คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie
บอลไทย 16 ปี...
28/09/2012 9:50:54 น.


     น่าเสียดายสำหรับเจ้าหนูไทยชุดอายุ 16 ปี ตกรอบแรกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชียล่าสุดที่ประเทศอิหร่าน




        ที่บอกว่าน่าเสียดายด้วยเพราะเมื่อดูเพื่อนร่วมกลุ่มบวกกับโควตา 4 ทีมชาติของโซนเอเชียคัดไปบอลเยาวชนโลก 2013 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้องยอมรับว่าพอมีความหวังและพอมีโอกาสครับ เทียบกับชุด ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา, ชุดน้าติ๊ก สมชาติ ยิ้มศิริ พาทีมเจ้าหนูไทยไปบอลโลกต้องยอมรับว่า 2 ชุดประวัติศาสตร์นั้นยากกว่า ตอนนั้นโควตา 3 ทีมจากเอเชีย...แต่ปัจจุบัน 4 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สิทธิ์ไปทันที 

 

        เมื่อมาดูทัวร์นาเมนต์ที่อิหร่านชิงแชมป์เอเชียเพื่อคัดทีมไปเตะบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก รอบแรกเตะ 3 นัด ถ้าเข้ารอบน็อกเอาต์ หรือ 8 ทีมสุดท้ายเตะอีก 1 นัด ก็เข้ารอบรองชนะเลิศ นั่นหมายความว่าได้สิทธิ์ไปยูเออีปีหน้าทันที กล่าวคือลงสนามแค่ 4 แมตช์แล้วมีโอกาสไปบอลเยาวชนโลก จึงต้องบอกว่าน่าเสียดาย...4 นัดเท่านั้นที่จะทำให้ได้สิทธิ์ไปฟุตบอลโลก...สมัยที่ 3 สำหรับเด็กชุด 16 ปี

 

        ผมในฐานะผู้บรรยายทีมไทยครบทั้งสามนัดก่อนตกรอบแรกได้เห็นฟอร์มแบบเต็มๆตา จึงอยากมาแบ่งปันสำหรับผู้ที่อาจพลาดชมเทปบันทึกการแข่งขันจากทางช่อง 7 ว่าทั้งสามนัดผ่านพ้นไปแล้วมันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างครับ แม้ว่ามันได้ตกรอบไปแล้ว ไม่น่ามีอะไรพูดถึงหรือชื่นชมยินดีเหมือนฮีโร่ พาราลิมปิก, โอลิมปิก หรือทีมวอลเลย์บอลสาวไทย

 

        เราคงหนีเรื่องการรีวิวหรือสรุปประเมินผลงานไม่พ้นแน่นอนครับ คือไม่ใช่ว่าเราต้องมาเขียนแสดงแต่ความยินดีชื่นชมกันอย่างเดียว ผู้แพ้ คนที่ตกรอบคือความล้มเหลวที่เราต้องเหยียบย่ำซ้ำให้ตาย และกลายเป็นผู้ร้ายของสังคมไป 
 


        ถ้าจะบอกว่าเด็กไทยชุดนี้สมควรโดนวิจารณ์ถึงขนาดนั้นมั้ย...ผมคิดว่ามันก็คงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับที่เราจะไปตำหนิแล้วใช้คำว่า ''ห่วยแตก'' เช่นกันครับมันก็มีมุมบวกดีๆ ให้เห็นกันบ้าง อย่างน้อยนัดสุดท้ายที่ตกรอบไปแล้วพบกับโอมานพวกเขาก็แสดงถึงความพยายามอย่างดี อย่างเต็มที่ที่สุด แม้สุดท้ายจะแพ้ไปอีก 2-3 ตกรอบแรกสนิท

 

        อย่างไรก็ตาม...สาระสำคัญสำหรับการตกรอบของเจ้าหนูไทยอายุ 16 ปี คือการประเมินผลงานว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

        ข้อแรกเลยนะครับ...สภาพอากาศอันร้อนอบอ้าวของประเทศอิหร่าน แถมฟุตบอลแข่งกันช่วงบ่ายอีกต่างหาก อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25-35 องศาเซลเซียส ร้อนแบบแห้งๆ ท่ามกลางทะเลทราย สังเกตดูนะครับว่าทั้งเด็กไทย, เด็กจิงโจ้, อิรัก หรือกระทั่งโอมานเอง เบรกปุ๊บต้องมาดื่มน้ำกันทันที

 

        ปัจจัยสภาวะแวดล้อมนี้มีผลแน่...ผมได้ข่าวจาก โทนี่ วิดมาร์ ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติออสเตรเลียชุดนี้บอกว่าทีมของเขาไปเก็บตัวที่กรุงลาปาซ ประเทศโบลิเวีย ซึ่งมีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 2 กิโลเมตร ไปเก็บตัวกันเกือบเดือน เพื่อให้คุ้นกับสภาพอากาศ

 

        30 นาที ของครึ่งหลังคือช่วงเวลาทองของการได้และเสียประตูสำหรับกลุ่มของทีมไทยครับ เราเสีย 2 ลูก ให้อิรักในนาทีที่ 65 และ 67 และเสียอีก 2 ลูก สำคัญให้โอมานนาทีที่ 55 และ 72



