คอลัมน์ : วอลเลย์บอลไทย โดย.. คงศักดิ์ ทองภักดี
ผศ.เสาวนีย์ หยกเล็ก ''เดอะ เซี้ยม'' วอลเลย์บอลด้วยดวงใจ
15/09/2012 11:48:59 น.

ชีวิตย่อมมีความสุข หากเกิดมามีพร้อมทุกสิ่ง ไม่ต้องขวนขวาย แต่กับ เสาวนีย์ หยกเล็ก ไม่ใช่ชีวิตที่ฟ้าลิขิตให้มีทุกสิ่ง ตรงข้าม อดีตสาวนักตบทีมชาติไทยผู้นี้อยู่กับชีวิตที่ต้องดิ้นรนแต่เด็ก และด้วยความอุตสาหะ ตั้งใจจริง และจริงใจกับทุกคน


        ทำให้วันที่ผ่านมาเธอผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปได้ อยู่อย่างมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่รัก กับวอลเลย์บอล กีฬาที่ผูกพันมาตั้งแต่เริ่มได้สัมผัสเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน และเป็นเหมือนทั้งชีวิตของสาวคนนี้

        สาวน้อยโต-แกร่งด้วยข้าวก้นบาตร

        จะสักกี่คนที่รู้ว่าในสูติบัตรแจ้งเกิดของ เสาวนีย์ หยกเล็ก สาวเชื้อสายจีนคนนี้ ใช้ชื่อ ใจ้เซี้ยม แซ่อึ้ง ตามที่ คุณพ่อหยกงี้ แซ่อึ้ง ไปแจ้งต่ออำเภอ และมีชื่อเล่นว่า ตุ๊กตา คล้อยตามรูปกายปุ๊กลุกของเด็กน้อยลูกคนที่ 9 ของครอบครัวใหญ่ ที่เกิดตามกันมารวม 14 คนของพี่น้องตระกูลนี้

        ''ชื่อ เซี้ยม นี่ก็มาจากชื่อจีนเดิม พ่อมากับเรือจากเมืองจีน มาเป็นทหารที่นี่ แม่ก็อยู่อ่างทอง วิศษชัยชาญ บ้านเดียวกับ ''หน่อง'' ปลื้มจิตร์ ถินขาว เป็นคนจีนเหมือนกัน แล้วก็ย้ายมาอยู่ฝั่งธนฯ''

        ''เซี้ยมทำงานช่วยครอบครัวตั้งแต่เด็ก ที่บ้านสวนก็เก็บผักขาย ทั้งกระถิน พักบุ้ง หรืออะไรที่ขายได้ก็เอาหมด ตอนเรียนประถมที่โรงเรียนเทศบาลวัดกระจับพินิจก็กินข้าววัด เป็นเด็กวัดคนหนึ่งเลยล่ะ ทำทุกอย่าง ทั้งทำสะอาดกุฏิช่วยหลวงพ่อ งานบุญ งานศพ เซี้ยมทำได้หมด'' ผศ.เสาวนีย์ ย้อนนึกถึงอดีตที่สู้มาแต่เด็กจนมีวันที่สดใสในวันนี้



        ความที่เป็นสาวน้อยนักสู้มาตั้งแต่เล็ก เล่นเหมือนเด็กผู้ชาย ไม่กลัวอะไร เป็นเด็กแกร่งคนหนึ่ง เป็นนักกีฬาของโรงเรียนเทศบาลวัดกระจับพินิจที่เรียนในวัยประถม เล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่ ป.4 มี ครูจำเนียร เจริญสุข และ ครูสุภัค ปิติธรรม เป็นโค้ชวอลย์บอลคนแรก ที่วัดกระจับพินิจนี่จะจัดกีฬาทุกปี มีโรงเรียนในย่านนั้นมาแข่งขัน แต่ทุกปีวอลเลย์บอลหญิงก็จะเสร็จเจ้าภาพ พอจบ ป.7 เสาวนีย์ต้องกราบลาหลวงพ่อ พระครูพินิจสิขการ เจ้าอาวาส ผู้มีพระคุณ ได้ข้าวก้นบาตรเลี้ยงตัวมาตลอด ไปเรียน ม.ศ. 1 ที่วัดอินทาราม

