หลังจากค่ายนิสสัน เปิดตัวรถเก๋งขนาดกลางกับรุ่นซิลฟีใหม่ไปไม่นานและเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้จัดกิจกรรมทดสอบนิสสัน ซิลฟี ใหม่บนเส้นทาง เชียงใหม่-ลำพูน-เชียงใหม่ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้ นิสสันได้จัดเตรียม ซิลฟี ใหม่ เครื่องยนต์ เบนซิน 1.8 ลิตรจำนวน 10 คัน เพื่อให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะทั้งเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง การบังคับควบคุม ระบบส่งกำลังแบบ CVT
รวมทั้งความสะดวกสบาย กว้างขวาง ความนุ่มนวลและเงียบกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกันออกไปทั้งขับขี่ในเมืองรวมถึงเส้นทางที่สลับคดเคี้ยวบนเส้นทาง แม่งัด-แม่โจ้ รวมระยะทางไปกลับร่วม 300 กม.
ตั้งแต่แรกเห็นในงานแถลงข่าวของซิลฟีใหม่ต้องยอมรับว่าจุดเด่นของ นิสสัน ซิลฟี ใหม่ คือ ขนาดตัวถังที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกันเช่นเดียวกับพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถที่มีขนาดความจุมากถึง 510ลิตร ใหญ่ที่สุดในระดับเดียวกันและเทียบเท่ารถยนต์นั่งหรูระดับใหญ่ พร้อมช่องกลางทะลุถึงห้องโดยสารด้านหลัง
การออกแบบยังเน้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.29 ทำให้ดูโค้งมนพร้อมมีการขยายพื้นที่บริเวณกระจกหน้า เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ กันชนขนาดใหญ่และกระจังหน้าพร้อมช่องระบายอากาศแบบรังผึ้ง ออกแบบมาให้ดูมีมิติ บางคนบอกหน้าตาคล้ายรุ่นพี่อย่าง นิสสัน เทียน่า ที่สำคัญซิลฟีตัวนี้มากลับชุดไฟหน้าแบบมัลติ-รีเฟลกเตอร์ พร้อมไฟ แอลอีดีที่ติดตั้งในตำแหน่งไฟหรี่ด้านหน้า ชุดไฟท้าย ไฟเบรกดวงที่สาม และไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้าง และไฟอ่านแผนที่รวมรอบคันแล้วมีถึง 54 ดวง
สีภายในมากับสีเบจโทนใหม่ และบริเวณคอนโซลใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีพิเศษ ไมโคร-เกรน เพื่อลดแสงสะท้อน ให้ความรู้สึกอบอุ่น พร้อมบุวัสดุบุนุ่ม บริเวณด้านหน้าคอนโซลและด้านข้างประตูให้ความรู้สึกนุ่มนวล รวมถึงระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติพร้อมแยกปรับอุณหภูมิอิสระได้ซ้าย-ขวา แถมทีเด็ดเหมือนในรถหรูด้วยระบบช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
ชุดเครื่องเสียงมาในแบบ บิลด์-อิน ลำโพง 6 ตัว พร้อมหน้าจอสีขนาด 4.3นิ้ว ในรุ่น 1.8 V ที่ได้ทำการทดสอบสามารถเล่นซีดี 1 แผ่น และเครื่องเล่น MP3 พร้อมช่องต่อ AUX และอุปกรณ์เชื่อมต่อ USB บริเวณช่องเก็บของ
ในขณะที่รุ่น 1.8V เนวี่จะเพิ่มเติมระบบนำทาง บนหน้าจอ 5.8 นิ้ว มีกล้องมองหลัง มองได้ไกลถึงสามเมตร มีระบบกุญแจอัจฉริยะ อินเทลลิเจนต์ คีย์ พร้อมปุ่มเปิดท้ายรถและระบบอิมโมบิไลเซอร์ กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ พร้อมปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เพิ่มความสะดวกสบาย
สำหรับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรเบนซิน ใหม่ใช้ รหัส MRA8DE พัฒนาไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มช่วงชักกระบอกสูบผสานไปกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผันคู่ ทวิน C-VTC (Twin Continuously-Variable Timing Control) การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเคลือบแข็งระบบสปริงวาล์ว ช่วยลดน้ำหนัก แรงเสียดทานและแรงเฉื่อยของวาล์ว เสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เงียบขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้นแต่ให้กำลังสูงสุด ถึง 131 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยระบบขับเคลื่อนใช้ระบบ เอ็กซ์โทรนิก ซีวีที
ระบบความปลอดภัย แบบเซฟตี้ ชีลด์ คือมอบความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ก่อนความเสี่ยงจะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบแอลอีดี เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมคู่หน้า ในทุกรุ่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก เพื่อป้องกันล้อล็อก ระบบเสริมแรงเบรก และระบบกระจายแรงเบรกและระบบป้องกันการโจรกรรม อิมโมบิไลเซอร์
หลังจากได้สัมผัสกับซิลฟีได้ช่วงหนึ่งคงต้องบอกถึงความประทับใจในเรื่องความกว้างขวางของตัวรถทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เบาะนั่งกระฉับสบายตัวขับแล้วไม่เมื่อยที่สำคัญอัตราเร่งสามารถเรียกแรงบิดได้ทันใจเรื่องความเงียบภายในห้องโดยสารถือว่าช่วงความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. เก็บเสียงได้น่าประทับใจแต่รู้สึกเหมือนว่าระบบควบคุมพวงมาลัยจะไวไปนิด แต่ก็ได้ระบบช่วงล่างที่สามารถสร้างความหนึบและให้ความนุ่มนวลได้ดีในทุกโค้งที่สาดส่วนเรื่องความประหยัดน้ำมันที่วิ่งทดสอบแบบเป็นขบวนตัวเลขโชว์อยู่ที่ประมาณ 12.7กม./ลิตร (นิสสันเคลมเอาไว้ที่ 15.3กม./ลิตร)
จริงๆแล้ว นิสสัน ซิลฟี ใหม่ มีให้เลือกถึง 6 รุ่นประกอบด้วย รุ่น 1.6 S MT ราคา 746,000 บาท รุ่น 1.6 S CVT 776,000 บาท รุ่น 1.6 E CVT 799,000 บาท รุ่น 1.6 V CVT 833,000 บาท รุ่น 1.8 V CVT 899,000 บาท และรุ่น 1.8 V Navi CVT 931,000 บาท
โดยหลังจากเปิดตัวไปเพียงสัปดาห์กว่าๆ แว่วว่าได้ยอดจองไปแล้ว 7-8 ร้อยคัน แต่สิ่งสำคัญที่ได้ยินมากับหูคือในอนาคตอันใกล้นี้ยังไงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรของซิลฟีคงได้รองรับกับแก๊สเอ็นจีวีที่นิสสันเตรียมพร้อมเปิดตลาดเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน