สำหรับการ ''ดั๊งก์'' ถือว่าเป็น ไฮไลต์ ของการแข่งขัน บาสเกตบอลยุคปัจจุบัน ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ และใน เอ็นบีเอ ตอนนี้ ถ้าพูดถึงราชาการ ดั๊งก์ ตำแหน่งดังกล่าวต้องตกเป็นของ เบลค กริฟฟิ่น ฟอร์เวิร์ด แอลเอ คลิปเปอร์ส โดยนอกจากเขาจะเป็นแชมป์ สแลมดั๊งก์ ในปี 2011 แล้ว ฤดูกาล 2011-12 ที่ผ่านมา กริฟฟิ่น ยังเป็นผู้เล่นที่ ดั๊งก์ มากที่สุดใน เอ็นบีเอ
เป็นที่น่าเสียดายไม่น้อย สำหรับแฟนๆ ยัดห่วงใน ลอนดอน โอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาต้องพลาดเห็นลีลาการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจของ เบลค กริฟฟิ่น ฟอร์เวิร์ดตัวเก่ง ลอสแอนเจลีส คลิปเปอร์ส ภายหลังที่ กริฟฟิ่น โชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักหมอนรองกระดูกหัวเข่าฉีก จนต้องเข้ารับการผ่าตัด แน่นอนตัว กริฟฟิ่น เองก็คงจะเสียดาย ที่พลาดการคว้า เหรียญทอง ร่วมกับผู้เล่น ''ดรีมทีม'' คนอื่นๆ ที่คนที่ติดตามการแข่งขัน เอ็นบีเอ มาตลอด คงจะรู้ดีว่า บาสเกตบอล โอลิมปิก ครั้งที่ผ่านมา ขาดสีสันไปมาก เมื่อไม่มีผู้เล่นอย่าง กริฟฟิ่น ร่วมทีมไปด้วย
''ดรีมทีม'' สหรัฐฯ ชุด 2012 อาจจะมีสุดยอดนักบาสฯ อย่าง เลอบรอน เจมส์, โคบี้ ไบรอันท์, เควิน ดูแรนท์ หรือ คริส พอล แต่เมื่อพูดถึงผู้เล่นที่มีสีสันมากที่สุดใน เอ็นบีเอ ยุคนี้ คนที่เราจะปฏิเสธไม่ได้คือ กริฟฟิ่น แชมป์ สแลมดั๊งก์ ปี 2011 กริฟฟิ่น หมดสิทธิ์ลงเล่นในนามทีมยัดห่วง สหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันศึกโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจาก หมอนรองกระดูกบริเวณหัวเข่าข้างซ้ายฉีกขาด ซึ่ง วินนี่ เดล เนโกร โค้ช คลิปเปอร์ส รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดขนาดไหน ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นข่าวดีของทีม คลิปเปอร์ส เนื่องจาก กริฟฟิ่น จะได้กลับมาลงสนามสู้ศึกฤดูกาลด้วยสภาพที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
''การพลาดได้รับประสบการณ์เล่นโอลิมปิกมันคงจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะทำใจ ผมรู้ว่าเขาทุ่มเทเพื่อสิ่งนี้มากมายแค่ไหน ทว่าเราก็ดีใจที่เราสามารถรักษาเขาได้ในตอนนี้ และมีความได้เปรียบที่จะมีเวลาว่างสำหรับเขามากพอที่จะพักฟื้นให้กลับมามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์เต็มที่''
สำหรับในฤดูกาล 2010-11 ที่ผ่านมา ดไวท์ ฮาวเวิร์ด ของ ออร์แลนโด แมจิก ทำสถิติ ดั๊งก์ ไปถึง 227 ครั้ง โดยมี เบลค กริฟฟิ่น ตามมาเป็นอันดับสอง 214 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2011-12 ฮาวเวิร์ด ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ต้องเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับ กริฟฟิ่น ไป ขณะเดียวกัน เมื่อวันดูหน้าตาของบรรดาจอม ดั๊งก์ ที่ติดอันดับในฤดูกาล 2010-11 จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่ต่างไปจากปีนี้ โดยอันดับสามในสองปีก่อนหน้านั้นเป็นของ เดอังเดร จอร์แดน ของ คลิปเปอร์ส ที่ ดั๊งก์ ไป 158 ครั้ง, อันดับ 4 จาเวเล่ แม็คกี ที่อยู่กับ วอชิงตัน วิซาร์ดส์ โดย ดั๊งก์ ไป 155 ครั้ง, อันดับ 5 ลามาร์คัส อัลดริดจ์ ของ ปอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส 148 ครั้ง, อันดับ 6 ไทสัน แชนด์เลอร์ สมัยอยู่กับ ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ 129 ครั้ง, อันดับ 7 เควิน ดูแรนท์ ของ โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ 125 ครั้ง, อันดับ 8 อมาเร่ สเตาเดไมร์ ของ นิวยอร์ก นิกส์ 119 ครั้ง, อันดับ 9 เนเน่ สมัยอยู่กับ เดนเวอร์ นักเกตส์ 112 ครั้ง และ อันดับ 10 มีสามคนคือ เซิร์ต อิบาก้า ของ โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์, อังเดร อิกัวดาล่า ของ ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตี้ซิกเซอร์ส และ ดเวย์น เวด ของ ไมอามี่ ฮีต ที่ ดั๊งก์ ไป 102 ครั้ง
10 ผู้เล่นที่ ดั๊งก์ มากที่สุดในฤดูกาล 2011-12
1. เบลค กริฟฟิ่น (แอลเอ คลิปเปอร์ส) 192 ครั้ง เบลค กริฟฟิ่น คือสุดยอดของการ ดั๊งก์ ใน เอ็นบีเอ อย่างแท้จริง และลีลาการเล่นของเขา ทำให้ คลิปเปอร์ส กลายเป็นทีมที่คุณต้องไม่พลาดทุกครั้งที่พวกเขาออกทีวี และที่สำคัญเขาเพิ่งจะอายุแค่ 23 ปี เท่านั้น ทำให้แฟนๆ กีฬายัดห่วง ยังมีเวลาที่จะได้เห็นการ ดั๊งก์ ของเขาอีกมาก
2. จาวาเล่ แม็คกี (เดนเวอร์ นักเกตส์) 150 ครั้ง ทุกคนอาจจะประหลาดใจที่ชื่อของ แม็คกี เข้ามาติดอยู่ในโผ แถมยังได้อันดับสอง และการที่เขาเพิ่งจะต่อสัญญาใหม่กับ เดนเวอร์ ออกไป จะทำให้แฟนๆ นักเกตส์ มีโอกาสที่จะได้ตื่นเต้นกับลีลาการ ดั๊งก์ ของเขาไปอีกนาน
นักเกตส์ ส่ง เนเน่ เซนเตอร์แซมบ้า ไปแลกตัว แม็คกี มาจาก วอชิงตัน วิซาร์ดส์ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดย แม็คกี ทำผลงานเฉลี่ย 11.3 แต้ม, 7.8 รีบาวนด์ และ 2.16 บล็อกต่อเกม โดยฟอร์มแข็งแกร่งของเขาแสดงออกมาในช่วงการเล่นเพลย์ออฟ ที่แม้ตกรอบแรก แต่ก็สู้กับ ลอสแอนเจลีส เลเกอร์ส เต็มแม็ก 7 เกม ทำให้ เดนเวอร์ จัดการประเคนสัญญา 4 ปี มูลค่า 44 ล้านดอลลาร์ฯ (ราว 1,320 ล้านบาท) มัดตัว เซนเตอร์วัย 24 ปี ให้อยู่โยงกับทีมต่อไป
3. เดอังเดร จอร์แดน (แอลเอ คลิปเปอร์ส) 141 ครั้ง จอร์แดน กระโดดในสนามราวกับมีสปริงติดที่เท้า แต่เหตุผลที่เขาขึ้นมาติดอยู่ในอันดับที่สูงแบบนี้ เนื่องจากมี คริส พอล ยอดการ์ดจ่ายเบอร์หนึ่งของ เอ็นบีเอ คอยจ่ายบอลให้ ทำให้เขาสามารถเอาชนะผู้เล่นอย่าง ฮาวเวิร์ด, เกย์ หรือ เจมส์ ได้