        เด็กวัดอินทารามล้มทีมชาติคว้าถ้วยใหญ่

        ในชั้นมัธยมกับโรงเรียนที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของวอลเลย์บอลนักเรียนในยุคประมาณปี 2510 ที่นี่ เสาวนีย์ หยกเล็ก ไม่เหงา เพราะเพื่อนโรงเรียนเทศบาลวัดกระจับพินิจก็ยกชุดกันมาอยู่ที่นี่ เพียงแต่เปลี่ยนโค้ชเป็น อาจารย์วีระ ทองเย็น ที่เธอยกให้เป็นสุดยอดโค้ช

        ''เซี้ยมยกให้เป็นซูเปอร์โค้ชเลยค่ะ อาจารย์วีระสอนพวกเราเต็มที่ทั้งการฝึกซ้อม เทคนิคต่างๆ เราได้มาเยอะ และแกร่งมากๆ ที่สำคัญอาจารย์จะมีจิตวิทยาดีมาก ไม่ว่าแรงๆ นะ แต่จะมีวิธีกระตุ้นพวกเรา ซึ่งใช้ได้ผลนะ ตอนนั้นเราได้แชมป์แทบทุกรายการ ช่วงนั้นวัดอินทารามเป็นเบอร์ 1 ของวอลย์บอลนักเรียนเลยล่ะ''



        เด็กสาวที่ยกทีมมาจากวัดกระจับพินิจเล่นด้วยกันจนรู้ใจ สำหรับเด็กสาวเชื้อสายจีน เสาวนีย์ หยกเล็ก แม้รูปร่างจะไม่เหมาะกับกีฬาชนิดนี้ ด้วยความสูงที่ยังไม่ถึงร้อยหกสิบเซนต์ด้วยซ้ำ แต่ด้วยไหวพริบ และความค่องแคล่ว ทั้งลูกกลางอากาศหรือไถลเล่นกับพื้น เธอก็ทำได้ดีและเซฟตัวเอง แม้จะเจอพื้นสนามปูนอย่างเสาชิงช้า

        เด็กวัดอินทารามชุดนี้ที่โค้ชวีระสร้างมา แกร่งขึ้นจนกล้าที่จะเจอรุ่นใหญ่ในศึกถ้วย ก ที่ถือเป็นรายการใหญ่สุดของประเทศไทย แล้วพวกเธอก็สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ เมื่อฝ่าด่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศและคว้าถ้วยรางวัลสูงสุดของประเทศไทยมาครองได้

        ''เราชิงกับวิทยาลัยพลศึกษา เจอกับรุ่นพี่ที่เล่นทีมชาติ ตอนนั้นส่วนใหญ่จะเรียนวิทยาลัยพลานามัย แต่เราแค่เด็กมัธยม แต่ก็เอาชนะมาได้ ทำเอาคนดูที่มาเชียร์พวกเราที่เป็นรองทุกทีม ไม่เชื่อสายตา ตอนนั้นเกมสนุกมาก เราเล่นกันมานาน รู้ใจกันนะ เซี้ยมเองก็ยังไม่อยากเชื่อที่เราได้แชมป์มา เพราะเจอรุ่นพี่ระดับแนวหน้าเมืองไทย''

        ติดธงครั้งแรกในวัย 14 ปี

        จากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของ เสาวนีย์ หยกเล็ก ความเป็นสาวนักสู้และเล่นด้วยมันสมอง แม้ร่างเล็กแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เธอจึงถูกเรียกตัวเข้าร่วมในทีมชาติไทยในปี 2512 ด้วยวัยเพียง 14 ปี เพื่อร่วมศึกกีฬาเซียพเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า

