คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. อ.ศ.ม.
แอนดี้ มาร์รี่ย์ กร้าว ''เป้าหมายต่อไปขอขึ้นเป็นมือ 1 โลก''
14/09/2012 10:15:01 น.

หลังจากทุกคนได้ประจักษ์ในความพยายามที่ไม่ลดละ หรือท้อแท้สิ้นหวัง มาถึงตอนนี้ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ก็สมหวังแฮปปี้คว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตนักเทนนิสอาชีพได้สักที

 

        หลังต้องเข้าชิงชนะเลิศมาแล้วถึง 5 ครั้ง กว่าจะทำสำเร็จสักที โดยแชมป์ยูเอส โอเพ่น ปี 2012 จะต้องอยู่ในความทรงจำของนักเทนนิสหนุ่มจากสหราชอาณาจักรรายนี้ไปอีกนานเท่านาน  


         สื่อเมืองผู้ดีอาจมองว่า แอนดี้ มาร์รี่ย์ นักหวดชาวสกอตติช มีกำลังใจดีเป็นพิเศษ และได้พลังจากการมี
 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือทีม ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เซอร์ ฌอน คอนเนอรี่ มาร่วมเชียร์อยู่ข้างคอร์ต นอกเหนือจากคุณแม่จูดี้ และแฟนสาว คิม เซียร์ส ที่มานั่งให้กำลังใจในนัดชิงชนะเลิศ กับ โนวัค โจโควิช นักหวดจากเซอร์เบีย ก่อนที่แอนดี้เอาชนะไป 3-2 เซต 7-6 (12-10), 7-5, 2-6, 3-6, 6-2 ยุติการรอคอยที่ยาวนานถึง 76 ปี ซึ่งนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรที่คว้าแกรนด์สแลมได้ โดยคนล่าสุดคือ เฟร็ด เพอร์รี่ 


         สำหรับความสำเร็จของแอนดี้ ต่อยอดมาจากการคว้าเหรียญทองเทนนิสชายเดี่ยว โอลิมปิก 2012 ซึ่งก่อนหน้าลอนดอนเกมส์ เขาเพิ่งอกหักจากนัดชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม วิมเบิลดัน ให้กับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักหวดชาวสวิสคู่ปรับตลอดกาล แต่หลังจากได้เหรียญทองมาคล้องคอ ตามความคาดหวังของแฟนๆ เมืองผู้ดี
ดูเหมือนอะไรๆ ก็ดีขึ้น ทั้งการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์กีฬา และได้เซ็นสัญญากับสินค้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับตัวเอง รวมถึงล่าสุดก็คว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น อีกต่างหาก


         มาถึงตอนนี้ เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนที่สุดของ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ก็คือการกลายเป็นนักเทนนิสมือ 1 ของโลกให้ได้ เพราะหลังจากคว้าแชมป์ ที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ตอนนี้แอนดี้ขยับขึ้นมาเป็นนักหวดมือ 3 ของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  


         โดย แอนดี้ มาร์รี่ย์ เปิดเผยว่า ''นักเทนนิสทั้งหมด ต่างเคยคิดว่าเมื่อจุดสูงสุดในระดับการแข่งขันแล้ว แน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปก็คือพยายามที่จะคว้าอันดับที่ 1 ของโลกมาครองให้ได้ เพื่อเป็นเกียรติประวัติสักครั้งในชีวิต''


         ''ผมไม่อาจจะพูดได้ว่าในปีนี้ มันมีความเป็นไปได้ที่ผมจะทำได้ แต่ผมก็ไม่ได้เร่งรัดตัวเองว่าจะต้องเร็วๆ นี้  เพราะผมไม่ได้ชำนาญในการตีคอร์ตดินเป็นพิเศษอะไร เห็นกันอยู่ว่าผมแพ้บ่อยๆ มากกว่าในทัวร์นาเมนต์อื่นๆ'' 


         ''อย่างไรก็ตาม การเป็นมือหนึ่งของโลก และการคว้าแชมป์เมเจอร์เพิ่มอีก คือเป้าหมายสำคัญของผม นับจากนี้เป็นต้นไป'' นักหวดชาวสกอตติช เอ่ยทิ้งท้าย 


         นอกจากนี้ แอนดี้ ยังได้กล่าวถึงฟอร์มของตัวเองตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปีนี้อีกว่า ''การจะคว้าอันดับหนึ่งของโลกจะต้องมีฟอร์มที่สม่ำเสมอให้ได้ตลอดทั้งปี นั่นเป็นสิ่งที่โนวัค และโรเจอร์ (เฟเดอเรอร์) รวมถึงราฟาเอล (นาดาล) เคยทำมาตลอดสองสามปีหลังสุด''


         ''มันเป็นการยากมาก ที่จะขึ้นไปให้ถึงจุดนั้น แต่ผมก็มีความมุ่งมั่นที่จะพยายามไปให้ถึงเป้าหมายจนได้
มันเป็นสิ่งที่ผมปรารถนาจะทำให้จงได้ การคว้าอันดับที่ 1 ของโลกเท่านั้นที่ผมต้องการ''  