        ส่วนเกมแรกที่พบกับออสเตรเลียเราเสียประตูตั้งแต่ครึ่งแรก 2 ลูก แต่ครึ่งหลังเรากลับเล่นได้ดีขึ้นและทำให้ออสเตรเลียเล่นยาก และที่ได้เห็นคือครึ่งหลังออสเตรเลียเองก็หมดเหมือนกันทั้งที่ไปเก็บตัวกับพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาเดือนหนึ่งก็ตาม เรื่องสภาพแวดล้อมมีผลด้วยส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ 25% ในทัศนะของผมครับ

 

        เรื่องกลยุทธ์...นี่แหละผมว่าสำคัญที่สุด ให้น้ำหนัก 50 เปอร์เซ็นต์ ด้วย เพราะเกมแรกที่เราโดนออสเตรเลียของ อลิสแตร์ เอ็ดเวิร์ด และ โทนี่ วิดมาร์ (อดีตกองหลังทีมชาติออสเตรเลียรุ่น แฮร์รี่ คีเวลล์) เน้นเกมเพรสซิ่งตั้งแต่นาทีแรก คือไล่ตั้งแต่แดนบนเพื่อให้นักเตะไทยออกบอลไม่ได้  บีบให้เสียบอลง่ายและเร็วที่สุด

 

        จากนั้น 14 นาที ก็ได้ประตูนำ 1-0 แบบไม่ตั้งตัว ตั้งหลักอะไรเลย ไม่สามารถแก้ไขเกมเพรสซิ่งของออสเตรเลียได้ จากนั้นก็เสียประตูที่สองในนาทีที่ 30  จนหมดครึ่งแรกโดน 2-0 ลงมาครึ่งหลังถือว่าตั้งหลักได้ดีกว่าเดิม แต่มันก็ยากแก่การเข้าไปยิงประตูออสเตรเลีย

 

        เกมที่สองพบกับอิรักถือว่าดีขึ้นกว่าเดิม เด็กๆ เริ่มปรับตัวกับวิธีการเล่นได้ แต่พอครึ่งหลัง...พลาดสองครั้งในสองนาทีก็โดนสองประตู จบเกมทันที พอเกมที่สามกับโอมานเกมรุกดีขึ้นนำ 2-0 จากการเข้าทำและโจมตีอย่างยอดเยี่ยม มีโอกาสได้ 3-0 แต่ปิดไม่ได้ เลยโดนตีไข่แตก ก่อนที่ครึ่งหลังจะเสียอีกสองประตู แล้วก็แพ้สามนัดรวด

 

        การตกรอบครั้งนี้ทีมงานทุกคนคงต้องรับผิดชอบและครับ คงปฏิเสธไม่ได้...ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกัปตันทีม 3 นัด 3 คน แสดงให้เห็นว่าทีมนี้ไม่มีผู้นำทีมในสนามแบบตายตัว..และคนแรกที่เป็นกัปตันทีมคือเบอร์ 8 อำนาจ ภมรประเสริฐ ถูกริบปลอกแขนนัดสอง แล้วแข่งไปจนโดนเปลี่ยนตัวก็ถอดเสื้อทีมชาติไทยที่มีธงไตรรงค์ทิ้ง

 

        สังคมพิพากษาไปหมดแล้วครับ...ไม่มีอะไรจะวิพากษ์ครับ ตัวน้องอำนาจก็ออกมาขอโทษ..สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือเราก็ต้องให้อภัยในความเป็นเด็กที่วุฒิภาวะยังไม่พร้อม เด็กทำผิดต้องให้อภัยไม่ใช่กระทืบซ้ำครับ แล้วพวกเขาจะเรียนรู้ความผิดพลาดนี้ได้อย่างไร หากเราไปรุมกระทืบเขาจนจมธรณี หมดโอกาสแก้ตัว สังคมต้องใจกว้าง..ให้โอกาสเด็กได้แก้ไข  นั่นก็ส่วนหนึ่ง

 

        การตกรอบของเด็ก 16 ปี ในเที่ยวนี้คงได้รับการประเมินผลงานไปแล้ว แต่ที่น่าติดตามคือว่าเรายังมีเด็ก 19 ปี อีกชุดหนึ่งที่จะเล่นฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชียที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่าง 1-19 พ.ย. ช่วงเดียวกับที่มีฟุตซอลชิงแชมป์โลกนั่นแหละครับ

 

        แข่งที่อาหรับตะวันออกกลางเหมือนกัน...แถมคู่แข่งกลุ่มเดียวกันนั้นสุดหินเลยครับ ทั้ง เกาหลีใต้, จีน และอิรัก นับวันนี้ก็เหลืออีก 1 เดือน นะครับ

 

        พร้อมมากน้อยขนาดไหนกับรายการที่จะคัดไปฟุตบอลโลกอายุ 20 (จัดที่ตุรกีปีหน้า) รวมทั้งพร้อมแค่ไหนที่จะเล่นออกมาแล้วแสดงให้เห็นว่าทีมชาติไทยก็มีศักดิ์ศรีในเวทีโลกลูกหนังด้วยเหมือนกัน ฝากทีมงานด้วยครับ...

 
                                                                   Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 295
All post : 6,512
All view : 5,088,122
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263