คอลัมน์ : สปอร์ตเวิลด์ โดย.. No.10
ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ''ผมกลับมาเพื่อบอลโลก''
16/10/2012 10:46:58 น.

หลังจากที่ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในยุโรปมากว่าหนึ่งทศวรรษ ในที่สุด ดีเอโก้ ฟอร์ลัน นักเตะยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ตัดสินใจหวนกลับมายังอเมริกาใต้ อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายที่จะพาอุรุกวัย ไปฟุตบอลโลกที่บราซิล ให้ได้


        หลังผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในอาร์เจนตินา และที่ยุโรป อย่าง อังกฤษ, สเปน และอิตาลี มาแล้ว ซึ่งกินเวลารวมกันไปกว่า 17 ปี มาวันนี้ฟอร์ลันในวัย 33 ตัดสินใจหวนกลับมายังอเมริกาใต้ อีกครั้ง เพื่อค้าแข้งให้กับอินเตอร์นาซิอองนาล ทีมชั้นนำของบราซิล

        แต่ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขา คือการหวังที่จะพาอุรุกวัย ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล ในอีกสองปีข้างหน้า

        ซึ่งนักเตะยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ยอมรับว่าพวกเขาคงต้องทำงานอย่างหนัก เนื่องจากทีมกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีนัก โดยล่าสุดเพิ่งจะถูกทีมคูปรับอย่างอาร์เจนตินา อัดยับถึง 3-0 ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

        และต่อไปนี้คือการเปิดใจของดาวยิงอุรุกวัย ถึงชีวิตใหม่ของเขา และโอกาสของอุรุกวัย ในการจะได้ไปลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในอีกสองปีข้างหน้า

        คุณคิดว่าผลงานของอุรุกวัยในช่วงหลัง เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสถานภาพการเป็นทีมเต็งของพวกคุณ ได้ถูกลดลงไปแล้วหรือไม่?

        ''ไม่แน่นอน ผู้คนมักจะชอบคิดไปเองในเรื่องของการเป็นทีมเต็ง ซึ่งพวกเราไม่เคยคิดเช่นนั้น''

        ''เราก็เป็นของเราอย่างนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน เรามีความเชื่อมั่นในความสามารถของพวกเรา และเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวไปได้ไกล ซึ่งเราไม่เคยคิดไปมากกว่านี้''

        ''แต่ต้องยอมรับว่าฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งนี้ ไม่ใช่งานง่ายสำหรับอุรุกวัย เลย ทีมอื่นๆล้วนแล้วแต่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งเราจะต้องไม่ประมาทพวกเขา''



        แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแฟนบอล ที่เห็นอุรุกวัย ประสบความสำเร็จมาตลอดในช่วงหลัง

        ''แฟนบอลพานพบกับช่วงเวลาที่พิเศษมาแล้ว หลังจากที่เราประสบความสำเร็จมาตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พวกเขามีความสุขกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลวัยรุ่น''

        ''สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก ผมเคยเห็นทีมชาติประสบความสำเร็จเพียงแค่ครั้งเดียว กับการคว้าแชมป์โคปา อเมริกาในปี 1987 ซึ่งเป็นการแข่งขันที่อาร์เจนตินาเช่นกัน และในวันนี้พวกเขาได้เห็นอุรุกวัยที่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง ซึ่งทุกคนยังคงมีความสุข ซึ่งเราอยากให้พวกเขาเป็นแบบนั้น'

        คุณคิดว่าทีมของคุณจะต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันไหม?

        ''ไม่ คิดว่าคงไม่แย่ถึงขนาดนั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ ขอให้ได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นพอ ซึ่งผมไม่สนใจว่าจะไปด้วยวิธีการไหน''

        ''แต่ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้ไม่ง่ายเลย กับการที่จะพยายามผ่านรอบคัดเลือกไปให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ถ้าเราต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟอีกจริงๆ ผมคิดว่าเราก็พร้อมเสมอ''

        นี่คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในอาชีพค้าแข้งของคุณในตอนนี้หรือเปล่า หลังจากที่ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ และได้ชูถ้วยโคปา อเมริกา มาแล้ว และยังเป็นดาวยิวสูงสุดตลอดกาลของประเทศอีกด้วย?

        ''แน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย แต่ว่าผมไม่ใช่คนที่จะต้องตั้งเป้าหมายเอาไว้ เพื่อเป็นแรงจูงใจอยู่ตลอดเวลา ผมชอบการฝึกซ้อม, การลงแข่ง ผมมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้''

        ''ที่ผมอยู่มาได้นานขนาดนี้ เพราะผมมีความศรัทธาในสิ่งเหล่านี้ การต่อสู้ทำให้ผมยังคงสามารถเดินต่อไปได้''



        คุณอยากจะยุติการเล่นด้วยการได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมอีกครั้งในการแข่งขันที่บราซิล

        ''อันดับแรกเราต้องผ่านรอบคัดเลือกไปให้ได้ก่อน หลังจากนั้นผมก็จะต้องได้ติดทีมไปเล่นในรอบสุดท้ายด้วย ตามมาด้วยการได้ลงเล่น และก็ชนะการแข่งขัน''

        ''แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้รางวัลนี้คือ คุณจะต้องไม่หวังที่จะได้รางวัลนี้ แค่ขอเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ก็พอ''

        มาพูดถึงชีวิตนอกสนามของคุณกันบ้าง อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด และแย่ที่สุดในการมาเป็นนักฟุตบอล?