        เธอได้เข้าแคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติร่วมกับรุ่นพี่ที่อยู่ในระดับอุดมศึกษา ที่ค่ายซ้อมทีมชาติ เสาวนีย์ หยกเล็ก ได้ลับคมเติมความแกร่ง พัฒนาฝีมือขึ้นมาอีกระดับ แต่เหมือนยังไม่ถึงเวลาให้ดาวดวงนี้ได้ทอแสงในโลกลูกยาง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่ย่างกุ้ง จึงไม่สามารถส่งทีมแข่งขันได้ จึงทำได้เพียงฝึกซ้อมเสริมคมเท่านั้น



        แต่ความสามรถของเธอก็ไปเข้าตา ร.อ.ปัญจะ จิตรโสภี (ยศในขณะนั้น) นายทหารหนุ่มลูกทัพฟ้า ที่ทำทีมทหารอากาศ หลังจบ ม.3 ก็ชวนเธอมาอยู่ เข้ารับราชการที่นี่ เสาวนีย์ หยกเล็ก ตอบรับและได้ติดยศ จ่าตรีหญิง แห่งกองทัพอากาศ เข้าทำงานกรมสวัสดิการกองทัพอากาศ และที่แห่งนี้เธอก็ได้มาเจอกับ ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ ที่ต่อมาทั้งสองคนก็ผูกพัน เซี้ยมได้ช่วยงาน ''บิ๊กติ๋ม'' จนเปรียบได้ว่าเป็นมือขวาของ ''อินทรย์ลูกยางไทย'' ผู้นี้

        ''เซี้ยมมาอยู่ที่นี่ก็เล่นให้ทหารอากาศ แล้วก็เล่นกีฬาเขตให้เขต 7 สมุทรสาครด้วย แต่ด้วยความที่เรายากจนมาก่อน รู้ชีวิตลำบาก เซี้ยมตั้งใจเลยว่าถ้ามีโอกาสเรียนจะต้องเรียนให้สูง จะได้ไม่ลำบาก จึงขอนาย น.ท.ประพันธ์ นรสาร เพื่อเรียนภาคค่ำไปด้วย ซึ่งท่านก็เมตตา เซี้ยมก็ไปต่อ ป.กศ.ต้น ที่วิทยาลัยธนบุรี ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย''

        ชีวิตช่วงนี้ของเธอดูสดใส ทั้งเรื่องการงานและการเรียน รวมถึงวอลเลย์บอลที่รักก็ยังเล่นให้ต้นสังกัด และวิทยาลัยธนบุรีที่มีเพื่อนส่วนหนึ่งจากวัดอินทารามไปอยู่ด้วยกัน และยังเล่นให้เขต 7 สมุทรสาคร ในกีฬาเขตเช่นเคย

        อัศจรรย์ตบสาว ''ขวาตายซ้ายสลบ''

        เสาวนีย์ หยกเล็ก อยู่กับกองทัพอากาศได้สี่ปีก็ตัดสินใจย้ายมาทำงานที่ธนาครกรุงเทพ จากการชักชวนของ อำนวย จันทรวงศา ระดับบิ๊กคนหนึ่งของแบงก์บัวหลวงในยุคนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่ามีความพร้อมในหลายๆ ด้านมากกว่า และตอนนั้นเซี้ยมก็ได้เข้ามาเรียนในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

        ''คือมองว่ามาอยู่แบงก์กรุงเทพ มาเล่นที่นี่ แม้จะได้เป็นเบี้ยเลี้ยงซ้อม แต่ก็ยังมีรถรับ-ส่ง เราไม่ต้องเดินทางเอง สวัสดิการอื่นๆ ก็พอช่วยเราได้ เรามาเรียนรามฯ ก็ทำให้มีเวลามากขึ้นด้วย เลยตัดสินใจมาที่นี่''

        ในส่วนของทีมชาติเธอยังถูกเรียกตัวเข้าร่วมทีม แต่กับเซียพเกมส์ยังเป็นเรื่องที่ดูจะเป็นอุปสรรคกับเธอร่ำไป เมื่อก่อนจะถึงเซียพเกมส์ ครั้งที่ 7 ปี 2516 ที่สิงคโปร์ เธอซึ่งเข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ก็ต้องมีอันต้องหิ้วกระเป๋าออกจากค่าย เนื่องจากปัญหาบางอย่างภายในทีม