         ความสำเร็จของแอนดี้ นักหวดวัย 25 ปี ต่อเนื่องตั้งแต่เหรียญทองลอนดอนเกมส์ จนถึงแชมป์ยูเอส
โอเพ่น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ประเทศอังกฤษจะเปลี่ยนให้แอนดี้เลื่อนไปเป็น ''เซอร์ แอนดี้'' ซึ่งระหว่างทำการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ มาร์รี่ย์ก็มีกองเชียร์เป็นถึงระดับ ''เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน'' และ ''เซอร์ ฌอน คอนเนอรี่'' 


         แอนดี้ กล่าวอีกว่า ''มีเพื่อนๆ มากมายส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผม ผมตื้นตันใจจนไม่รู้จะพูดอะไรดีจริงๆ ผมคิดว่าการชนะครั้งนี้มีความหมายมากกว่าถ้วยรางวัลที่ได้มาครอบครอง ผู้คนมากมาคอยเอาใจช่วยลุ้นคอยเป็นกำลังใจให้ผมมาตลอดเวลา พวกเขารู้ว่ามันยาวนานมากแล้วที่ไม่มีนักเทนนิสจากสหราชอาณาจักรทำได้สำเร็จ   ดังนั้นตอนคว้าแชมป์ ผมจึงร้องไห้ออกมากลางคอร์ต ผมไม่ได้เศร้า แต่ผมมีความสุขแบบเหลือเชื่อ แบบที่ไม่ได้คาดหวัง เพราะผมอกหักพลาดแชมป์มาจนชินชาแล้ว ผมแค่ต้องพยายามต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีวันของผม''


         ความปลื้มใจของ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์แกรนด์สแลมครั้งแรกในชีวิตเท่านั้น แต่การได้
แชมป์ครั้งนี้ ทำให้เขารู้ว่าทุกคนเอาใจช่วยมาตลอด แม้แต่เพื่อนร่วมอาชีพหลายๆ คน ก็ยังอดที่จะดีใจด้วยไม่ได้


         ''ราฟา ส่งข้อความมายินดีกับผมหลังแมตช์จบ เขาบอกว่าดีใจกับผมมากๆ และผมก็สมควรที่จะได้แชมป์สักทีแล้ว ผมได้รับข้อความจากบุคคลดังๆ มากมาย ทุกคนแสดงความยินดีกับผมจากใจจริง แม้แต่นักเทนนิสหลายคนที่เคยแข่งขันกันมา พอนอกสนามทุกคนเป็นเพื่อนที่หวังดีกับผม และร่วมดีใจกับผมด้วย โดยไม่เคยคิดว่าเราเป็นคู่แข่งกัน'' 


          ''ตั้งแต่ผมอายุ 21 ปี ผมต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก และผมก็เกือบที่จะได้แชมป์มากหลายครั้งแล้ว เมื่อผมคว้าแชมป์สำเร็จ มันหายเหนื่อยปลิดทิ้ง แต่อาชีพนักเทนนิสของผมยังต้องเดินหน้าต่อไป ผมยังไม่ได้จะเลิกเล่นสักหน่อย ผมจึงต้องวางเป้าหมายอีก มันยังไม่สิ้นสุด นี่แค่จุดเริ่มต้น ผมยังมีชัยชนะที่ต้องคว้ามาให้ได้อีก ผมยังเล่นเทนนิสได้อีก 5 ปีอย่างต่ำ''  


         อนึ่ง การคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น ของมาร์รี่ย์ ทำให้รางวัล Sports Personality of the Year หรือนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปีของอังกฤษ มีการตัดสินยากมากขึ้นอีก เพราะในตอนแรก แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ แชมป์จักรยานทางไกล ตูร์ เดอ ฟร้องซ์ 2012 และเจ้าของเหรียญทองจักรยานถนน ประเภทไทม์ไทรอัล บุคคลชาย โอลิมปิก 2012 ถูกยกให้เป็นตัวเต็ง แต่พอแอนดี้ ที่ได้เหรียญทองเหมือนกันก็ดันมาซิวแชมป์แกรนด์สแลมอีก ทำให้ทั้งสองคนมีลุ้นเบียดที่จะคว้ารางวัลอันทรงคุณค่าดังกล่าว โดย ณ ตอนนี้ วิกกิ้นส์ยังเป็นเต็งหนึ่ง ขณะที่แอนดี้อยู่เต็งสองและ โม ฟาราห์ เจ้าของสองเหรียญทองวิ่ง 5,000 เมตร และ 10,000  เมตร ลอนดอนเกมส์อยู่เต็งสาม  




ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น นี่คือนิยามของ แอนดี้ มาร์รี่ย์ อย่างแท้จริง




แอนดี้กับคุณแม่จูดี้ มาร์รี่ย์  ดีใจหน้าบาน กับถ้วยแชมป์ยูเอส โอเพ่น




คิม เซียร์ส แฟนสาวร่วมยินดีกับความสำเร็จของแฟนหนุ่ม




เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (กลาง) กุนซือชาวสกอตติชของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นสักขีพยานในการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกของแอนดี้ด้วย




โนวัค โจโควิช นักหวดจากเซอร์เบีย แสดงความยินดีจากใจจริงกับแอนดี้ด้วย




             อ.ศ.ม.

 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : อ.ศ.ม.

จำนวนเรื่อง : 76
All post : 45
All view : 112,365
คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263