คอลัมน์ : วอลเลย์บอลไทย โดย.. คงศักดิ์ ทองภักดี
''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม หัวเสาหน้าหยก ''จอมทระนง''
26/10/2012 11:07:09 น.

ชีวิตนักวอลเลย์บอลทีมชาติ หากเปรียบเป็นผู้โดยสารขึ้นรถเมล์ นั่งไปบนเส้นทางราบเรียบกับทิวทัศน์สวยงามริมข้างทางบ้าง ความมืดปกคลุมกับผิวถนนเป็นหลุมบ่อคละไปบ้าง แต่ที่สุด รถเมล์ก็ถึงสุดสายปลายทาง...


        เหมือนชีวิตนักตบทุกคน เมื่อถึงที่หมาย และได้เวลาถอดสนับเข่า ไปใช้ชีวิตกับคนในสังคมบนโลกใบนี้ ที่ต้องแข่งขันเพื่อการดำเนินชีวิตของแต่ละคน ทุกคนต้องลงรถเมล์ที่สุดปลายทาง เพื่อขึ้นรถคันต่อไป ไปตามจุดหมายที่หวัง ไปในทางที่เรากำหนดเอง

        กับหนุ่มใหญ่ร่างสมชายชาตรีคนนี้ อนันตชัย ยูรประถม หรือ เอก อดีตมือตบหัวเสาทีมชาติไทย และสโมสรธนคารกรุงเทพ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เขาลงจากรถเมล์ที่ป้ายสุดท้าย และก้าวขึ้นคันใหม่อย่างมุ่งมั่น

        แม้จะเป็นเส้นทางที่แยกขาดจากกัน แต่เขาก็มั่นใจว่า ทางที่เขาไป จะพบกับสิ่งสวยงาม ที่เขาวาดหวังไว้ในชีวิต ว่าต้องมั่นคง มีพร้อมทุกสิ่ง เหมือนครอบครัวๆ หนึ่ง ที่อยู่อย่างมีความสุขพึงมี

        แล้วเขาก็พบว่า เส้นทางนี้แหละ ที่เขาไขว้คว้าหามัน



        วอลเลย์ฯ จอตู้ปลุกวิญญาณนักตบ

        อดีตมือตบที่กล่าวได้ เป็นหนุ่มหล่อมาดแมนคนหนึ่ง ในยุคเป็นนักนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และสโมสรธนาคารกรุงเทพ ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม เปิดห้องพักในพาร์ควิวคอนโดมิเนียม ย่านหลักสี่ดอนเมือง ที่ตึกซี 2 อุ้มน้องปราณ ลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบเศษ ต้อนรับแขกผู้มาเยือน

        ''ชื่อน้องปราณ ผมตั้งให้เองน่ะครับ คือมาจากลมปราณ เราได้ตอนไปบวชที่วัดเขาน้อย ที่สามพราน เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม เป็นพระกัมมฐาน ศิษย์เอกหลวงตามหาบัว ความหมายมี 2 อย่างคือ ลูกเหมือนลมหายใจ เข้าออกของเรา ที่เราต้องสร้างสิ่งดีๆ ให้เขา กับ ให้เขานึกถึงความดีทุกลมหายใจ''

        ''เอก'' อดีตนักตบ ที่ตอนนี้เป็น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ทำงานด้านวิชาการ ตรงข้ามกับภาพนักกตบลูกยางในอดีต ที่น้อยคนนักจะมาได้ดีทางงานวิชาการ งานวิจัย แต่ก็พอรำลึกอดีตที่รุ่งโรจน์ และวันที่เสร้าใจท้อแท้ ในวันเวลานั้นได้ดี

        เขาเล่าถึงสมัยเด็กๆ ตัวกะเปี๊ยกเดียว ไม่มีวี่แววสูงใหญ่ เป็นเด็กเรียนดี รู้เรื่องเกินวัยเลยได้ขึ้นชั้นประถมตั้งแต่อายุยังน้อย ที่โรงเรียนศรสำโรง กีฬาชอบทุกอย่าง เล่นได้หมด แต่เป็นประสาเด็ก

        กับวอลเลย์บอล เอกเล่าว่าฝังใจตอนมาเรียนมัธยมฯ ที่โรงเรียนสวรรคโลก ได้ดูทีวีหนังญี่ปุ่นเรื่อราวของวอลเลย์บอลที่ดังมากๆ ยุคนั้น ยอดหญิงสิงห์โอลิมปิก เอกเป็นคนหนึ่งที่อยู่หน้าจอ คอยเอาใจช่วย จุ โคชิตะ นางเอกของเรื่อง

