ผมไม่ได้นั่งชมเกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติลาว...ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นผมต้องนั่งบรรยายวอลเลย์บอลสาวไทยปะทะกับคาซัคสถานในศึกเอเชียน คัพ ที่กรุง อัลมาตี้ ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี นั่นแหละครับ นั่นจึงทำให้ผมไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้มากนักเกี่ยวกับเกมและผลแข่งที่ออกมา
ถ้าไม่เจาะลึกลงไปในรายละเอียดเวลาถึงเกม...มองภาพกว้างๆ คือนักเตะชุดที่เล่นกับทีมลาวก็ไม่เต็มสูบ กำลังหลักจากสโมสรดัง ชลบุรี, บีจี เอฟซี กระทั่ง เอสซีจี เมืองทอง ไม่ได้ลงสนามอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน มองแง่ลบคือเราไม่ได้ใช้ชุดหลัก มองแง่บวกคือนี่เป็นโอกาสที่นักเตะทีมชาติชุดใหม่ที่ถูกเรียกมาเป็นกำลังเสริมต้องแสดงผลงานออกมา ตรงนั้นคือวิกฤตที่เป็นโอกาสของนักเตะหน้าใหม่หลายคน
เอาเป็นว่าสิ่งที่อยากวิพากษ์คงไม่เกี่ยวกับเกมการแข่งขันที่จบลงไป ด้วยเพราะหากมองไปยังงานใหญ่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยคือการแข่งขันซูซูกิ คัพ 2012 หรือฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนที่ทีมไทยจะต้องทวงแชมป์กลับคืนมาให้ได้ นี่คือรายการของทีมชาติชุดใหญ่นอกเหนือไปจากฟุตบอลโลกคัดเลือก และเอเชียน คัพ หรือชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย
ไม่ว่าเราจะมองทัวร์นาเมนต์ อาเซียน แชมเปี้ยนชิพ หรือ
"ซูซูกิ คัพ" เอาไว้ว่าอย่างไรก็แล้วแต่มันมีความจำเป็นที่จะต้องกอบกู้และเรียกศรัทธาของทีมชาติชุดใหญ่ให้กลับคืนมา
เพราะหากรายการนี้ยังไม่อาจคว้าแชมป์ได้....คงไม่ต้องไปคิดถึงเดินหน้าก้าวเข้าไประดับท็อป 10 ของทวีปเอเชียอีกแล้วละครับ ดังนั้นไม่มีทางเลือกอื่นและไม่ได้เขียนเพื่อกดดันนะครับ มันเหลือทางเดียวคือ "แชมป์" สำหรับทีมชาติชุดใหญ่ของไทยเรา
เหลือเวลาอีก 1 เดือนครึ่ง โปรแกรมไทยลีกช่วงท้ายซีซั่นอีก 8 นัดจะปิดฉากตุลาคม ขณะที่ทัวร์นาเมนต์นี้เริ่มในช่วง พ.ย. ในเวลาเดียวกันกับฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นในบ้านเราพอดิบพอดี
ตรงนี้จะตัองถามว่าการเตรียมทีมนั้นวางแผนและโปรแกรมได้ดีขนาดไหน วินฟรีด เชเฟอร์ จะต้องพบกับปัญหาอะไรบ้างในการเตรียมตัวและเขาคงต้องแก้ปัญหาและก้าวผ่านมันไปให้ได้ ผมเชื่อว่าโค้ชระดับโลกมีทางแก้แน่นอน เพียงแต่ว่าจะออกมาสวยงามขนาดไหน
หมดสมัยแล้วละครับที่เตรียมทีมไม่ดี..แล้วหวังคว้าแชมป์ชนะการแข่งขัน วันนี้โลกเดินทางมาถึงยุคไอโฟน ดิจิตอล ที่ต้องพร้อมสำหรับการแข่งขัน ต่อสู้ เพราะคู่แข่งขันเขาก็ย่อมเตรียมตัวได้พร้อมเหมือนกัน
วันก่อนนั่งอ่านข้อมูลทีมชาติญี่ปุ่นก่อนลงเตะบอลโลกรอบคัดเลือกกับอิรักที่ ไซตามะ...เชื่อมั้ยครับว่าพวกเขามีโปรแกรมอุ่นเครื่องในช่วงสัปดาห์กลางเดือนตุลาคม 2 นัด โดย อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ โค้ชทีมชาติญี่ปุ่นจะพานักเตะเจลีกบางส่วนไปสมทบกับกลุ่มนักเตะที่ค้าแข้งในยุโรปเพื่ออุ่นเครื่อง 2 นัด
คู่แข่งขันของพวกเขาคือทีมชาติฝรั่งเศสและทีมชาติบราซิล โดยเกมแรกเตะฝรั่งเศสที่ แซงต์ เดนิส สนามจัดบอลโลก 1998 ส่วนเกมที่สองพวกเขาอุ่นเครื่องกับบราซิลที่ประเทศโปแลนด์ !