        อีกสองปีต่อมาที่กรุงเทพฯ จะเป็นเจ้าภาพ คราวนี้คนในสมาคมวอลเลย์บอลฯ ที่ยุคนั้นมี สาโรจน์ คุณีพงษ์ เป็นเลขาธิการ ถึงกับต้องให้ ร.อ.ปัญจะ จิตรโสภี ไปชวนมาร่วมทีมชาติ ซึ่งเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ และร่วมทีมสาวไทยคว้าเหรียญทองมาครองในกีฬาเซียพเกมส์ ครั้งที่ 8 ปี 2518

        ช่วงนั้น เสาวนีย์ หยกเล็ก สมดุลทุกอย่างทั้งร่างกาย และเทคนิคการเล่นที่มีพร้อม ครบเครื่อง แม้จะสูงเพียง 160 เซนต์ แต่เธอบอกว่าสามารถกระโดดเอาปลายนิ้วแตะแป้นบาสฯ ได้ไม่ยาก จึงเป็นมือตบตัวหลักของทีมไทยและของสโมสร ที่ทุกคนที่เจอต่างรู้พิษสงของเธอดี

        ความเป็นยอดนักตบของเธอได้ประจักษ์ต่อสายตา เมื่อระหว่างการฝึกซ้อมเตรียมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพฯ ปี 2521 เซี้ยมเกิดบาดเจ็บข้อมือขวา ต้องเข้าเฝือกอ่อน แต่ก็ยังซ้อมกับทีม แต่ต้องใช้มือซ้ายข้างเดียวเล่น เธอฝึกตบด้วยมือซ้าย ชำนาญขึ้นเป็นลำดับ จนเกิดความเคยชิน สามารถใช้ทดแทนมือขวาได้ จากนั้นมาแฟนลูกยางก็ได้เห็นกันบ่อยๆ เมื่อเธอขึ้นตีด้วยมือซ้าย

        จนเป็นที่มาของวลีที่ว่า ''ขวาตายซ้ายสลบ'' แทนตัวเธอได้อย่างดี

        รับบทโค้ชสร้างฝันให้นักตบ

        จากเซียพเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพฯ เป็นต้นมา เสาวนีย์ หยกเล็ก ก็ติดทีมชาติแบบถาวรมาเป็นเวลานานถึงสิบปี รายการใหญ่ๆ ทั้งในและนอกประเทศจะมีชื่อของ เสาวนีย์ หยกเล็ก ทุกครั้ง จนถึงปี 2528 เธอก็ได้ลงแข่งขันใน วอลเลย์บอลหญิง ปรินเซส คัพ ที่หัวหมาก ถือเป็นรายการสุดท้ายในชีวิตนักตบทีมชาติไทยของสาวไทยเชื้อสายจีนผู้นี้ ซึ่งนับเวลาแล้วถึง 16 ปีบนถนนสายวอลเลย์บอลของเธอ

        แม้จะอำลาทีมชาติ แต่ เสาวนีย์ หยกเล็ก ก็ยังเล่นให้ธนาคารกรุงเทพอยู่เช่นเดิม พร้อมกับสร้างเด็ก ฝึกเด็กที่ไม่ค่อยมีโอกาสลงแข่งขันเพราะหาสังกัดไม่ได้ หลายๆ คนเป็นลูกศิษย์ของเธอ ที่เธอสอนด้วยใจที่ต้องการให้ จนเพิ่มขึ้นเรื่อย จนถึงวันหนึ่ง วันที่เธอบอกกับตัวเองว่า ต้องให้พวกเขาเหล่านี้ได้มีโอกาส มีสังเวียนแข่งขัน จึงเป็นที่มาของ สโมสรศรีสวัสดิ์ ที่มี ''อาเหลิม'' เฉลิมศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ มืองานคนหนึ่งของสมาคมวอลเลย์บอลฯ เป็นประธานสโมสร