        ''สิ่งดีๆ ที่ผมได้จากการเป็นนักฟุตบอล คือการมีโอกาสได้เดินทางไปตามประเทศต่างๆ และได้พบกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการได้พบปะผู้คนจากทั่วโลกด้วย''

        ''แต่ว่าการได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น ก็ต้องแลกกับหลายๆ อย่างที่คุณต้องเสียไป อย่างเช่นการต้องอยู่ห่างไกลจากครอบครัว ซึ่งวิธีการต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้คือ คุณจะต้องเป็นมืออาชีพ และต้องไม่คิดมาก หรือถามตัวเองว่า ทำไมชีวิตของฉันถึงต้องเป็นแบบนี้?''

        เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและร้ายของคุณในเวลาเดียวกัน

        ''ขึ้นอยู่กับตัวคุณ แต่ผมคิดว่าเมื่อผมเลือกแล้ว ผมก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ เป้าหมายของผมคือ พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เท่าที่ตัวเองมีความสามารถ และผมก็คิดว่าตัวเองทำได้ตามที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้''

        คุณคิดอย่างไรกับผลงานของอุรุกวัยในฟุตบอลโอลิมปิก 2012 ที่เพิ่งผ่านมา?

        ''ก็คงจะเห็นกันอยู่ แต่ว่าฟุตบอลก็เป็นอย่างนี้ ผมไม่ได้พูดตลก แต่เป็นเพราะว่าเราเจอกับทีม ที่มีมาตรฐานแตกต่างกันมากเกินไปจริงๆ ทั้งสามเกม''

        ''อย่างในเกมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เราอาจจะเอาชนะพวกเขาได้ในท้ายที่สุด แต่ว่าพวกเขาเป็นฝ่ายครองบอล และสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างมากมาย นอกจากนั้นต้องไม่ลืมเซเนกัล ซึ่งเป็นทีมที่เล่นได้เร็ว, แข็งแกร่ง และมีเทคนิคการเล่นที่ดีมาก ซึ่งพวกเขายังสามารถยิงประตูที่สองในเกมที่พบกับเราได้ ทั้งๆ ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ซึ่งในการแข่งขันรายการนั้น เราไม่สามารถที่จะคาดเดาผลการแข่งขันได้เลย''



        คุณอยากจะไปเล่นโอลิมปิกด้วยหรือเปล่า?

        ''ก็คงจะเหมือนกับผู้เล่นอายุเกินทั้งหลาย ที่ไม่ได้ไปเล่นในรายการนี้ แต่เราก็คงจะรู้เรื่องกฎข้อบังคับกันดี ทำให้ผมไม่ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งผมก็ยอมรับ และคนอื่นๆ ก็ยอมรับด้วยเช่นกัน''

        ออสการ์ ตาบาเรซ ออกมากล่าวว่า เขาเชื่อว่าความสัมพันธ์ในทีมของเขายังดีอยู่เหมือนเดิม และเชื่อว่าความผิดพลาดครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนช่วยให้อุรุกวัย ประสบความสำเร็จได้ในวันข้างหน้า

        ''ใช่ ความสัมพันธ์ในทีมยังคงยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นในหรือว่านอกสนาม ซึ่งเรื่องนี้จะมีส่วนช่วยทีมได้ทั้งในช่วงเวลาที่ดี และโดยเฉพาะช่วงเวลาที่พวกเขาเจอกับเรื่องร้ายๆ''

        คุณบอกว่าคุณตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเล่นให้นานที่สุด แล้วคุณกลัวเรื่องการต้องเลิกเล่นไหม?

        ''ไม่แน่นอน ผมรู้ว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้ผมพยายามจะมีความสุขกับการเล่นให้มากที่สุด''

        ''ผมมีความคิดว่าอยากจะอยู่เล่นฟุตบอลให้นานที่สุด เพราะว่าผมยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่เล่นได้อีกนานแค่ไหน''

        ''แต่สิ่งที่ผมรู้ในตอนนี้คือ ผมยังไม่เคยคิดถึงเรื่องที่จะเลิกเล่นฟุตบอลเลย''

        การหวนกลับมาเล่นในอเมริกาใต้ ส่งผลกับอาชีพค้าแข้งของคุณอย่างไรบ้าง?

        ''การย้ายไปเล่นในประเทศใหม่ ทำให้เราต้องเจอกับสถานการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับในครั้งนี้''

        ''หลังจากที่ผมไปเล่นอยู่ในยุโรปมานานกว่า 10 ปี ทำให้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง''

        ''ผมเคยผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในอิตาลี, สเปน, อังกฤษ มาแล้ว ผมจึงรู้สึกว่า ช่วงเวลาของการแขวนสตั๊ดของผมใกล้ที่จะมาถึงแล้ว''



        หมายความว่าคุณไม่เหลือความท้าทายใดๆ ในยุโรปอีกแล้ว?