        ''ตอนปิดเทอม ม.2 ผมต้องไปบ้านน้าที่ชัยนาท อยู่ใกล้ๆ วัดกลาง ที่จะมีลานแล้วมีเด็กแถวนั้นมาขึงเนตเล่นวอลเลย์บอลกัน เย็นๆ ผมก็ขี่จักรยานจากบ้านน้าไป ไปยืนข้างๆ จึงไม้ดูเขาเล่น ตอนอายุแค่ 11 ขวบ ตัวเล็กนิดเดียว ไปดูสองวันไม่ได้เล่นกับเขา พอวันที่สามมีพี่คนหนึ่งจำชื่อได้เลย พี่พุทธิพงศ์ เป็นคนมโนรมย์ มาชวนให้เล่น จากนั้นมาก็ไปตีบอลกับเขา มันเริ่มชอบแล้วล่ะครับ เพราะได้ดู จุง โคชิตะนี่แหละ''



        จากวันนั้นวอลเลย์บอลก็เข้ามาอยู่ในชีวิต อนันตชัย ยูรประถม เมื่อขึ้น ม.3 อาจารย์เกรียงศักดิ์ พุทธรัตน์ โค้ชวอลเลย์บอลของสวรรคโลก ทำทีมโดยเรียกตัวคนที่พอจะมีแววในชั้นมาทั้งหมด 30 คน เอกที่ตอนนั้นสูงไม่ถึง 160 เซนติเมตรก็ติดเป็นหนึ่งในนั้น แต่คัดไปคัดมาอาจารย์ให้ไปเป็นมือเซต จับซ้อมให้เซตกับกำแพง ปีแรกยังไม่มีอะไร แต่พอขึ้นม.4 ตอนนี้ทีมของเอกก็ได้แชมป์รุ่นกลาง

        ขึ้นชั้น ม.5 เป็นปีที่เอก เหงาที่สุด เพราะเพื่อนส่วนใหญ่ไปเรียนรด. จะเรียนกับเพื่อนก็ไม่ได้ อายุไม่ถึง 15 ปี

        ''ปีนั้นไม่ได้เล่นวอลเลย์ฯ นะ ไม่มีตัว ผมนั่งร้องไห้เลย มันเหงาน่ะครับ อาจารย์เลยชวนไปช่วยซ้อมให้ทีมหญิง ไปตีบอลให้''

        ''แต่ความที่เราอยากเล่น อยากเก่งวอลเลย์บอล ก็เลยตั้งใจซ้อมมันคนเดียว ผมชวนตาพากันนั่งรถเครื่องเข้าป่าใกล้ๆ บ้าน ไปตัดไผ่ต้นใหญ่ๆ เท่าขาบ้าง เล็กกว่านั้นบ้าง เอามาทำที่ออกกำลัง ทำไว้ซ้อมวอลเลย์บอล''

        เอก ขยายความให้ฟังว่า บ้านเขาเป็นสวนมังคุด มีบริวณพอที่จะฝึกซ้อมออกกำลังกายได้ เขาเอาไผ่ต้นใหญ่ๆ สองต้นมาปักให้แน่นกับดิน แล้วเอาไผ่ที่เล็กลงหน่อยวางขวาง ตอกตะปูให้แน่น ทำเป็นบาร์เดี่ยว ไว้ออกกำลังกาย ไผ่เล็กๆ ที่เหลือ ก็ตัดให้สั้น วางปักสลับฟันปลา เอาหนังยางมาผูกไว้กระโดดข้าม

        ส่วนต้นมังคุดที่ปลูกขนานกัน เอกก็เอาเชือกมาผูกวางขวางสองต้น เอาลูกฟุตบอลแกะหนังออก เอาผ้ายัดเข้าไปแล้วเย็บบอลให้ดี เอาผูกกับเชือกที่ขึงไว้กับต้นมังคุด ดึงให้สูงๆ ไว้ฝึกกระโดดตบคนเดียว

        ''ผมถึงให้สูงระยะที่เรากระโดดตบ ให้โดนปลายนิ้ว พอเราโดดสูงขึ้น ตบเต็มมือกว่าเดิม ก็ขยับขึ้นไปอีก ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ซ้อมอย่างนี้ทุกวัน ดึงข้อเล่นบาร์เดี่ยว ฝึกอย่างนี้ทุกวัน''

