คอลัมน์ : วอลเลย์บอลไทย โดย.. คงศักดิ์ ทองภักดี
กมลทิพย์ กุลนา'ติ๊ก''ราชินีลูกยางชายหาด
09/11/2012 9:57:00 น.

กล่าวถึงวอลเลย์บอลชายหาด กมลทิพย์ กุลนา คือชื่อแรกที่ต้องนึกถึง สาวร่างเล็กจากจังหวัดเชียงรายผู้นี้ฝากตำนานไว้บนผืนทรายกับ 5 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน วอลเลย์บอลชายหาดหญิง และ 3 กีฬาเอเชียน เกมส์ที่ได้สัมผัส


        ทั้งหมดที่กล่าวยังไม่รวมเซอร์กิตระดับนานาชาติ สะสมคะแนนโลก และเอเชียอย่างวอลเลย์บอลชายหาดเวิลด์ ทัวร์ เอเชียน ทัวร์ หรือศึกอินเตอร์เนชันแนลต่างๆ ที่สาวร่างเล็กคนนี้ไปแข่งขันมาแล้วทั่วโลกตลอดสิบกว่าปีบนผืนทรายชายหาด

        สมญานามราชินีลูกยางชายหาดเหมาะสมที่สุดกับเธอ กมลทิพย์ กุลนา หรือ ติ๊ก คนนี้ ที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้


สาวน้อยเจียงฮายหวิดถอดใจ

        ''ติ๊กเกิดที่อำเภอเมืองในจังหวัดเชียงรายค่ะ พ่อทำงานรับเหมาแม่เป็นแม่บ้าน ติ๊กมีน้องชายอีกคน ที่บ้านก็อยู่ฐานะปานกลาง พอมีพอใช้ เราอยู่กันอย่างประหยัดในครอบครัวเล็กๆ'' กมลทิพย์ กุลนา สาวร่างเล็ก 164  เซนติเมตร ในวัย 36 ปี ที่ยังคงรักษาร่างกาย ไม่ต่างจากครั้งครองราชินีแห่งวอลเลย์บอลชายหาด กล่าวนำถึงเรื่องราววัยเด็ก

        กมลทิพย์ กุลนา สาวเมืองเหนือเกิดที่จังหวัดเชียงราย ก็เหมือนเด็กๆ บ้านนอกที่เช้าไปโรงเรียน เย็นกลับบ้าน เรื่องเรียนก็อยู่ในระดับกลางๆ กับกีฬาวอลเลย์บอลก็มาเล่นตอนอยู่ประถมปลาย ตอนมาเข้าต่อป.4-6 เพื่อนผู้ชายมาสมัครเป็นนักฟุตบอล ส่วนติ๊กมาด้วยกัน ก็ขอเป็นนักวอลเลย์บอล อยากเล่นให้เทศบาล 1 เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนมีชื่อเรื่องกีฬาของเชียงราย

        เธอมาเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์สมพงษ์ สันธิราษฎร์ ครูพลศึกษาและครูวอลเลย์บอลคนแรก ที่ฝึกเธอมาเป็นปีๆ เธอฝึกซ้อมวอลเลย์บอล จนวันหนึ่งเด็กสาวตัวเล็กๆ คนนี้เกิดเจ็บขึ้นมา ออกอาการท้อ จนจะเลิกเล่นวอลเลย์บอล

        ''ตอนนั้นเด็กๆ เราก็เล่นไปตีบอล อันเดอร์ทุกๆ วัน จนแขนเจ็บ บวมขึ้นเลย ระบมไปหมด ตอนนั้นเราก็เด็กๆ ไปเจอเข้าอย่างนี้ ก็มาคิดว่าไม่ไหวแล้วซิ เจ็บอย่างนี้ จะคิดเลิก เลยไม่ไปซ้อม''

        ''ติ๊กหยุดซ้อมไปเป็นอาทิตย์ ก็ไม่คิดจะไปเล่นนะ แต่อาจารย์สมพงษ์ก็มาตามให้ไปเล่น พูดให้กำลังใจด้วย บอกครูเห็นแววเรานะ เล่นวอลเลย์บอลได้ ตอนนั้นก็หายเจ็บแล้วล่ะ ก็กลับไปซ้อมทีมอีกครั้ง''

        ขึ้นชั้นป.6 ก็ได้เล่นทีมโรงเรียนในระดับยุวชนของจังหวัด แต่เล่นได้ปีเดียวก็มาอยู่มัธยม ย้ายมาดำรงราษฎร์สงเคราะห์ โรงเรียนดังทั้งเรื่องเรียน และวอลเลย์บอล ที่ยอดนักตบอย่าง ปริม อินทวงศ์ เป็นศิษย์เก่าและสร้างชื่อให้ที่นี่ ติ๊กมาเล่นวอลเลย์บอล มาเป็นลูกศิษย์ อาจารย์วัชภรณ์ พุ่มพวง โค้ชคนเดียวที่เคยสอน ''มือเซตอัจฉริยะ'' มาตั้งแต่ยังเป็นมือตบ 

 เดินตามตบสาวรุ่นพี่สู่เมืองกรุง

        ที่ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ ติ๊กแม้จะเป็นสาวร่างเล็ก แต่ความที่มีไหวพริบ ใช้มันสมองในการเล่น จึงติดทีมในระดับยุวชน แข่งขันในจังหวัดกับรายการใหญ่ๆ อย่าง วอลเลย์บอลยุวชนเครือซิเมนต์ไทย ก็ได้เป็นตัวหลักในทีม พัฒนาการเล่น สั่งสมประสบการณ์มาทุกปี จนขยับมาเล่นในระดับเยาวชนน 18 ปีอย่าง พาวเวอร์ ทัวร์นาเมนต์ หรือกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ ก็ผ่านสังเวียนมาแล้วทั้งสิ้น

        ตอนเล่นให้เขต 5 เชียงรายในกีฬาแห่งชาติ ก็ได้ปะทะฝีมือกับนักตบดังๆ  ได้เจอทีมเขต 10 ที่มีนักตบดังค่ายธนาคารกสิกรไทยอย่าง มาลินี คงทัน, ''จุ๋ม-จ๋อม'' ศรัณยา-ลัดดาวัลย์ คู่แฝดจากสวนกุหลาบนนทบุรี ได้เล่นจนเข้าตา เสมอ ทองดอนอ่อน โค้ชเขต 10 และแบงก์ตรารวงข้าว จนต้องยืมตัวมาเล่นให้กสิกรไทยในช่วงปิดเทอม ลงตบรายการมิตซูโน่

        ด้วยผลงานที่ฝากไว้ทำให้ เสมอ ทองดอนอ่อน อาจารย์และโค้ชของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรีตัดสินใจมาชวน กทลทิพย์ กุลนา ที่ตอนนั้นเรียนอยู่ม.5 ไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ ที่สวนนนท์ การตัดสินใจในครั้งนั้นของติ๊กถือเป็นจุดหันเหของชีวิตเธอกับกีฬาวอลเลย์บอล



        ''ตอนนั้นอาจารย์วัชราภรณ์ก็ฝากติ๊กกับพี่เจน (ปริม อินทวงศ์) ให้ช่วยแนะนำ พี่เจนก็สนับสนุน เห็นว่ามาอยู่สวนนนท์ เล่นให้กสิกรไทยด้วย ที่ตอนนั้นเป็นสโมสรใหญ่ ทางบ้านก็ไม่มีปัญหา ถือเป็นโอกาส เพราะที่บ้านก็ไม่ได้ฐานะดีอะไร การได้มาเรียนในกรุงเทพฯ และได้เรียนต่อระดับมหา''ลัยที่จะมีทุนเรียนให้นักกีฬา ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ส่วนตัวติ๊กเองก็ไม่มีปัญหา เคยมากรุงเทพฯ มาแข่ง เห็นว่า เราน่าจะอยู่ได้''

        หนึ่งปีที่สวนกุหลาบนนทบุรีได้เรียนร่วมชั้นกับ ''อ้อย'' รัตนาภรณ์ อาลัยสุข และ เพื่อนที่เรียนรุ่นน้องอย่าง ''หมู'' มนัสนันท์ แพงขะ ซึ่งในเวลาต่อมาคือสองสาวยอดนักตบลูกยางชายหาด ที่เล่นมาพร้อมๆ กัน

        ปีรุ่งขึ้นติ๊กเดินตามสายของเด็กนักตบสวนกุหลาบนนทบุรี เข้าต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมของเหล่านักตบค่ายรวงข้าวธนาคารกสิกรไทย ที่นี่อ้อยเล่นวอลเลย์บอลให้ทั้งสถาบันและสโมสร แต่เธอก็เป็นนักตบที่เป็นตัวหลักในบอลรับ มากกว่าเป็นตัวรุก ด้วยความสูง 164 เซนติเมตรที่ยังถือว่า เล็กมากสำหรับผู้เล่นแดนหน้า


ออกนอกยิมฯ โลดแล่นบนผืนทราย
        วอลเลย์บอลชายหาดเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตของ ''ติ๊ก'' กมลทิพย์ กุลนา ตอนอยู่ ม.ศรีปทุมได้ปี 2 ตอนนั้นธนาครกสิกรไทย นอกจากโด่งดังมีชื่อในวอลเลย์บอลในร่มแล้ว ยังขอสยายปีกออกสู่ผืนทราย ส่งทีมแข่งชิงแชมป์ประเทศไทย ติ๊ก ก็ได้เปลี่ยนชุดมาสวมบิกินี่ ลงลุยลูกยางชายหาด คู่แรกที่เล่นด้วยกันเป็นสาวร่างโย่ง ''ปุ๊'' มาลินี คงทัน และนับเป็นการประเดิมตบกลางแจ้งได้อย่างสวยงาม เมื่อได้รองแชมป์ประเทศไทย โดยแชมป์ก็เป็นของ ''คู่แฝดจุ๋ม-จ๋อม'' ศรันยา-ลัดดาวัลย์ ศรีสาคร

        ปี 2538 กมลทิพย์ กุลนา ได้ติดธงทีมชาติ ในวอลเลย์บอลชายหาดเป็นครั้งแรก และจากครั้งนี้เส้นทางของสาวร่างเล็กคนนี้กับลูกยางชายหาด ก็ทอดยาวจนได้ชื่อว่า ''ราชินี'' แต่ก็มีเรื่องให้เล่าขาน กับการได้เล่นทีมชาติในครั้งนั้น

        ''คือตอนนั้นทีมชาติเขามีเก็บตัวเตรียมแข่งขัน หลายรายการในปีนั้น รวมทั้งซีเกมส์ด้วย ก็เลยไม่ปล่อยตัว ทางโค้ชวอลเลย์บอลชายหาด พี่นันทฤทธิ์ ฤทธิวงศ์ ก็ต้องหาตัวนักกีฬา ก็เรียกติ๊กไปเล่น ให้จับคู่กับหมู (มนัสนันท์ แพงขะ) ก็มาฝึกซ้อม ก็เริ่มจริงจังกับวอลเลย์บอลชายหาดมาตั้งแต่ครั้งนั้น''



        พอได้ลงผืนทราย เธอฉายแววจะดังตั้งแต่ครั้งนั้นมา คู่ของ กมลทิพย์-มนัสนัท์ เหมือเป็นโลโก้ของ วอลเลย์บอลชายหาดไทย ได้เล่นคู่กันในหลายรายการ ทั้งเซอร์กิตสะสมคะแนนในเอเชีย และยุโรป อเมริกา สองสาวคู่นี้เล่นร่วมกันมาจนเรียกได้ว่ารู้มือ

        จนมาถึงกีฬาอเชียนเกมส์ ปี 2541 ที่กรุงเทพ ที่เป็นจุดที่ทำให้สองสาวนักตบต้องแยกทีมกัน เมื่อติ๊ก มีอาการบาดเจ็บ

        ''ตอนนั้นเรามีโค้ชจากออสเตรเลีย มาฝึกสอนได้ไปซ้อมต่างประเทศ ได้เจอนักวอลเลย์บอลชายหาดระดับโลกหลายคน รวมถึง นาตาลี คุ๊ก ที่ตอนนั้นดังมากๆ เราได้โค้ชออสเตรเลีย รูปแบบที่ได้เรียนรู้ก็มีหลากหลายมากขึ้น จากที่ไม่เคยมีหน้าบล็อก ก็มีการใช้ และเล่นได้มีระบบ แต่ตอนนั้นติ๊ก ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ทางโค้ชก็ต้องการจะได้ทีมดีที่สุด ก็สลับคู่ให้ หมู (มนัสนันท์ แพงขะ) ไปคู่อ้อย (รัตนาภรณ์ อาลัยสุข) และก็มาได้เหรียญทอง ส่วน ติ๊ก คู่กับ วิไลวรรณ เกตุมณี คู่เดิมของอ้อย''

        แต่หลังจากที่ ติ๊ก-กมลทิพย์ กลับมีสภาพร่างกายพร้อม เธอก็มาผงาดเป็นยอดดาวตบบนผืนทราย



        กระหึ่ม 5 ทองซีเกมส์กับ 3 อชก.

        ผลงานของ ''ติ๊ก'' กมลทิพย์ กุลนา มีมากมาย นับแต่เธอได้ออกมาโลดแล่น กับวอลเลย์บอลชายหาด (ผลงานของกมลทิพย์  กุลนา อ่านรายละเอียดหน้า 4)ได้ตระเวณแข่งขันทั่วโลกทั้งในแคนนาดา ทวีปออสเตรเลีย ยุโรปและเอเชีย เคยขึ้นสูงสุดถึงอยู่อันดับ 2 แรงกิ้งวอลเลย์บอลชายหาดหญิงเอเชียของเอเชีย ผ่านกีฬาเอเชียนเกมส์มาถึง 3 สมัย

