ฟุตบอลหญิงของสหรัฐฯ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในเวทีลูกหนังระดับโลกได้อีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิง ยู-20 ชิงแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าภาพญี่ปุ่นคว้าอันดับสาม พร้อมรับคำชมกับการจัดงานใหญ่นี้ได้อย่างน่าประทับใจ
ฟุตบอลหญิงของสหรัฐฯ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในเวทีลูกหนังระดับโลกได้อีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิง ยู-20 ชิงแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าภาพญี่ปุ่นคว้าอันดับสาม พร้อมรับคำชมกับการจัดงานใหญ่นี้ได้อย่างน่าประทับใจ
ทีมสาววัยรุ่นของสหรัฐฯ คว้าแชมป์โลก ยู-20 ไปครองได้เป็นสมัยที่ 3 หลังจากที่พวกเธอสามารถล้างแค้นเยอรมัน ที่เคยเอาชนะพวกเธอมาได้ในรอบแรกได้สำเร็จ ในเกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ในเกมนัดชิงฯ รายการนี้ สหรัฐฯ ต้องโคจรมาพบกับเยอรมันคู่ปรับเก่าอีกครั้ง หลังจากที่พวกเธอต้องพ่ายให้กับสาวเมืองเบียร์ไปอย่างยับเยินในเกมรอบแบ่งกลุ่มถึง 0-3
แต่ว่าในเกมนัดตัดสินแชมป์นี้ สาวแยงกี้เตรียมตัวมาดีกว่า และสามารถล้างแค้นเยอรมัน ซึ่งเป็นแชมป์เมื่อปี 2010 ลงได้สำเร็จในชัยชนะ 1-0 จากการทำประตูชัยของ คีเลีย โอไฮ ในช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรก
จากชัยชนะในนัดนี้ทำให้สหรัฐฯ คว้าแชมป์ไปครองได้เป็นสมัยที่สาม หลังจากที่เคยคว้าแชมป์มาได้แล้วสองครั้งก่อนหน้านี้ในปี 2002 และ 2008
มาฮา ฮาเยส ดาวยิงคนเก่งของสหรัฐฯ ซึ่งซัลโวในทัวร์นาเมนต์นี้ไปได้ 4 ประตู ได้กล่าวถึงความสำเร็จของพวกเธอในครั้งนี้ว่า
''ฉันคิดว่าเกมนี้เราเล่นได้ดีกว่าในเกมนัดแรก ที่พบกับพวกเขาอย่างชัดเจน''
''เราได้บทเรียนจากเกมนัดนั้นมามากมาย และเราก็ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ เพราะเรารู้ดีว่า นี่คือจุดเริ่มต้นในความสำเร็จครั้งใหม่ของพวกเรา''
''ในทัวร์นาเมนต์นี้เราเริ่มต้นได้ค่อนข้างจะช้า แต่หลังจากนั้นเราก็สามารถพัฒนาการเล่นของเราขึ้นได้เรื่อยๆ''
''เราทุ่มเทให้กับทัวร์นาเมนต์นี้ไปแบบสุดตัว ดังนั้นเราจึงสมควรที่จะได้รับความสำเร็จเป็นการตอบแทน''
ขณะที่เ คเลีย โอไฮฮีโร่ผู้ทำประตูชัยให้กับทีมในเกมนัดชิงชนะเลิศ ได้พูดถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า
''ฉันคิดว่าความสำเร็จของเราในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากการฝึกซ้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือเรื่องจิตใจของพวกเราต่างหาก''
''พวกเรามีความเห็นตรงกันว่า การพ่ายแพ้ต่อเยอรมันในรอบแรก ช่วยทำให้พวกเราแกร่งขึ้นในเรื่องของสภาพจิตใจ และในเกมนัดชิงฯ นี้ เราก็เพียงแค่ทุ่มทุกอย่างลงไปแบบสุดตัว เพราะว่านี่คือเกมน็อกเอาต์ และเราก็อยากจะจูบลาทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยการเป็นผู้ชนะ''
''และนี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเรากลับมาเป็นฝ่ายชนะในวันนี้''
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ ของวงการฟุตบอลหญิงสหรัฐฯอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทีมรุ่นพี่ของพวกเธอ เพิ่งจะคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ มาครองได้หมาดๆ
สำหรับสาวญี่ปุ่นชาติเจ้าภาพ แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงฯ อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ หลังจากไปพลาดท่าให้กับเยอรมันในรอบรองฯ แต่ว่าพวกเธอยังได้รางวัลปลอบใจ ด้วยการคว้าอันดับสามมาครองหลังเฉือนชนะไนจีเรียมาได้ 2-1
ทีมเจ้าภาพได้สองประตูในเกมนี้จาก โยโกะ ทานากะ และ อาซึกะ นิชิกาวะ ก่อนที่ไนจีเรียจะยิงตีไข่แตกได้จาก เดชิเร โอปาราโนชิ
ฮิโรชิ โยชิดะโค้ชของทีมจากแดนปลาดิบ ได้กล่าวถึงผลงานในรายการนี้ของลูกทีมว่า
''การที่ได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลอันล้นหลาม และสามารถคว้าชัยชนะได้ด้วย ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก สำหรับลูกทีมของผม''
''วันนี้และทุกๆ วันของทัวร์นาเมนต์นี้ เราได้เล่นฟุตบอลที่เป็นแบบฉบับของพวกเราเอง และก็ได้แสดงให้เห็นว่า ฟุตบอลของญี่ปุ่นสามารถสู้กับทีมที่แข็งแกร่งกว่า และมีผู้เล่นที่สูงใหญ่กว่าพวกเราได้''