        จากการฝึกซ้อมออกกำลังทุกๆ วัน ทำให้เด็กที่สูงไม่ถึง 160 ซม. เพียงปีเดียว กระโดขึ้นมา 172 เซนติเมตร



        สร้างชื่อกระฉ่อนเมืองเหนือ

        ขึ้นชั้น ม.6 ที่สวรรค์อนันต์ เหมือนเป็นปีเริ่มต้นในวิถีวอลเลย์บอลของ เอกชัย ประยูรถม เมื่อติดทีมเยาวชนสุโขทัยแข่งคัดเขตย่อยกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แต่ก็สู้พิษณุโลกไม่ได้ ที่มีตัวดีๆ มากกว่า รวมทั้ง ''แชมป์'' ชาญยุทธ วุฒิพานิช นักตบทีมชาติที่มาเป็นเพื่อนซี้กับเอกในเวลาต่อมา

        แม้จะไม่ได้เป็นตัวแทนเขต 6 แต่ชื่อ อนันตชัย ยูรประถม เด็กน้อยร่างสูงก็ดังไปถึงเมืองสองแคว ที่โค้ชศูย์เยาวชนพิษณุโลก ส่งเทียบเชิญให้ไอ้หนูนักตบจากสุโขทัยคนนี้ ร่วมทีมแข่งขันให้ศูนย์ ช่วงนี้เอก บอกว่าชีวิตค่อนข้างหนักหน่วงกับการเดินทาง

        ''ผมต้องไปกลับวันละร้อยกว่ากิโลฯ ตื่นตีห้าออกจากศรีสำโรงมาเรียนที่สวรรคโลกสี่สิบกว่ากิโล เรียนเสร็จนั่งรถไปซ้อมที่พิษณุโลก ซ้อมเสร็จกลับไปนอนสุโขทัย

        จากนั้นก็มาติดเป็นหนึ่งในนักตบเขต 6 สุโขทัย ทำศึกเยาวชนแห่งชาติ ที่จัดเป็นครั้งแรกที่นครราชสีมา จบม. 6 เอกต่อระดับปวท.อีกสองปีที่วิทยาลัยพิษณุโลก ช่วงนี้หนุ่มน้อยจากสุโขทัย ฝีมือเข้าฝัก ขณะที่ส่วนสูงก็พุ่งปรี๊ดไปถึง 180 ซม. ตอนอายุไม่ถึง 16 ปีดี ได้เล่นทุกรายการระดับเยาวชน ทั้งคัดเยาวชนแห่งชาติและกีฬาแห่งชาติให้เขต 6 ที่ตอนหลังเอกถูกดึงมาช่วยพิษณุโลก พาทีมจนได้เป็นตัวแทนเขต

        กับเยาวชน 18 ปี เพาเวอร์ทัวร์นาเมนต์ ที่ครั้งที่สองเล่นให้สุโขทัยแต่สู้พะเยาไม่ได้ ชวดตัวแทนภาคเหนือ แต่ครั้งต่อมาเอกไปช่วยพิษณุโลกที่มีครูภาพทำทีม เล่นกับแชมป์ เพื่อนรัก ได้เป็นตัวแทนภาคเหนือ เข้ามาชิงแชมป์ประเทศไทย และผ่านถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะโดนชลบุรีเฉือนไป ได้รองแชมป์กลับมา

        แต่ถึงตอนนี้ชื่อของ อนันตชัย ยูรประถม เด็หนุ่มจากสุโขทัย ก็ได้มาถึงเมืองกรุงเข้าแล้ว



        เข้ากรุงพร้อมเพื่อนซี้เริ่มที่ทัพฟ้า

        ปี 2529 ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม หนุ่มน้อยร่างโย่งวัย 17 ปี มีโอกาสติดธงเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มจากสุโขทัยได้เล่นในนามทีมชาติ

        ''ปีนั้นอิหร่านถอนทีม คราวนี้โปรแกรมเขาวางไว้ก็เลยต้องหาทีมแทน ทำให้ต้องจัดทีมเยาวชนไทยทีม บี ขึ้น ผมกับแชมป์ก็ติดชุดนี้ เขาคัดจากเพาเวอร์ทัวร์นาเมนต์ ก็เป็นประสบการครั้งแรกของเรากับเกมระดับชาติ'' อดีตมือหัวเสาทีมชาติกล่าว

