ยังจำฝังใจว่าตัวเองรู้สึกตื่นเต้นมากแค่ไหน ที่จะได้สัมผัสกับ สเวน โกรัน อีริคส์สัน อย่างใกล้ชิด ในฐานะกุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ ในวาระเดินทางมาแถลงข่าวและเซ็นสัญญากับ ธีรศิลป์ แดงดา, เกียรติประวุฒิ สายแวว และ สุรีย์ สุขะ ไปร่วมทัพเรือใบสีฟ้าในยุคที่มีเจ้าของเป็นคนไทยเมื่อสัก 5 ปีที่แล้ว
ความยิ่งใหญ่ รัศมีของสเวนเป็นบุคคลระดับโลก ที่สร้างความเกรียวกราวไปทุกย่างก้าว อย่าว่าแต่ความคิดที่อยากจะเห็นสเวน ที่สื่อไทยเรียกกันว่า "เฮียเถิก" มาคุมทีมสโมสรในเมืองไทยเลยครับ แม้แต่ทีมชาติไทยยังไม่กล้าคิด เพราะด้วยดีกรีแรงขนาดนั้น ค่าเหนื่อย ค่าตัวคงมหาศาล ที่สำคัญความท้าทายจากวงการลูกหนังบ้านเราไม่ได้สักเศษกระผีหนึ่งของบรรดาทางเลือกในวิถีโค้ชของสเวน แม้วันที่ตกจากเก้าอี้กุนซือเรือใบสีฟ้า กุนซือรายนี้ก็ยังมีราชรถมาเกยถูกจ้างไปคุมทีมชาติเม็กซิโก, ไอวอรี่โคสต์, เลสเตอร์ ซิตี้
ค่าเหนื่อยแต่ละที่อยู่แมนฯ ซิตี้ 2 ล้านปอนด์หรือ 100 ล้านบาทต่อปี กับน็อตต์ส เคาน์ตี้ ก็เรตเดียวกันกับเลสเตอร์ ซิตี้ ลดลงมาก็ยังสูงถึงปีละ 1 ล้านปอนด์ แม้กระทั่งการนั่งกุนซือไอวอรี่โคสต์เพียงแค่ทัวร์นาเมนต์เดียว ก็ยังรับตั้ง 2.7 แสนปอนด์หรือ 13.5 ล้านบาท ทั้งค่าเหนื่อยและดีกรีอย่างนี้ ใครจะกล้าคิดล่ะครับว่า วันหนึ่ง สเวน โกรัน อีริคส์สัน จะมาคุมทีมในเมืองไทย
แต่วันนี้เป็นเรื่องจริงแล้ว เมื่อบีอีซี เทโรศาสนแถลงข่าวเปิดตัวกุนซือมากดีกรีรายนี้เข้ามาคุมทัพมังกรไฟ ชนิดที่ไม่ใช่แค่แฟนบอลไทยฮือฮาเท่านั้น ยังเป็นข่าวเกรียวกราวระดับโลก
ผมได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า...วันนี้ฟุตบอลไทยไปไกลขนาดนี้แล้วหรือ ...นับจากวันที่เมืองทองฯ กล้าจ้างร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษมาเล่น ก็ต้องยอมรับว่า อะไรที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ กำลังจะเป็นไปได้หมด สำหรับวงการลูกหนังบ้านเรา
ถามว่ามูลค่าของฟุตบอลไทยไปถึงจุดที่จะจ้างนักเตะหรือโค้ชระดับโลกด้วยราคาแพงระยับ หรือมาตรฐานฟุตบอล ความท้าทายเทียบเท่ากับในยุโรปหรือยัง ก็คงต้องบอกว่า ยังหรอกครับ แต่คนไทยโชคดีที่ประเทศไทยมีเสน่ห์ด้านอื่นๆอีกหลายด้าน ที่จะมาชดเชยจำนวนเม็ดเงินในการสร้างความสนใจให้กับนักเตะและโค้ชระดับโลก