วันนี้ญี่ปุ่นสามารถนัดทีมระดับแชมป์โลกเพื่ออุ่นเครื่องได้อย่างไม่ยากลำบากอะไร เพราะทีมแชมป์โลกหรือทีมระดับโลกหลายทีมมองว่าญี่ปุ่นคือคู่แข่งขันที่พวกเขาสามารถนำมาทดสอบมาตรฐานฟุตบอลได้นะครับ เมื่อคิดแบบนี้ในทางเดียวกันกับทีมชาติไทย
ประเด็นคือว่าเวลานี้เราไม่ได้ถูกจัดลำดับหรือได้รับเครดิตจากนานาชาติอะไรขนาดนั้น สิ่งที่ทำได้คือการเชิญทีมจากละแวกอาเซียนหรือในทวีปเอเชียก็พวกตะวันออกกลางมาอุ่นเครื่องได้และการอุ่นเครื่องก็ต้องเน้นว่าจะอุ่นไปเพื่ออะไรและสำคัญขนาดไหน
อย่างญี่ปุ่นเตะกับฝรั่งเศสและบราซิลเหมือนเป็นการซ้อมการขึ้นบอลรุกและรับ ว่าพวกเขาสามารถจัดการกับทีมระดับโลกได้ดีขนาดไหน ยังไงฟุตบอลโลก 2014 ญี่ปุ่นได้ไปอยู่แล้วละครับ (นี่คัดเลือกรอบสุดท้ายอยู่) เมื่อไปก็ต้องเจอกับทีมเหล่านี้แน่นอน
ถ้าถามว่าทีมไทยอุ่นเครื่องกับทีมจากอาเซียนด้วยกันในช่วงเวลานี้ก็นับว่าเหมาะครับเพราะยังไงเราก็ต้องแข่งขัน ซูซูกิ คัพ จะทะลึ่งไปอุ่นเครื่องกับอาหรับหรือฝรั่งคงไม่ใช่เรื่องแน่ ก็ต้องเลือกอุ่นเครื่องกับทีมในละแวกนี้เพราะสไตล์และเกมที่เราจะต้องเจอกับกลุ่มนี้เท่านั้น ส่วนอนาคตจะเชิญหรือเลือกใครมาอุ่นเครื่องก็ค่อยว่ากันไป ตามจังหวะและสถานะการณ์
เอาเป็นว่าซูซูกิ คัพ ที่จะมาในเดือนพ.ย. อีก 1 เดือนครึ่งเนี่ย...การเตรียมทีม การแสดงความพร้อมก่อนลุยงานระดับภูมิภาคนี้ น่าจะเป็นการบ้านให้ทีมชาติไทยคิดให้หนักรอบคอบและทำให้พร้อมที่สุด ชวดแชมป์...ซูซูกิ คัพ งวดนี้ คงเป็นข่าวใหญ่อีกเช่นเคยสำหรับทีมชาติไทย
Jackie