        แต่ที่สร้างความภูมิใจให้คนไทย และนักตบสาวร่างเล็กคนนี้ คือการคว้าเหรียญทอง วอลเย์บอลชายหาดหญิง กีฬาซีเกมส์ 5 สมัยติดต่อกัน

        เริ่มจากซีเกมส์ครั้งที่ 22 ที่เวียดนามปี 2546 ต่อด้วย กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 23 ปี 2548 ที่ฟิลิปปินส์ สองเหรียญทองติดต่อกัน ที่ครั้งนั้น ติ๊ก จับคู่กับ ''น้อง'' จารุณี สารนอก โดยเธอกล่าวถึงคู่ขวัญของเธอว่า

        ''เรามีประสบการณ์กันมาพอควรทั้งคู่ และเล่นกันมานาน ก็รู้ใจ รู้จังหวะกัน น้องเป็นบอลที่แข็งแรง ตีหนัก มีพละกำลัง ติ๊กเป็นบอลที่เล่นตามเกม ก็เล่นได้เข้ากันดีมาตลอด''

        ''อีกสองปีต่อมา ติ๊ก มาคู่กับ ยุพา ภูครองพลอย ซีเกมส์ ที่นครราชสีมา แล้วมาปี 2552 ซีเกมส์ครั้งที่ 25 ที่ลาว ได้เหรียญทองทั้งสองครั้ง เล่นกับ ยุ เป็นอีกแบบค่ะ เขาเป็นบอลซ้าย ทำให้เราเล่นได้หลากหลายขึ้น มีการเล่นอ้อมหลัง โยกมากลาง บางครั้งใช้รุกจากหลัง เป็นการปรับวิธีการเล่นได้หลายแบบ''

        ''ซีเกมส์ครั้งที่ 26 ที่ผ่านมา ได้เหรียญทองที่อินโดนีเซีย  เมื่อปีก่อน เป็นครั้งสุดท้ายของติ๊ก จับคู่กับ เอ (วรภัสสร รดารงค์) เราก็โรยแล้วล่ะ มาเล่นก็ยังเจ็บไหล่ แต่ได้น้องเขาช่วยเรื่องกำลัง เขาสดกว่าเราเยอะ แต่เราก็ช่วยน้องเขาเรื่องประสบการณ์ ที่จะต้องบอกกันระหว่างเกม ซึ่งเอก็ทำได้ดี รับฟังและปรับเล่นได้''



        พร้อมช่วยชาติปั้นดาวชายหาด

        ''ติ๊ก'' กมลทิพย์ กุลนา อำลาทีมชาติในกีฬาซีเกมส์ที่ผ่านมา และอำลาลูกยางชายหาด ด้วยการคว้าเหรียญทองแดง ในกีฬาแห่งชาติครั้งล่าสุด ''ขอนแก่นเกมส์'' เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเธอทำงานที่บริษัทวิทยุการบิน แห่งประเทศไทย และยังช่วยงานวอลเลย์บอลให้กับต้นสังกัด ในการเป็นทีมงานฝ่ายจัดแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเลย์บอล ที่ใกล้จะแข่งขันชิงชนะเลิศประเทศไทยในปลายเดือนนี้

        ชีวิตกับวอลเลย์บอลชายหาดของ กมลทิพย์ กุลนา มาถึงความสำเร็จวันนี้ อย่างน่าชื่นชม เธอมีทุกอย่างพร้อมด้วยบ้านแสนสุข และส่งเงินช่วยเหลือทางบ้านที่เชียงราย ตลอดเวลาที่เธออยู่บนชีวิตนักตบชายหาดสาว

        ด้วยความสามารถของเธอ สมาคมวอลเลย์บอลก็ไม่ลืมที่จะส่งคำเชิญให้ช่วยทำทีมชาติ ซึ่งติ๊ก ที่เพิ่งผ่าไหล่ขวาเพราะเจ็บสะสมมา เธอก็พร้อมจะมาช่วย และได้กล่าวทิ้งท้ายว่า

        ''ติ๊กอยากทำระดับเยาวชนนะ คือเราสามรถพูดได้ สอนได้ เพราะเริ่มเล่นใหม่ ทักษะการเล่นยังไม่มี ถ้าเราเริ่มตรงนี้ได้ เขาก็จะก้าวไปถูกทาง เล่นในวิธีที่ถูกต้องของวอลเลย์บอลชายหาด''

        หาก กมลทิพย์ กุลนา ได้กลับชายหาดฐานะโค้ชสาว เราก็คงได้เห็น ราชินีชายหาด เกิดบนผืนทรายเหมือนเธออีกครั้ง
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : คงศักดิ์ ทองภักดี

จำนวนเรื่อง : 32
All post : 5
All view : 21,418
คอลัมน์ วอลเลย์บอลไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263