บาสเกตบอลของไทยนั้น สนุกและมันส์ ต้องยัดห่วงชาย บู๊กันมันสะเด็ดสะเด่า แต่ที่ประสบความสำเร็จด้วยดีในระดับนานาชาติ ต้องยกให้กับทีมหญิง
ทั้งนี้ในรายการเยาวชน ทีมหญิงไทย กวาดรางวัลมานักต่อนัก แม้กระทั่งศึกระดับเอเชียก็เคยฝากชื่อมาแล้วในรุ่นเยาวชน 18 ปี ชิงแชมป์เอเชีย โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แข่งขันกันในประเทศไทยนี่เอง คือสนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ครั้งนั้น สมาคมบาสฯ ของไทยยังอีรุงตุงนัง กกท. ได้สั่งยึดจาก ''เฮียสุเทพ'' สุเทพ เบ็ญจโภคี ซึ่งก็ยินยอมในทีแรก แต่ก็มาฮึดสู้ในตอนหลัง ซึ่งเป็นห้วงของการรับเป็นเจ้าภาพรายการชิงแชมป์ 18 ปีหญิงแห่งเอเชียนี้พอดี
''บิ๊กโต้ง'' กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปัจจุบันนั้น ขณะนั้นท่านเป็นผู้ดูแลสมาคมบาสฯ จึงเดินหน้าจัดเหมือนเดิม โดยประนีประนอมให้เฮียสุเทพเป็นประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน ซึ่งก็มีการขบเหลี่ยมกันหลายอย่าง นับว่าน่าหวาดเสียวยิ่งในการดำเนินการแข่งขันในครั้งนั้น
นั่นก็คือเรื่องการเมืองบาสเกตบอล ที่ร้อนแรง และพอให้หวาดเสียวกับชื่อเสียงประเทศไทย
สำหรับทีมบาสฯ สาวยุคเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็มีการเตรียมทีมมาอย่างดี ต้องยกความดีให้กับโค้ชจีนนาม จ้าว ซวน หมิน ที่สอนเด็กได้ฟิตปั๋ง และมีแนวทางการซ้อมดี (เพียงแต่การแก้เกมในการแข่งขันยังเป็นที่ครหา)

สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ขณะนั้น เรียกนักยัดห่วงสาวอายุไม่เกิน 18 ปี 25 คน เข้าทำการคัดเลือก ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. โดยนักกีฬาที่ถูกเรียกมาคัด 25 คน ประกอบด้วย ณัฐมน สุรินทร์, สุภิรา กลั่นบุศย์, ไอลดา สุขสี และ นริศรา พรฉัยยา จาก ร.ร.สิรินธรราชวิทยาลัย, พรนัชชา สวาทอง, ธนัชพร ศรีเวชนันท์, วรรณิศา นาคขาว และ อัจฉรา กายชัยภูมิ จาก ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี, ธิดาพร ไม้หอม, ฤมลชนก ดอกสายหยุด, ชลิดา ทีทัศน์ และ ณัฐวรรณ นาคสวาท จาก ร.ร.สตรีอ่างทอง, ชลลดา ไชยสงค์, กรกนก คชรัตน์, ฐิติยา เนาวนัด และ อาราดา มุสตาฟากูล จาก ร.ร.วัดน้อยนพคุณ, อังคณา บัวพา, กฤชอร กฤศน์วัต, ธมลวรรณ ปัญญาศรี และ ณัฐนรี ติลังการณ์ จาก ร.ร.ดาราวิทยาลัย, พรรณิดา อาจศรี จาก ร.ร.สาธิต ม.เชียงใหม่, วรารัตน์ เนื่องนำ และ สินีนุช โสฬส จากสมาคมกีฬา จ.นราธิวาส, ''น้องแจน'' อรธีรา หวานดี ลูกสาวของ อำนวย หวานดี อดีตนักบาสเกตบอลทีมชาติไทย และ ปัทมาวรรณ มีนา จาก ร.ร.อัสสัมชัญนครราชสีมา
