| 16/09/2012 11:15:55 น. |

สุดสัปดาห์นี้ หากใครชมถ่ายทอดสด หรือดูภาพข่าวการแข่งขันบุนเดสลีกา จะเห็นว่ามีบางอย่างผิดไปจากเดิม คือแทนที่หน้าอกเสื้อแข่งแต่ละทีม จะเป็นสปอนเซอร์ของตัวเอง มันกลับกลายเป็นข้อความภาษาเยอรมันว่า "Geh deinen Weg" (ไปตามทางของคุณ)
(จากซ้าย) อูลี่ เฮอเนส ประธานสโมสร บาเยิร์น, อังเกล่า แมร์เคิ่ล นายกฯเยอรมัน, ไรน์ฮาร์ด เราบัลล์ ประธานลีกลูกหนังเมืองเบียร์
"มันจะช่วยให้เราเผยแพร่กระจายข้อความสำคัญออกไปได้มากขึ้น" อังเกล่า แมร์เคิ่ล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมัน กล่าวถึงการนำคำ "Geh deinen Weg" ติดบนหน้าอกนักเตะ แทนสปอนเซอร์ในการแข่งขันบุนเดสลีกา 1 สัปดาห์ โดยรัฐบาลหวังว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ทั้งคนในประเทศ และชาวต่างชาติ ได้เข้าใจนโยบายถายใต้คำขวัญว่า "ความหลากหลาย ความเคารพซึ่งกันและกัน และการรวมเป็นหนึ่งเดียว ต้องไม่อยู่ในวงการฟุตบอลเท่านั้น แต่ทุกภาคส่วนควรให้ความร่วมมือ การพัฒนาด้านสังคมจึงจะประสบความสำเร็จ" เพราะปัจจุบันพวกเขากำลังเจอปัญหาความหลากหลายที่มากเกินไป หลังมีผู้เข้าเมืองโดยถูกกฏหมายราว 16 ล้านคน แถมแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางรายอาจมาศึกษาต่อ แต่อยู่อาศัยแบบถาวรเพื่อทำงานเมื่อเรียนจบ หรือไม่ก็ย้ายตามครอบครัว จึงเกิดความแบ่งแยก และไม่พอใจของคนหลากเชื้อชาติ
การรณรงค์ภายใต้คำขวัญ เพื่อนฉันเป็นชาวต่างชาติเมื่อ 20 ปีก่อน
การรณรงค์ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในบุนเดสลีกามาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน คราวนั้นเป็นข้อความ "Mein Freund ist Auslaender" หรือเพื่อนฉันเป็นชาวต่างชาติ หลังเกิดเหตุจลาจล ทั้งวางเพลิงอาคารบ้านเรือน และการชุมนุมขับไล่ชาวต่างชาติ ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย บริเวณจัตุรัสลิกเทนฮาเก้น เมืองรอสต็อค ระหว่างวันที่ 22-26 สิงหาคม 1992 จนตำรวจบาดเจ็บ 204 คน มีผู้ถูกจับกุม 370 และถูกสอบสวนราว 408 คน โดยพวกหัวรุนแรงไม่พอใจที่ชาวต่างชาติจำนวนมหาศาลมาสร้างความวุ่นวาย ขณะผู้เข้ารับการลงทะเบียนก็ไม่ได้รับการดูแลอย่างดี เพราะมีจำนวน 11,500 คนต่อเดือน มากเกินกว่าความคาดหมาย คือ 300 คน ต่อเดือน แถมยังขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในหลายด้าน นอกจากใส่เสื้อข้อความดังกล่าว ก็ยังมีแมตช์พิเศษระหว่างทีมชาติเยอรมัน กับทีมรวมดาราต่างชาติในบุนเดสลีกา เมื่อเดือนตุลาคม 1993
แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น ก็ต้องให้ความร่วมมือแปะข้อความ "Geh deinen Weg" ไว้บนอก
ส่วนโครงการล่าสุดก็มีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากนักฟุตบอลในบุนเดสลีกาชาวรักร่วมเพศคนหนึ่ง ยอมรับไม่พร้อมจะเปิดเผยเรื่องเป็นเกย์ เพราะกลัวจะถูกต่อต้าน เนื่องจากไม่เคยมีนักฟุตบอลอาชีพที่เยอรมันคนไหน ประกาศตัวชัดเจนต่อสาธารณชนว่าเป็นเกย์ มันก็เลยถูกนำมาโยงกับเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าหากใครเผยตัวตนออกมา จะได้รับผลทางลบ ซึ่งจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบุนเดสลีกา รวมถึงสังคมเยอรมัน
ดอร์ทมุนด์ หนึ่งในทีมหลากสัญชาติของนักเตะ ก็ให้ความร่วมมือเช่นกัน