        ถึงตอนนี้เพลงตบของ ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม หนุ่มน้อยร่างโย่ง และเพื่อนคู่หู ''แชมป์'' ชาญยุทธ วุฒิพานิช เป็นที่เลื่องลือ บรรดากุนซือผู้ทำทีมต่างคุ้นกับชื่อของสองนักตบเมืองเหนือที่เล่นร่วมกันมา คว้ารางวัลทั้งทีมและบุคคลมามากมาย

        แล้วในที่สุดก็เป็นทีม ''ลูกทัพฟ้า'' ทหารอากาศ ที่ ''ลุงเกียรติ'' ชูเกียรติ ไทยใหญ่ เฮดโค้ช ดึงตัวหนุ่มน้อยทั้งสองคนมาช่วยเสริมทัพเยาวชนทอ. และค่อนข้างโกลาหลพอควรกับการมาอยู่ถิ่นทัพฟ้า

        ''วันแรกที่ไปซ้อมนั่งรถจากเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไม่รู้ขึ้นไปยังไง รถพาวิ่งวิภาวดี ไปถึงรังสิต ต้องนั่งรถมาลงโรงพยาบาลภูมิพล เจอพี่ยุ่น (มนต์ชัย สุภจิระกุล โค้ชทีมชายทีมชาติไทย) แกก็ดีรีบให้เราไปซ้อม แต่เข้าไปในนั้นมันทำผมกับแชมป์ตะลึง ในยิมมีแต่ตัวดังทั้งนั้น เรามันเด็กบ้านนอก มาซ้อมกับรุ่นใหญ่ แรกๆ ก็ประหม่า แต่คุ้นเคยกันแล้วพี่ๆ ทุกคนเขาก็ดี''

        รุ่นนั้นที่ดังๆ ก็มีอย่าง อำนาจ สามาอาพัฒน์ ''ชายใหญ่-ชายเล็ก'' สมชาย จรรยาศิริ, สมชาย พินิจวงศ์, จรัล พระคุ้มครอง, ปิยะ ศรีสมุทรนาค หรือ เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ล้วนดีกรีทีมชาติกันทั้งนั้น

        แต่สองหนุ่มจากสุโขทัย พิษณุโลก ก็ร่วมซ้อมเล่นกับทีมทหารอากาศ เริ่มเปิดตัวในเมืองกรุงนับแต่วันนั้น



        ติดธงทีมชาติไทยก่อนสู่อ้อมอกบัวหลวง

        ชีวิตกับวอลเลย์บอลของ ''เอก-อนันตชัย'' เริ่มผูกติดเข้ากัน แม้จะพกวุฒิการศึกษา ปวท.จากสุโขทัย แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อชีวิตในอนาคตที่เขาวางไว้ ขณะที่อีกทางก็ต้องมองถึงเพื่อนอย่าง ''แชมป์-ชาญยุทธ'' ที่กอดคอมาเมืองกรุงด้วยกัน

        ''ตอนนั้นแชมป์ยังไม่จบ ม.ปลาย ก็ต้องหาที่เรียน พอดีตอนนั้นทางพี่ดร (อุดร เรือนเงิน โค้ชธนาคารกรุงเทพ) ก็มาแนะนำให้แชมป์ไปเรียนต่อที่โรงเรียนบางกะปิ ที่มีอาจารย์ ปราโมทย์ ปักดอกไม้ สตาฟฟ์โค้ชแบงก์อยู่ที่นั่น ก็ไปฝากเรียน เราสองคนก็ต้องย้ายมาอยู่กับแบงก์กรุงเทพตั้งแต่วันนั้น''

        ''ส่วนผมตอนแรกก็มาสมัครเรียนรามคำแหง พอเรียนไปได้ซักหน่อยพี่ที่เค้าทำวอลเลย์บอลก็มาบอกว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็กำลังทำทีมวอลเลย์บอลนะ มีทุนนักกีฬา มาคิดดูก็เห็นว่าดี ก็เลยย้ายไปเรียน ม.กรุงเทพ''

        หลังจากลงตัวในเรื่องเรียนเอกก็อยู่กับวอลเลย์บอลมาตลอด เล่นให้ทั้งต้นสังกัด ธ.กรุงเทพ และสถาบัน ม.กรุงเทพ พัฒนาฝีมือเป็นดาวตบหัวเสาระดับแถวหน้าเมืองไทย ที่ยุคนั้นมีเพียง ''อ๊อด'' เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร และ ''ปุ้ม'' เฉลิมพล แสงประเสริฐ ที่เป็นตัวหลักในทีมชาติ จนถึงปี 2532 อนันตชัย ยูรประถม ก็มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยศึกอินวิเตชั่น ก่อนที่จะมาลงศึกใหญ่ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่มาเลเซีย และได้เหรียญเงินกลับมา

        จากนั้นชื่อของ อนันตชัย ยูรประถม ก็ติดโผทีมชาติมาโดยตลอด สองปีต่อมามีศึกใหญ่ในกีฬาซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งตอนนั้นเอกได้มาเป็นนักศึกษาโครงการช้างเผือกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซีเกมส์หนนี้ยังทำให้เอกต้องนึกถึง แต่ไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป



        ''ช่วงนั้นโหดมากสำหรับเราครับ เรียนที่ธรรมศาสตร์ก็หนัก แล้วต้องเก็บตัวซ้อมอีก 4 เดือน พวกเราที่เรียนลำบากกันมากต้องช่วยเหลือตัวเอง ตอนนั้นทางแบงก์ก็ดีเอารถมารับที่มหาวิทยาลัย ไปซ้อมที่ กกท. มีช่วงหนึ่งติดสอบไฟนัลต้องลาทีมร่วมสิบวัน นั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ เราซ้อมไม่เต็มที่ไม่เหมือนคนอื่น ผมเลยตัดสินใจถอนตัวออกมา ไม่อยากให้เสียทั้งทีม ทั้งเรื่องเรียน''

        กับต้นสังกัดแบงก์กรุงเทพในช่วงนั้นถือว่าฮอตสุด ครองบัลลังก์แชมป์ถ้วย ก ที่ยึดมาจากทหารอากาศมาได้ และรายการอื่นๆ ที่เปิดโอเพ่น อย่าง แสงทิพย์ ไทยแลนด์ โอเพ่น ทีมตราบัวหลวงก็คว้ามาได้แทบทุกครั้ง ชื่อ อนันตชัย ยูรประถม ติดเป็นนักตบหัวเสามือสอง รองจาก ''อ๊อด'' เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เพียงคนเดียว และสองปีต่อมาก็มีชื่อติดไปซีเกมส์ครั้งที่ 17 ที่สิงคโปร์ ในปี 2536 เป็นรายที่เจ็บช้ำอีกครั้งของนักตบจากสุโขทัยคนนี้

        ''ครั้งนี้ไม่มีปัญหา เก็บตัวฝึกซ้อมได้ แล้วซ้อมอย่างเต็มที่ ตั้งใจมากครับ ก่อนซีเกมส์เราไปเก็บตัวซ้อมที่จีน เกิดไปเจ็บที่นั้นไม่รู้เป็นตอนไหน คือรู้สึกขาซ้ายชากระโดดไม่ขึ้น กลับมาเอกซเรย์ดู ถึงรู้ว่าเป็นกระดูกทับเส้นประสาท ขยับตัวไม่ถนัด แต่ทีมก็ไม่ได้ตัดผมออก ร่วมทีมไปสิงคโปร์ ลงวอร์มแต่ตบไม่ได้ เสียดายมีโอกาสแล้วแต่ช่วยทีมไม่ได้''

        อย่างไรก็ตาม ครั้งหน้าอีกสองปีซีเกมส์ที่เชียงใหม่ ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม ก็รับปากสมาคมวอลเลย์บอลฯ จะมาช่วยทีม และไม่น่ามีปัญหากับหนุ่มร่างใหญ่ในวัยแค่ 24 ปี เมื่อถึงเวลานั้น



        ร่ำไห้อำลาทีมชาติ

        สิ่งที่ต้องกล่าวถึงหากพูดถึงตัวตน ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม ก็ต้อง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันที่ให้คุณูปการต่อนักตบหนุ่มคนนี้

        ''มาอยู่ที่นี่อบอุ่นครับ เราอยู่กันอย่างพี่น้อง เราช่วยกันจึงทำให้เรารักกัน ทั้งเรื่องกีฬาที่จะช่วยกันตั้งแต่ฝึกซ้อม แข่งขันก็มาเป็นกำลังใจให้กัน เรื่องเรียนต้องยอมรับว่า ที่นี่ให้วิชาการ เราต้องขวนขวาย ต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่อาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ต่างให้วิชาความรู้อย่างไม่ปิดบัง และให้เราคิดตามด้วยตนเองด้วย''

        กับ ธรรมศาสตร์ สถาบันที่ให้ความรู้และวิชาการ ซึ่ง ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม ก็ได้แทนคุณตามความสามารถที่ทำได้ ทั้งการเล่นในกีฬามหาวิทยาลัย วอลเลย์บอลอุดมศึกษา หรือรายการใดๆ ที่เป็นธรรมศาสตร์เอกจะเต็มที่ทุกครั้ง

        ครั้งหนึ่งในกีฬามหาวิทยาลัย อนันตชัย ยูรประถม เคยเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นให้ทีมกำปั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแล้ว และคนที่ปั้นเขาก็เป็นคนเดียวกับที่สร้าง พุฒ ล้อเหล็ก และ ผุดผาดน้อย วรวุฒิ ให้เป็นยอดมวยไทย ก็คือ ''ครูเฒ่า'' ชนะ ทรัพย์แก้ว

        ''ทางมหาวิทยาลัยให้ครูเฒ่ามาช่วยเทรน ซึ่งท่านมาเห็นผมเข้าคงเห็นหน่วยก้านดี ก็เลยจับมาให้เป็นนักมวย ชกรุ่นไลต์เฮฟฟวี่เวตเลยนะ ตอนซ้อมน่ะผมไม่รู้หรอกว่าครูเฒ่าเป็นใคร ผมซ้อมเอาจริงเลยนะ ไม่เคยชกมาก่อน แต่ก็ตั้งใจฟังที่ครูเฒ่าสอน ซ้อมหนักเลยครับ วอลเลย์ฯ ก็เล่นด้วย ก็ถือเป็นความรู้ใหม่กับกีฬาอีกชนิดหนึ่ง''



        มาถึงปี 2536 ปีที่เชียงใหม่รับเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 18 เป็นปีที่ทีมวอลเลย์บอลไทยตั้งเป้าไว้ว่าต้องคว้าเหรียญทองทั้งทีมชายและทีมหญิงให้ได้ แผนการฝึกซ้อมเก็บตัวจึงวางยาวถึง 9 เดือน

        เหมือนโชคชะตาจะลิขิตให้ชีวิตของ อนันตชัย ยูรประถม คนนี้ โลดแล่นเป็นนักวิชาการระดับชาติเหมือนปัจจุบันที่เป็นอยู่ เมื่อปีนั้นเป็นปีที่เอกสอบเข้าเรียนปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์ได้ และต้องให้เวลากับการศึกษาในช่วงปลายอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันในทีมชาติไทยก็ต้องการความสำเร็จ จึงต้องเตรียมการณ์กันอย่างเต็มที่เช่นกัน

        ''พอผมรู้ว่าสอบโทได้พร้อมกับเรื่องเก็บตัวซีเกมส์ คืนนั้นผมมานอนคิดสองเรื่องนี้คนเดียว ตัดสินใจยากนะในทีแรก อยากอยู่ประสบความสำเร็จกับทีม แต่เรียนโทที่ธรรมศาสตร์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผมนอนคิดจนดึก ร้องไห้ น้ำตาไหลเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆ กับวอลเลย์บอลที่เรารัก ผมคิดอยู่นานก่อนตัดสินใจเลิกเล่นทีมชาติทั้งที่อายุผมยังเล่นได้อีกนาน''

        ''วันรุ่งขึ้นผมไปบอกพี่ดร (อุดร เรือนเงิน โค้ชทีมชาติ และธนาคารกรุงเทพ) บอกผมเล่นทีมชาติไม่ได้ ผมเก็บตัวขนาดนั้นไม่ได้ แต่กับแบงก์ หรือธรรมศาสตร์ ผมยังเล่นอยู่ พี่ดรก็เข้าใจไม่ห้ามอะไรผม''

        ''เอก'' อนันตชัย ยูรประถม อดีตเขาคือมือตบหัวเสาหน้าหยกทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันคือนักวิชาการระดับประเทศ ยังมีเรื่องราวชีวิตอีกมากที่คนวอลเลย์บอลไม่รู้ และน่าศึกษาชีวิตของชายคนหนึ่ง

        เราจะมาติดตามกันต่อในวันพรุ่งนี้ กับชีวิต ''นักตบลูกยางสู่นักวิชาการระดับชาติ''

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : คงศักดิ์ ทองภักดี

จำนวนเรื่อง : 28
All post : 3
All view : 18,152
คอลัมน์ วอลเลย์บอลไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263