แต่เมื่อถึงเวลารายงานตัวปรากฏว่านักกีฬาจาก ร.ร.สิรินธรราชวิทยาลัย ไม่มาทั้ง 4 คน ขณะที่ อาราดา มุสตาฟากูล จาก ร.ร.วัดน้อยนพคุณ ให้เพื่อนมาแจ้งว่าขอสละสิทธิ์ไม่มาคัด ทำให้ จ้าว ซวน หมิน หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวจีนถึงกับหัวเสีย และบ่นเป็นหมีกินผึ้งกล่าวว่า สมาคมให้โอกาสแล้วแต่ทำไมถึงไม่ยอมมา ตนเองไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมถึงไม่มา ถ้าเป็นที่จีนการติดทีมชาติถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก ถือเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล แต่ทำไมคนไทยถึงทำเหมือนไม่รักชาติบ้านเมือง
ขณะนั้น สมาคมฯ ใช้งานโค้ช จ้าว ซวน หมิน ตัวเป็นเกลียว ทั้งคุมทีมชาติชุดใหญ่ ที่เตรียมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ไปพร้อมๆ กับชุดเล็ก 18 ปีด้วย จึงต้องมีการจัดโปรแกรมการฝึกซ้อมไม่ให้ชนกัน โดยชุดเล็กจะซ้อมช่วงเช้า และช่วงบ่ายสาม ก่อนที่ชุดใหญ่จะมาซ้อมต่อช่วงห้าโมงเย็น
ในที่สุด ทีมไทยก็ได้ทีมชาติเยาวชน 12 คน ประกอบด้วย วรรณิศา นาคขาว, อัจฉรา กายชัยภูมิ, กรกนก คชรัตน์, พรรณิดา อาจศรี, ปัทมวรรณ มีนา, ธนัชพร ศรีเวชนันท์, ชลิดา ทีทัศน์, ชลลดา ไชยสงค์, อังคณา บัวพา, สินีนุช โสฬส, พรนัชชา สวาทอง, ธิดาพร ไม้หอม โดยมี จ้าว ซวน หมิน เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน และ เสียง ปริกขิตตานนท์ เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน
ในคราวนั้น มีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 12 ทีม โดยแบ่งออกเป็น 2 ดิวิชั่นๆ ละ 6 ทีม ซึ่งทีมในดิวิชั่น 1 ได้แก่ จีน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไทเป, มาเลเซีย, คาซัคสถาน ส่วนดิวิชั่น 2 ได้แก่ ไทย, อินเดีย, ซีเรีย, ฟิลิปปินส์, ลาว, ศรีลังกา
วิธีการแข่งขัน ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานีคือ ทีมที่ได้อันดับ 1-3 ในดิวิชั่น 1 จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันบาสเกตบอลหญิงชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก สำหรับการเลื่อนขึ้นลงดิวิชั่นนั้น ทีมอันดับ 1 ของดิวิชั่น 2 จะพบกับ ทีมอันดับ 6 ดิวิชั่น 1 และ ทีมอันดับ 2 ดิวิชั่น 2 พบ ทีมอันดับ 5 ดิวิชั่น 1 หากทีมใดชนะจะได้เล่นในระดับดิวิชั่น 1 ในคราวต่อไป ส่วนทีมแพ้จะหล่นไปเล่นในดิวิชั่น 2
ผลการแข่งขันนั้น ทีมไทยเล่นได้เยี่ยมมาก มีการเล่นฟาสต์เบรกที่เป็นอาวุธลับ ซึ่งที่เด่นๆ คือ ''แอ้'' อังคณา บัวพา, พรนัชชา สวาทอง, ธิดาพร ไม้หอม, อัจฉรา กายชัยภูมิ, ธนัชพร ศรีเวชนันท์ เป็นต้น ทีมไทยเอาชนะได้หมด และได้ชิงชนะเลิศดิวิชั่น 2 กับอินเดีย ซึ่งเล่นได้ดีมาก ตัวสูงปรี๊ด พอดีตัวเก่งเขาบาดเจ็บด้วย ทีมไทยเฉือนเอาชนะไปอย่างบีบหัวใจ
ว่ากันตามหน้าเสื่อแล้ว ทีมไทยแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง เป็นรองอินเดียเล็กน้อย แต่กลับเบียดแซงเอาชนะไปได้ 55-54 ถือว่าต้องปรบมือให้ในหัวใจนักสู้ของพวกเธอ จากนำอยู่ในควอเตอร์แรก 10 แต้ม แต่ค่อยๆ แผ่ว จนควอเตอร์สามเสมอกันอยู่ 49-49 ควอเตอร์สุดท้ายเป็นอินเดียที่เจ๋งกว่า ฉายนำไปห้าแต้ม ขณะที่ไทยไม่ได้สักสกอร์ แต่ด้วยหัวใจอย่างว่า ไทยเราเอาชนะไปได้ 1 แต้มอย่างสุดบีบหัวใจ โดยสาวอินเดียถึงกับร้องไห้กันระงม
สรุปว่าได้ไปแข่งเพลย์ออฟกับคาซัคสถาน ก็เป็นรองตามสายตา เพราะคาซัคฯ ดีกว่าอินเดียอยู่ครึ่งก้าว แต่ในที่สุด ทีมสาวไทยก็เคี้ยวคาซัคฯ เพลิน เพราะเหมือนพวกเขามาเที่ยวมากกว่าจะเอาจริงจัง
พวกสาว 18 ปีไทยในครั้งนั้น เริ่มก้าวกระโดดมายืนแถวหน้าในบาสฯ ไทยลีกเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ ''ส้มโอ'' อัจฉรา กายชัยภูมิ ติดทีมชาติไปเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ อังคณา ธิดาพร และอีกหลายคนก็มีแววพุ่งขึ้นสู่แนวหน้าของประเทศ
นั่นคือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะนี้เวลาการแข่งขันได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งใน ฟีบ้า เอเชีย ยู-18 แชมเปี้ยนชิพ ประเภททีมหญิง ครั้งที่ 21 ที่ยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย ระหว่าง 29 กันยายน - 6 ตุลาคม ศกนี้
ความคืบหน้าล่าสุด ฮ่องกง และ อุซเบกิสถาน เข้ามาเล่นดิวิชั่น 2 แทน ซีเรีย และ ลาว ที่สมัครเข้ามาก่อนหน้านี้แต่ถอนตัวออกไปก่อน ซึ่งทั้ง 12 ทีม ประกอบไปด้วย จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไทเป, มาเลเซีย, ไทย, ฮ่องกง, อินเดีย, คาซัคสถาน, สิงคโปร์, ศรีลังกา และ อุซเบกิสถาน
ในดิวิชั่น 1 หรือ ระดับที่ 1 (Level I) ประกอบไปด้วย 3 ทีมที่ได้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ และอันดับที่ 3 จากการแข่งขันครั้งที่ 20 เมื่อ พ.ศ. 2553 ณ ยิมเนเซียมสนามกีฬากลาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และ ไทเป ขณะที่อีก 3 ทีมในดิวิชั่นนี้ มี เกาหลี มาเลเซีย และ ไทย ซึ่งเพิ่งขึ้นชั้นมาจากดิวิชั่น 2 เมื่อคราวที่แล้ว
ทั้งนี้ในการแข่งขันคราวที่แล้ว มาเลเซียซึ่งอยู่อันดับ 5 ของดิวิชั่น 1 ต้องเล่นเพลย์ออฟกับรองแชมป์ดิวิชั่น 2 ผลปรากฏว่า มาเลเซียชนะอินเดียได้ ส่วนไทยซึ่งเป็นแชมป์ดิวิชั่น 2 เจอศึกหนักกับคาซัคสถาน อันดับ 6 ของดิวิชั่น 1 ซึ่งทีมไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพในครั้งนั้นได้แรงใจจากชาวสุราษฎร์ธานี พิชิตชัยได้เช่นกัน ทั้งคู่จึงเลื่อนมาอยู่ดิวิชั่น 1 ในปีนี้
วิธีการแข่งขันก็คือ 4 ทีมที่มีคะแนนนำในดิวิชั่น 1 จะเข้าไปแข่งรอบรองชนะเลิศ ในแบบแพ้คัดออก อันดับ 1 เจออันดับ 4 และ อันดับ 2 พบ อันดับ 3 ผู้ชนะจะเข้าไปชิงชนะเลิศ ผู้แพ้ชิงอันดับ 3 ทั้งนี้ อันดับ 1 ถึง อันดับ 3 จะได้เป็นตัวแทนของฟีบ้าเอเชียเข้าแข่ง ยู-19 ปีโลกปี 2013 ประเภททีมหญิงต่อไป
สำหรับใน 19 ปีโลกประเภททีมหญิงครั้งที่ผ่านมา (ค.ศ.2011) ญี่ปุ่นเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ประเทศเช็ก ขณะที่ จีนจบที่อันดับ 9 และ ไทเป รั้งที่ 11