ปกติแล้วชาวเยอรมันยอมรับเรื่องเพศที่ 3 ชุมชนเกย์แห่งแรกในกรุงเบอร์ลิน เกิดขึ้นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำ แม้ภายใต้การปกครองของนาซี จะมีการออกกฎหมายต่อต้านคนกลุ่มนี้ โดยถูกส่งเข้าค่ายกักกันเหมือนชาวยิว แต่ปัจจุบันเยอรมันคือประเทศแรกในโลกที่ออกกฎหมายห้ามการแบ่งแยกกีดกันทางเพศ แถมมีสหภาพแรงงาน และสหพันธ์เกย์-เลสเบี้ยน เพื่อดูแลสวัสดิการ ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำคนกลุ่มนี้ รวมถึงผู้ปกครอง เพื่อน และญาติของพวกเขา ทุกคนมีสิทธิ์เข้ารับราชการทหาร แต่การแต่งงานของเพศเดียวกัน ยังคงผิดกฏหมาย ถึงแม้นักการเมืองที่มีสิทธิ์ทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องหลายคน จะยอมรับเองว่าเป็นเกย์ เช่น เคล้าส์ โวเวอไร้ท์ นายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน และ คาริน โวล์ฟ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
การรณรงค์มีขึ้นสัปดาห์เดียว และเริ่มตั้งแต่คู่แรกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
อูลี่ เฮอเนส ประธานสโมสร บาเยิร์น มิวนิค บอกว่า "กีฬาโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล เป็นเครื่องมือสำคัญในการหลอมรวมคนทุกเชื้อชาติ, ศาสนา และสีผิว เข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ช้าก็เร็วผู้เล่นบางคนก็จะยอมรับออกมาเองว่ามีรสนิยมรักร่วมเพศ แต่ผมไม่คิดว่าผู้เล่นชาวเกย์จะมีปัญหากับแฟนๆของเรา บาเยิร์น พร้อมรับสถานการณ์นั้น เช่นเดียวกับสังคมโดยรวม ทุกคนมีความร่วมมือกันในเรื่องนี้มากกว่าที่สื่อมวลชนคิด"
ข้อความนี้ดูกลมกลืนกับชุดแข่ง จนบางคนที่ไม่ทราบข่าว ก็ยากจะมองออกว่านั่นไม่ใช่สปอนเซอร์
ความหมายของข้อความ "Geh deinen Weg" ในทัศนะของผู้เขียน จึงอาจหมายถึงว่า ให้แต่ละคนดำเนินตามเส้นทางชีวิตของตน ไม่ไปก้าวก่าย หรือกีดกันผู้อื่น เพียงเพราะเขาไม่ใช่คนชาติเดียวกับเรา หรือเป็นเกย์ เพราะทุกคนต่างมีบทบาทหน้าที่ และชีวิตของใครของมัน แต่การเกลียดชังกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง อาจทำให้สังคมเกิดปัญหา และคนอื่นเดือดร้อนตามไปด้วย ไม่ใช่แค่ตัวเราเองเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้คนไทยน่าจะเข้าใจดีว่าการแบ่งแยกในบางเรื่อง ทำให้สังคมเกิดปัญหาอะไรบ้าง และคงมีไปเรื่อยๆตราบที่ยังเห็นคนคิดแตกต่างจากเรา เป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งผิดหมดเกือบทุกเรื่อง มีแค่พวกเราเท่านั้นที่ไม่เคยทำพลาดเลย ถ้าใครทำผิด อภัย และลืมๆบ้างได้ก็ดี เพราะเวลาเราเองทำผิด ก็ยังอยากให้คนอื่นอภัย และลืมๆไปเหมือนกัน
ในวงการฟุตบอล บางครั้งก็ต้องทำบางอย่างให้แก่สังคม มากกว่าคิดถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเดียว
การยอมรับความแตกต่าง และพยายามอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ได้อย่างมีความสุข เป็นการต่างคนต่างอยู่แบบให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ เพราะกรูไม่อยากยุ่งกับมรึง เพราะเป็นแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งนั่นทำให้แม้แต่ตัวเราก็ไม่มีความสุข และมันน่าจะเป็นข้อคิดที่ดีจากข้อความ "Geh deinen Weg"

| Recommend on Google |