บั้นปลายชีวิตค้าแข้งของนักเตะระดับบิ๊กเนม ที่มีเงินล้นเหลือจากการค้าแข้งมาตลอดชีวิต ต้องการ ''ความสุข'' มากกว่าเม็ดเงิน ฟุตบอลที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมาตลอด ก็ไม่ถึงกับตัดขาดกันไปเลย เพียงแต่ลดความสำคัญลงมาอยู่ในระดับเล่นเอาสนุก
ภาพพจน์ของประเทศไทยที่มีหาดทราย หมู่เกาะสวยงามระดับโลก ภาคเหนือมีภูเขา มีบรรยากาศ ภาคกลางมีศิลปวัฒนธรรม สถานที่ประวัติศาสตร์มากมาย ภาคอีสานมีวิถีชาวบ้านที่น่าประทับใจ ผู้คนไทยเราก็มีเสน่ห์ยิ้มแย้มแจ่มใส ถามหาความศิวิไลซ์ กรุงเทพฯ ก็เป็นมหานครที่ทันสมัย สนุก เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันไม่น้อยไปกว่ามหานครไหนๆ ในโลกใบนี้
"สเวน" คงนำจุดเด่นของเมืองไทยข้อนี้มาพิจารณามากกว่าเงินค่าจ้างจากบีอีซีฯ ที่น่าจะให้ได้ไม่เท่าทีมอย่างเลสเตอร์หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้หรอกครับ
แน่นอนว่าการมาคุมทัพมังกรไฟของสเวน แม้ว่าจะทำงานแบบมืออาชีพ ใส่เต็มที่ แต่ก็คงไม่เต็มไปด้วยไฟแห่งการไขว่คว้าหาความสำเร็จเหมือนสมัยหนุ่มๆ
"เฮียเถิก" คงจะคุมทีมสัก 4 วัน อาบแดดสัก 3 วัน มีเพื่อนสาวชาวไทย ดื่ม แดนซ์ยามค่ำคืนบ้าง ตามไลฟ์สไตล์ของเพลย์บอยวัยดึก ที่เป็นข่าวเรื่องลักษณะนี้บ่อยๆ ตรงนั้นคงไม่ใช่ปัญหา เพราะประสบการณ์ระดับโลกที่สเวน ผ่านมาตลอดชีวิต น่าจะเพียงพอที่จะทำให้นักเตะ, สตาฟฟ์โค้ช, ทีมงานบีอีซีฯ ได้เรียนรู้จากเขาได้อย่างมหาศาล
ในแง่การตลาดยิ่งถือว่าคุ้ม เพราะเพียงแค่การแถลงข่าวบีอีซีฯ ก็เป็นสโมสรที่ทั่วโลกรู้จักแล้ว จากการที่สำนักข่าวต่างประเทศตีข่าวดังเปรี้ยงปร้าง...ในประเทศไทยลองคิดดูซิครับ สุดปลายของประเทศอย่างคนเชียงรายก็จะได้สัมผัสกับอดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษอย่างใกล้ชิด ลวดหนามสเตเดี้ยมที่อุบลฯ ก็มีโอกาสต้อนรับสเวน สงขลาที่ว่าไกลแสนไกล กุนซือรายนี้ก็ต้องเดินทางไป
อยู่เมืองไทย
"เฮียเถิก" ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนนักข่าวไทยทำตัวเหมือนเดอะซันหลอกล้วงตับ ปลอมตัวเป็นชีค โทรศัพท์ไปถามข่าวลึก ข่าวลับอะไรหรอกครับ
เป็นห่วง "เฮีย" แกอย่างเดียว อย่าไปเผลอตระเวนราตรี ดูดเต้าสาวที่ไหนในเมืองไทยเข้าไปล่ะ...ไม่รู้มีใครให้ข้อมูลบ้างหรือเปล่าว่า มีสิทธิ์สลบเอาง่ายๆ ถ้าโดนดอกนี้เข้าไป อย่าว่าแต่ "ล้วงตับ" เลยครับ "เดอะซัน" ต้องได้ข่าวพาดหัวระดับล้วงไปถึงไตไส้พุงโน่นเลย 555
ปูเป้