ด้าน อินเดีย และ คาซัคสถาน ตั้งเป้าจะกลับไปเล่นในดิวิชั่น 1 อีกหน หลังจากตกลงมาเมื่อปีที่แล้ว โดยต้องต่อสู้กับ สิงคโปร์, ฮ่องกง, อุซเบกิสถาน และ ศรีลังกา โดย 2 ทีมที่ได้แชมป์ และรองแชมป์ดิวิชั่น 2 จะต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับ 2 ทีมท้ายดิวิชั่น 1
ขณะนี้เหลือเวลากันอีก 19 วัน ทีมไทยเตรียมทัพกันไปมากแล้ว สำหรับชิงแชมป์ ยู-18 แห่งเอเชีย ครั้งที่ 21 นี้
จากการเรียกตัวเมื่อ 10 ก.ค. 55 นักกีฬา 15 คน ประกอบด้วย 1. ปาลปารินทร์ เอี่ยมอุตมะ สิรินธรราชวิทยาลัย, 2. ศิริทรัพย์ สุนทรศาลทูล สิรินธรราชวิทยาลัย, 3. อัมพวา ท้วมอ้น สิรินธรราชวิทยาลัย, 4.สุภิรา กลั่นบุศย์ สิรินธรราชวิทยาลัย, 5.วริษฐา ศรีจันทร์วงศ์ เทรล อินเตอร์เนชั่นแนล สกูล, 6.นันทิยา ผ่องพรรณงาม สตรีอ่างทอง, 7. ชนากานต์ นันทศรี บอสโกพิทักษ์, 8.กชกร ลิ่มถิ่น ม.รัตนบัณฑิต, 9.สิริรักษ์ แดนแก้วมูล หนองหานวิทยา, 10.บุษยา หาญณรงค์ หนองหานวิทยา, 11.วารุณี กิจรักษา หนองหานวิทยา, 12.ชลิตา พรกุณา วัดน้อยนพคุณ, 13.กลอยใจ เพ็ชรแสนค่า วัดน้อยนพคุณ, 14.นริศรา พรฉัยยา ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และ 15.จิตติมา พินแก้ง ม.หอการค้าไทย
ฟิตซ้อมกันไประยะเวลาหนึ่งได้ตัดออกเหลือ 12 คนล่าสุด ซึ่ง 3 คนที่หลุดไปคือ 12.ชลิตา พรกุณา, 13.กลอยใจ เพ็ชรแสนค่า, 14.นริศรา พรฉัยยา รวมทั้ง ชนากานต์ นันทศรี นัยว่าเป็นปัญหากันบางประการของโค้ชที่ฟูมฟักเด็กมา โดยมี ปัทมวรรณ มีนา เสริมมา 1 ราย
ตรวจแถวดูรายชื่อของทั้ง 12 คน พอจะมั่นใจได้ว่า พวกเธอคือ ''ขั้นเทพ'' ระดับเยาวชนที่คนไทยพอจะฝากหวังได้ โดยเฉพาะ ''น้องปาน'' ปาลปารินทร์ เอี่ยมอุตมะ รายนี้เก่งมาก เฉกเช่นเดียวกับ สุภิรา กลั่นบุศย์ เพื่อนร่วมโรงเรียน รวมทั้ง ปัทมวรรณ มีนา ในตำแหน่งเซนเตอร์ ซึ่งสูงและแววดีถึงทีมชาติชุดใหญ่ทีเดียว
ทีมนี้คร่ำหวอดในการแข่งขันระดับนักเรียนที่พักหลังมีมากมายนับสิบรายการต่อปี เรื่องประสบการณ์แข่งขัน (ในระดับเด็ก) จึงไม่เป็นปัญหา ทั้งหมดเก็บตัวที่โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย ซึ่งเด็กโรงเรียนอื่นๆ ได้มีการโอนหน่วยกิตมาเรียนที่นี่เพื่อให้การรวมทีมซ้อมเป็นไปด้วยดี โดยมีสตาฟฟ์โค้ชคือ อ.พจนา สุจริตวิบูลย์ แห่งสตรีอ่างทอง, อ.สมถวิล รัตโนภาส แห่งสิรินธรราชวิทยาลัย รวมทั้งสตาฟฟ์ของสิรินธรฯ ดูแล ภายใต้การเทียวไปสอนของ โจ ไบรอันท์ ซึ่งเป็นเฮดโค้ชของทีม
การซ้อมมีอย่างต่อเนื่อง และได้โค้ชดีๆ อย่าง โจ ไบรอันท์ มาแนะนำ น่าจะมีมิติใหม่ให้บาสฯ ไทยได้สู้กับทีมเก่งๆ ของเอเชียได้ โดยเฉพาะระดับเยาวชนซึ่งไม่หนีกันมากนัก ยกเว้น จีนที่เป็นยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ขนผู้เล่นระดับน้องยักษ์มาลงก็ทำให้ยากในการเอาชนะของทีมอื่นๆ
เหลือ 18-19 วัน เราก็จะได้ระทึกในการติดตามพวกน้องๆ ลุยกัน ณ แดนมาเลเซียกันแล้ว