''เราอาจจะยังไม่ไปถึงตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขันคราวนี้ แต่ว่าเราก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเก่งของนาเดชิโกะ (ฉายาของทีมหญิงญี่ปุ่น) และแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของพวกเรา ให้ทุกๆ คนได้เห็นกัน''
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมสาวญี่ปุ่น สามารถคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันรายการนี้ มาครองได้เป็นครั้งแรก
สำหรับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้ ตกเป็นของ ดเซนิเฟอร์ มาโรซซาน ของเยอรมันเป็นผู้คว้ารางวัลลูกฟุตบอลทองคำไปครอง
ส่วนอันดับ 2 รางวัลลูกฟุตบอลเงินตกเป็นของ มาฮานาเอะ ชิบาตะ กองหน้าคนเก่งของญี่ปุ่น ขณะที่อันดับ 3 ได้รับรางวัลลูกฟุตอลทองแดงเป็นของ จูลี่ จอห์นสตัน กัปตันทีมชาติสหรัฐฯ
และรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นของ คิม อึน ฮวา ของเกาหลีเหนือที่ทำได้ 7 ประตูในการแข่งขันรายการนี้ ได้รางวัลรองเท้าทองคำไปครอง ส่วนรางวัลรองเท้าเงินเป็นของ โยโกะ ทานากะของญี่ปุ่น และรองเท้าทองแดงเป็นของ เลน่า ลอตเซ่น ของเยอรมัน
สำหรับการทำหน้าที่เจ้าภาพฟุตบอลหญิง ยู-20 ชิงแชมป์โลกของญี่ปุ่นในครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้กับทาง เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าอย่างมาก ทำให้มีโอกาสที่พวกเขาจะได้จัดงานใหญ่อย่าง ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกในปี 2019 ด้วย
ประธานฟีฟ่าได้กล่าวชมการจัดทัวร์นาเมนต์นี้ของญี่ปุ่นว่า
''บรรยากาศในการจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมมาก ซึ่งคิดว่าคงจะไม่มีใครโต้แย้ง''
''ก่อนหน้านี้ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก เคยจัดขึ้นมาแล้วทั้งในยุโรปและที่อเมริกา ดังนั้นผมจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้ว ที่การแข่งขันรายการนี้จะมีขึ้นที่เอเชีย''
''สำหรับการแข่งขันในระบบ 24 ทีม สมควรที่จะจัดแข่งขันในสถานที่ซึ่งฟุตบอลหญิงได้รับความนิยมอย่างเต็มที่ ซึ่งคงจะเห็นกันแล้วว่าที่นี่มีความพร้อมมากขนาดไหน''
''ผมคิดว่าตอนนี้เอเชียเหมาะสมมากที่สุดแล้ว เพราะที่อื่นคงจะไม่ทำให้การแข่งขันประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้''
ก่อนหน้านี้ในเอเชียเคยมีจีน ที่รับหน้าที่จัดฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกมาแล้ว ในการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี1991 และจีนยังได้เป็นเจ้าภาพรายการนี้อีกครั้ง ในการแข่งขันครั้งที่ 5 ในปี 2007
สำหรับการจัดฟุตบอลหญิง ยู-20 ชิงแชมป์โลกในครั้งที่ 7 นี้ ทางฟีฟ่าตัดสินใจให้ญี่ปุ่น รับหน้าที่แทนอุซเบกิสถานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เนื่องจากเห็นว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความพร้อมมากที่สุดของภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตามในปี 2019 นั้น ญี่ปุ่นยังจะได้เป็นเจ้าภาพรักบี้ชิงแชมป์โลกอีกรายการหนึ่งด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบถึงการรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกในปีเดียวกันได้
แบล็ตเตอร์ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
''เราไม่เป็นกังวลในเรื่องความพร้อมของพวกเขาแต่อย่างใด สิ่งที่อาจจะทำให้พวกเรารู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง คือการที่พวกเขาจะได้เป็นเจ้าภาพรักบี้ชิงแชมป์โลกในปีเดียวกันเท่านั้น ซึ่งกีฬาสองประเภทนี้ มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร''
วงการฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่นถือว่าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทีมสาวญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลกมาครองได้ ในการชิงชัยที่เยอรมันเมื่อปีที่แล้ว
ตามติดมาด้วยการไปคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ โดยพ่ายให้กับสหรัฐฯ คู่ปรับเก่าของพวกเขา ในเกมนัดชิงชนะเลิศ
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งต่อไป จะมีขึ้นที่แคนาดาในปี 2015