4. ดไวท์ ฮาวเวิร์ด (ออร์แลนโด แมจิก) 137 ครั้ง ฮาวเวิร์ด เคยคว้าแชมป์ สแลมดั๊งก์ มาแล้ว ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี นอกจากนั้น การย้ายมาร่วมทีม เลเกอร์ส ที่มีผู้เล่นอย่าง สตีฟ แนช และ พาว กาซอล คอยจ่ายบอลให้เขา ฮาวเวิร์ด ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่หนึ่ง
5. แอนดรูว บายนั่ม (ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตี้ซิกเซอร์ส) 136 ครั้ง ในขณะที่ บายนั่ม ไม่ใช่ เซนเตอร์ ที่จะไปชูตไกลสามแต้ม จุดแข็งของเขาอยู่ที่เกมวงใน และแทบจะการันตีได้เลยในแต่ละเกมที่ลงสนาม ว่าเขาจะต้อง ดั๊งก์ ทำแต้มได้อย่างแน่นอน และการมาอยู่กับ ซิกเซอร์ส ที่ชอบเล่นเร็วๆ ยิ่งทำให้เขามีโอกาสมากขึ้นในฤดูกาลหน้า
6. ไทสัน แชนด์เลอร์ (นิวยอร์ก นิกส์) 134 ครั้ง แชนด์เลอร์ เป็นเจ้าของรางวัล ผู้เล่นเกมรับแห่งปี อย่างไรก็ตาม เซนเตอร์ ของ นิกส์ ก็แต้มเป็น โดยเฉพาะการ ดั๊งก์ แต่จากการที่หน้าที่ของเขาคือเกมรับเป็นหลัก ดังนั้น โอกาสที่ แชนด์เลอร์ จะทำอันดับให้สูงกว่านี้ในปีหน้า ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
7. รูดี้ เกย์ (เมมฟิส กริซลี่ย์ส) 110 ครั้ง นับตั้งแต่เข้ามาเล่นใน เอ็นบีเอ เมื่อหกปีก่อน เกย์ ก็จะติดอยู่ในทำเนียบ ไฮไลต์ การ ดั๊งก์ อยู่เสมอ และดูเหมือนว่าจะยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลย โดยเฉพาะการ ดั๊งก์ ท่า ''โทมาฮอว์ก'' ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เขาถนัดเป็นพิเศษ
8. เลอบรอน เจมส์ (ไมอามี่ ฮีต) 104 ครั้ง เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะคิดว่า เจมส์ น่าจะอยู่ในอันดับที่สูงว่านี้ด้วยซ้ำไป โดยปี 2012 ถือว่าเป็นปีทองของเขา เมื่อได้ทั้ง เอ็มวีพี ในฤดูกาลปกติ และในรอบชิงชนะเลิศ ได้แชมป์ เอ็นบีเอ และได้ เหรียญทอง โอลิมปิก
9. เควิน ดูแรนท์ (โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์) 102 ครั้ง ทุกคนรู้ดีว่า ดูแรนท์ มีความสามารถในการทำแต้ม และส่วนใหญ่คิดว่าเขาน่าจะชูตลูกจากวงนอกเป็นหลัก แต่ ดูแรนท์ ก็สามารถ ดั๊งก์ ได้เช่นเดียวกัน
10. คริส ฮัมฟรีย์ส (บรูคลิน เนตส์) 92 ครั้ง หลายๆ คนอาจจะรู้สึกประหลาดใจที่มีชื่อของ ฮัมฟรีย์ส ติดอยู่ในโผนี้ แต่ไม่ใช่แฟนๆ ของ เนตส์ แน่นอนว่า คริส เป็นผู้เล่นที่ทำงานหนัก รวมทั้งการอัดคู่แข่งใต้แป้น ในขณะเดียวกัน การอยู่ใต้แป้นเป็นส่วนใหญ่ ก็ทำให้เขามีโอกาสได้ ดั๊งก์ มากไปด้วย และยิ่งปีนี้ได้ โจ จอห์นสัน มาร่วมทีม อันดับของเขาอาจจะสูงขึ้นก็ได้