        ''ผมไม่ได้มองอย่างนั้น ผมมี 10 ปีอันยอดเยี่ยมที่นั่น แม้ว่าจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ย่ำแย่อยู่บ้าง อย่างเช่นการที่ไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องที่อินเตอร์ มิลาน แต่ว่าผมก็เลือกที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเอง''

        ''ผมคิดว่าตัวเองควรจะคว้าโอกาส ที่จะได้เล่นให้กับทีมใหญ่เอาไว้บ้าง และผมก็มองว่าการได้เซ็นสัญญาสามปี เพื่อมาเล่นในลีกที่มีความท้าทายสูงถือเป็นเรื่องที่ดี''

        ''แต่ในความเป็นจริง ทุกอย่างไม่ได้ดีเหมือนที่ผมคิดเอาไว้ ซึ่งส่งผลทำให้ผมเริ่มที่จะคิดถึงบ้าน, คิดถึงครอบครัว และคิดถึงเพื่อนๆ ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งทุกๆ อย่างที่ว่ามา เป็นแรงจูงใจให้ผมกลับมายังอเมริกาใต้''

        คุณคิดว่าตัวเองจะกลับไปยุโรปอีกไหม?

        ''ด้วยความสัตย์จริง ถ้าถามผมตอนนี้ ผมคงจะไม่กลับไปยุโรป หรือว่าไปที่อื่นอีกแล้ว ตอนนี้ผมอายุ 33 แล้ว จึงอยากจะปักหลักอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด แต่ผมคงจะบอกไม่ได้ว่าตัวเองจะยังฟิตเหมือนตอนนี้ไหม เมื่อตัวเองอายุ 36''

        ไม่คิดอยากกลับไปเล่นที่อุรุกวัยบ้างหรือ?

        ''ไม่ ผมว่ามีคนรู้ล่วงหน้าน้อยมากว่าผมจะกลับมาอเมริกาใต้ เพราะว่าทางอินเตอร์ต้องการทำให้เรื่องนี้เงียบที่สุด ก่อนที่การเจรจาย้ายทีมจะเรียบร้อย ซึ่งทำให้ทีมในอุรุกวัย ไม่มีเวลาได้เตรียมตัว ในการที่จะดึงผมกลับไปร่วมทีม''



        คิดว่าตัวเองยังมีอะไรตกค้างอยู่กับที่นั่นอีกหรือเปล่า?
''ไม่มี ในทุกกรณี  อาจจะไม่ง่าย แต่ว่าผมไม่อยากจะให้ความหวังกับใคร ผมพอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม อินเตอร์เป็นทีมที่ใหญ่มาก''

        อะไรที่ทำให้คุณสนใจในลีกของบราซิล?

        ''ความจริงอย่างหนึ่งคือที่นี่มีลีกที่แข็งแกร่ง มี 6 หรือ 7 ทีม ที่ช่วงชิงท็อป 4 กัน  ซึ่งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสีกันมาก นอกจากนั้นคุณภาพฟุตบอลของที่นี่ยังดีมากอีกด้วย และถ้าคุณได้เล่นกับทีมใหญ่ คุณก็จะได้เล่นเกมดาร์บี้ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งถือเป็นเกมการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมากๆ''

        ฟุตบอลที่นี่ต่างกับที่ยุโรปอย่างไร?

        ''ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือขนาดของสนาม ที่นี่ใหญ่กว่ามาก และแทบจะไม่มีที่ว่างเลย และที่นี่ยังมีการพูดถึงฟุตบอลกันในทางที่ดีมากๆ''

        ''ส่วนความแตกต่างในด้านอื่นๆ เห็นจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทั้งหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับทีม,โค้ช และผู้เล่นของแต่ละทีม โดยทีมเล็กก็จะมีปัญหาน้อยกว่า''

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม ดีเอโก้ ฟอร์ลัน คอราซโซ่  
เกิด  19 พฤษภาคม 1979 (33 ปี)  
สถานที่ มอนเตวิเดโอ/อุรุกวัย  
ส่วนสูง 179 เซนติเมตร  
ตำแหน่ง กองหน้า  

 

 

 

 

เส้นทางค้าแข้ง

สโมสร

ลงเล่น

ยิงได้

1997-2001

อินเดเปนเดียนเต้

80

37

2001-2004

แมนฯ ยูไนเต็ด

63

10

2004-2007

บียาร์เรอัล

106

54

2007-2011

แอต.มาดริด

134

74

2011-2012

อินเตอร์

18

2

2012-

อินเตอร์นาซิอองนาล

11

3



ผลงานในทีมชาติ

ปี

ลงเล่น 

ยิงได้

2002

5

2

2003

7

5

2004

11

2

2005

9

2

2006

3

0

2007

9

5

2008

7

3

2009

9

3

2010

11

7

2011

14

3

2012

4

1

รวม

88

32

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : No.10

จำนวนเรื่อง : 208
All post : 2,335
All view : 3,335,335
คอลัมน์ สปอร์ตเวิลด์

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263