        ''เซี้ยมมองดูว่าเด็กหลายคนขาดโอกาสทั้งที่มีฝีมือ แต่สโมสรก็ต้องเลือก ต้องคัดคนที่เขาเห็นว่าดีเข้าทีม ก็เลยอยากหาโอกาสให้เด็กเหล่านี้ พอดีอาเหลิมทราบเรื่องเข้าเลยรับมาทั้งหมด ซึ่งก็มีอย่าง ลำยอง หอมกลิ่นเทียน, อัญชลีย์ วรานุธินนท์, ยุวดี หยกเล็ก, สุภรณ์ พิทยาประภาพร, วีณา แก้วสุพรรณ และอีกหลายๆ คนที่ไม่มีสังกัด ก็มาอยู่กันที่นี่''

        ทำทีมศรีสวัสดิ์มาได้พักหนึ่ง เสาวนีย์ หยกเล็ก ที่ตอนนี้เป็น ''โค้ชเซี้ยม'' เต็มตัว ทำทีมศรีสวัสดิ์ สร้างเด็กพัฒนาฝีมือ จนมีทีมใหญ่หลายทีมมาขอตัวไป ซึ่งเธอก็ยินดี เพราะเป็นอนาคตของพวกเขา จนถึงวันหนึ่งเธอมองว่าถึงเวลาต้องทำทีมสโมสรใหญ่ เธอจึงไปปรึกษากับ กิจ พฤกษ์ชะอุ่ม คนที่คนในวงการเคารพ ก็ได้แนะนำกับ สุทธิ ศุภโชติ ระดับบิ๊กของบริษัทเสริมสุข จึงเป็นกำเนิดของสโมสรเป๊ปซี่ที่มี ''โค้ชเซี้ยม'' ทำทีม

        ''เด็กส่วนหนึ่งก็มาจากศรีสวัสดิ์ แล้วก็มาจากแปดริ้วของ อาจารย์เสน่ห์ ศุภอักษร ที่รู้จักกัน ทั้ง กายสิทธิ์ ศรีตระกูล, ''โย่ง'' สกุลรัตน์ ยืนยง, ''แขก'' เจริญศรี มั่งมีผล แล้วก็มีจากบดินทรเดชาของ อาจารย์นิพน แจ่มแจ้ง ต่อมาก็มีจากสุรนารีวิทยา โคราช ของ อาจารย์สุทธิชัย ชาญบัญชี มาเสริม''



        เสาวนีย์ หยกเล็ก ร่วมสร้างทีมทีมเป๊ปซี่ให้อยู่แถวหน้าของวงการลูกยางไทย จนมีโอกาสได้เป็นสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติในหลายรายการ และเมื่องานของมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่เธอเข้ามาทำตั้งแต่ปี 2527 มีภาระมากขึ้น ก็เบามือลง แต่ก็ยังช่วยงานสมาคมวอลเลย์บอลฯ โดยขึ้นตรงกับ ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ จนเป็นเหมือนลูกน้องใกล้ชิดที่รู้มือกันของ ''บิ๊กติ๋ม''

        เรื่องราวชีวิตของสาวคนนี้ที่วันนี้คือ ผศ.เสาวนีย์ หยกเล็ก ยังมีให้เล่าขานอีกมากมาย ด้วยทั้งชีวิตของเธอผูกพันกับกีฬาตบลูกยางที่เธอรักมันมาตั้งแต่ยังเป็นสาวน้อย ตบตีวอลเลย์บอลหน้าโบสถ์ที่วัดกระจับพินิจจนถึงวันที่เธอสู่จุดสูงสุดในทีมชาติไทย

        จึงพอจะกล่าวได้ว่า เสาวนีย์ หยกเล็ก...ชีวิตนี้คือวอลเลย์บอล

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : คงศักดิ์ ทองภักดี

จำนวนเรื่อง : 19
All post : 3
All view : 10,060
คอลัมน์ วอลเลย์บอลไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263