีดส์ ยูไนเต็ด - 'Leeds Leeds Leeds' (อันดับ 10, 1 สัปดาห์)
2010: ทีมชาติอังกฤษ และ นิว ออร์เดอร์ - 'World In Motion' (เวอร์ชั่นออกใหม่) (อันดับ 22, 4 สัปดาห์)

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นาร์ซีส์ซัส

จำนวนเรื่อง : 831
All post : 1,355
All view : 5,415,976
คอลัมน์ สปอร์ตวาไรตี้

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263